ข่าว
100 year

พิษคลิปหลุดเสียง ผบ.ตร. เด้งฟ้าผ่า "วิระชัย" พ้นสตช.

ไทยรัฐฉบับพิมพ์25 ม.ค. 2563 05:20 น.
SHARE

ไปประจำสำนักนายกฯ ปมร้อนยิงถล่มรถโจ๊ก เตือน ‘สุรเชษฐ์’ ข้ามหัว บิ๊กช้างตบยุงศปก.ตร.

คลิปเสียงหลุดพ่นพิษ สะเทือนยุทธจักรสีกากี บิ๊กตู่ เซ็นเชือด พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เข้ากรุ สำนักนายกฯ รับตรุษจีน หลัง ผบ.ตร.ชง มีพฤติการณ์และการกระทำส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นประชาชน กระทบภาพลักษณ์ สตช. และการปฏิบัติราชการของ ผบ.ตร. เป็นเหตุให้ราชการเสียหาย

ขณะที่ “บิ๊กแป๊ะ” สะบัดปากกาสั่งย้าย บิ๊กช้าง-พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.เพื่อนรัก ร่วมรุ่นเข้ากรุ ศปก.ตร. ด้านจักรทิพย์ตอบสื่อ ปม คลิปเสียงคดีรถโจ๊กหวานเจี๊ยบ ถูกยิงเหตุเด้งวิระชัย ส่วนบิ๊กช้างย้ายเพื่อความเหมาะสม “บิ๊กตู่” เข้มออกคำสั่งเตือนจรรยาบรรณ “บิ๊กโจ๊ก” ต้องไม่ประพฤติชั่ว ไม่กระทำข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน ฝ่าฝืนเจอโทษทางวินัย

หลังมีข่าวแพร่สะพัดตลอดทั้งสัปดาห์ถึงการโยกย้าย 2 นายตำรวจระดับรอง ผบ.ตร. ในที่สุดก็มีความชัดเจนขึ้น โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ม.ค.มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในหนังสือคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 22/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) รายงานว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. มีพฤติการณ์และการกระทำส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยการยุติธรรม กระทบต่อภาพลักษณ์ของ สตช. และการปฏิบัติราชการของ ผบ.ตร.เป็นเหตุให้ราชการเสียหาย

สตช.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่ง สตช.ที่ 24/2563 ลงวันที่ 21 ม.ค.2563 แล้ว เพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและเรื่องอื่นๆ ในมูลกรณีที่ประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ซึ่ง สตช.อยู่ระหว่างตรวจสอบให้เป็นไปอย่างโปร่งไสมีความน่าเชื่อถือ และเพื่อให้เป็นที่ยอมรับแก่ประชาชน และผู้ร้องเรียน สมควรพิจารณาสั่งการให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ไปปฏิบัติราชการนอก สตช. อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 จึงมีคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัยมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม และให้ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มพิเศษ และสิทธิประโยชน์อื่นใดไม่ต่ำกว่าที่ได้รับอยู่เดิม โดยเบิกจ่ายจากสังกัดเดิม ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นตันไปจนกว่าจะมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประการอื่น สั่ง ณ วันที่ 23 ม.ค.2563

นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า ในวันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 28/2563 เรื่อง ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร.อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ผอ.ศปก.ตร.มอบหมาย

มีรายงานด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังมีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 29/2563 เพื่อกำหนดลักษณะงานและการมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้ จตช.รอง ผบ.ตร.ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รอง จตช. เนื่องด้วยตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 5552/2562 ลงวันที่ 1 ต.ค.ได้กำหนดลักษณะงานและการมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้ข้าราชการตำรวจระดับ ตร. หลังมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีและคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร.

ดังนั้น เพื่อให้การกำหนดลักษณะงานและการมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพสูง มีคำสั่งให้ยกเลิกการมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ กำกับดูแล รวมทั้งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ตามคำสั่งดังกล่าวในงานกฎหมายและคดี เฉพาะในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ พล.ต.อ.วิระชัย และงานสืบสวนสอบสวน ในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ และให้ยกเลิกการมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ กำกับดูแล รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร.ตามคำสั่งดังกล่าว

โดยงานด้านกฎหมายและคดี มอบหมาย พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จตช.เป็นหัวหน้ารับผิดชอบ กำกับการบริหารราชการหน่วยงาน รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ด้านงานสืบสวนสอบสวน มอบหมาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้า รับผิดชอบกำกับการบริหารราชการหน่วยงาน รวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ส่วนงานปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา มอบหมายให้ พล.ต.อ.ชนสิษฎ์เป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแล รวมทั้งปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร.ในงานดังกล่าวตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

