ข่าว
100 year

เสนอจัดโซนนิ่ง ห้ามวิ่งรถบรรทุก ลดปัญหาฝุ่นพิษ

ไทยรัฐออนไลน์16 ม.ค. 2563 05:35 น.
SHARE

“ศักดิ์สยาม” ชี้ห้ามรถบรรทุกวิ่งเข้ากรุงวันคี่ เป็นเพียงแนวคิด ต้องมองภาพรวมอย่างรอบคอบ ขอดันให้วิ่งช่วงหลังเที่ยงคืนถึงตี 4 ครึ่งดีกว่ากลางวันไม่ต้องวิ่ง แต่ให้ทำเป็นโซนนิ่ง ส่วนที่ผู้ประกอบการกังวลเรื่องที่จอดรถรอ เตรียมมอบหมายให้กรมทางหลวงไปจัดสร้างที่พักรถบรรทุกรอบถนนวงแหวน เร่งสรุปก่อนจัดเวิร์กช็อป เชิญผู้เกี่ยวข้องหารือกำหนดแนวทางปฏิบัติ ขณะที่ รอง ผบ.ตร.กำชับใช้กฎหมายควบคุมต้นตอของฝุ่นละออง PM2.5 อย่างจริงจัง ส่วนอธิบดีกรมอนามัย เป็นห่วงสุขภาพเด็กและผู้สูงอายุให้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากพบผิดปกติรีบไปหาแพทย์ทันที

หลายหน่วยงานต่างพยายามแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่กำลังสร้างปัญหาอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 15 ม.ค. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ปรารภในที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ว่า เรื่องนี้ควรเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อบูรณาการแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเสนอให้กฎข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจร ห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป ยกเว้นรถบรรทุกอาหารสด ห้ามเดินรถในเส้นทางถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกในวันคี่โดยเด็ดขาด แต่อนุญาตให้วิ่งได้ในวันคู่ ช่วงเวลา 10.00-15.00น.ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลนั้น ตนมองว่าเป็นแนวความคิดหนึ่ง ซึ่งต้องดูภาพรวม

รมว.คมนาคมกล่าวอีกว่า เรื่องการจำกัดเวลารถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งเข้าเขต กทม. และปริมณฑล หลัง 24.00-04.30 น. ของทุกวัน ส่วนกลางวันไม่ต้องวิ่ง เบื้องต้นการดำเนินการในทุกพื้นที่อาจเป็นปัญหา แต่น่าจะกำหนดเป็นโซนนิ่งได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องทำให้เป็นระบบ เพราะผู้ประกอบการก็กังวลเรื่องพื้นที่จอดรอ ตนมอบหมายให้กรมทางหลวง ไปจัดสร้างพื้นที่พักรถบรรทุกรอบวงแหวน ให้รถบรรทุกมีพื้นที่จอดคอย ไม่ต้องจอดริมถนนเพื่อรอเวลา ซึ่งจะทำให้รถติด อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมจะเร่งประชุมนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ทั้งเรื่องการกำหนดให้รถที่ใช้ความเร็ว 120 กม./ชั่วโมงวิ่งเลนขวา และห้ามรถที่วิ่งต่ำกว่า 90 กม./ชั่วโมงวิ่งเลนขวา จากนั้นจะเชิญผู้ประกอบการรถบรรทุกและผู้เกี่ยวข้องมาหารือกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนต่อไป

ส่วนที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วยตัวแทน บช.น.บช.ภ.1-9 และ บช.ก.ร่วมประชุมกำหนดมาตรการบังคับใช้กฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 หลังประชุมเสร็จสิ้น พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ที่ประชุมกำชับให้ทุกหน่วย บังคับใช้กฎหมายในการควบคุมต้นเหตุการเกิดฝุ่นละอองจากยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม สถานที่ก่อสร้าง รวมทั้งการเผาป่าและกิจกรรมที่ก่อให้เกิดควัน เพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง ส่วนมาตรการเชิงรุก สั่งให้ตรวจตราสถานีขนส่งสาธารณะ ขนส่งสินค้า สถานีรถตู้สาธารณะ อู่รถโดยสารสาธารณะ สถานที่ประกอบการรถบรรทุก อย่างสม่ำเสมอ และขอความร่วมมือผู้รับเหมาก่อสร้างให้ดูแลลดปริมาณฝุ่นในการก่อสร้าง และบังคับใช้กฎหมายกับโรงงานที่ปล่อยมลพิษทางอากาศ

ด้าน พญ