สำหรับกระแสการโยกย้ายนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาชั้นสูง ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ โดยผู้สื่อข่าวเฝ้าติดตามมาโดยตลอด พบว่า พล.ต.อ.วิระชัยไม่ได้เข้ามาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งอาทิตย์ แต่พบรถประจำตำแหน่งจอดอยู่ เมื่อสอบถามไปยังสำนักงาน เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานปฏิเสธที่จะตอบคำถาม อ้างแต่เพียงไม่ทราบภารกิจของผู้บังคับบัญชา กระทั่งเช้าวันนี้ปรากฏว่ารถประจำตำแหน่งไม่อยู่ที่ลานจอดรถ ส่วนที่สำนักงานมีเพียงเจ้าหน้าที่ 2-3 คน มาปฏิบัติราชการ ส่วน พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ยังมาร่วมแถลงการจับกุมนายประสิทธิชัย เขาแก้ว ผู้ต้องหาชิงทองในพื้นที่ จ.ลพบุรี เมื่อโทรศัพท์หานายตำรวจเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ทั้งคู่ไม่ยอมรับสาย ขณะที่สำนักงานของรอง ผบ.ตร.ทั้ง 2 นาย อยู่ในบรรยากาศเงียบเหงา

ต่อมาเวลา 14.45 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีมีคำสั่งโยกย้ายรอง ผบ.ตร. 2 นายว่า ไม่ได้หนักใจในการเซ็นคำสั่งโยกย้ายดังกล่าวแต่อย่างใด การโยกย้าย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ได้เสนอไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีให้มีการพิจารณากรณีดังกล่าว จริงๆแล้วเป็นเรื่องของการมีเอกภาพในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของรอง ผบ.ตร.ดังกล่าว หากดำรงตำแหน่งเกรงว่าจะมีอุปสรรคปัญหา เมื่อถามต่อว่า สาเหตุย้ายเป็นเรื่องคลิปเสียงที่ผู้ใหญ่ 2 ท่านคุยกันหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ตอบสั้นๆว่า ใช่ เมื่อถามถึงย้าย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ผบ.ตร.กล่าวว่า เพื่อความเหมาะสม

ขณะที่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า เชื่อว่าผู้บังคับบัญชามีเหตุผลอยู่แล้ว คำสั่งทุกคำสั่งต้องดำเนินการตามเหตุผล ตนเชื่อมั่นในผู้บังคับบัญชา ไม่ทำให้ตำรวจ นครบาลเสียขวัญ ผู้ใต้บังคับบัญชามั่นใจในผู้บังคับบัญชา และปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

สำหรับปมคลิปเสียงที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์เผยว่าเป็นชนวนให้ พล.ต.อ.วิระชัย ถูกเตะย้ายพ้น ตร. เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ม.ค.โดยโลกโซเชียลมีการแชร์คลิปลับบทสนทนาระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ความยาวประมาณ 3 นาที บทสนทนาเป็นในลักษณะของการเตือนให้ดำเนินการในคดียิงรถยนต์ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคนร้ายยิงรถเก๋งส่วนตัวที่จอดอยู่ตรงข้ามร้านสาริกา มาสสาจ ซอยสาริกา ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. เมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 ม.ค. ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมของผู้ที่นำคลิปการสนทนามาเผยแพร่

เย็นวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในหนังสือ คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 6/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการรักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ ทั้งนี้ ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 2/2562 ลงวันที่ 9 เม.ย.2562 สั่งให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ขาดจากการเป็นข้าราชการตำรวจ และให้โอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี ตามมาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับเฉพาะเงินเดือน โดยไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่งและสิทธิประโยชน์ประจำตำแหน่งนั้น

เพื่อให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ และเพื่อให้การปฏิบัติงานของข้าราชการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาศัยอำนาจตามข้อ 1 (1) ของบัญชีห้า ท้ายคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 9/2562 ลงวันที่ 9 ก.ค.2562 มาตรา 87 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1011/ว 12 ลงวันที่ 21 ส.ค.2556 นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง

เห็นสมควรกำชับให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุ ดังต่อไปนี้ 1.ไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ราชการโดยทุจริต ไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับ บัญชา ไม่ปฏิบัติราชการอันเป็นการกระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน ไม่อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ ไม่ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ ไม่กระทำการอันเป็นการกลั่นแกล้ง กดขี่ ข่มเหงกันในการปฏิบัติราชการ ไม่ดูหมิ่นเหยียดหยามประชาชน 2. ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ของทางราชการ ด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ รักษาความลับของทางราชการ มีความสุภาพ เรียบร้อย รักษาความสามัคคี ช่วยเหลือการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ

ทั้งนี้ ให้ข้าราชการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่ให้งดการมอบหมายงานพิเศษและสำคัญหากมีกรณีไม่รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยต่อไป ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 ม.ค.2563

ต่อมาเวลา 19.45 น. นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่นายกฯมีคำสั่งกำชับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ ได้แจ้งให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์รับทราบและกำชับให้ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอย่างเคร่งครัดแล้ว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิระชัย ทรงเมตตาเด้ง วิระชัยคำสั่งย้ายสำนักนายกรัฐมนตรีเด้งเข้ากรุข่าวหน้า1

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้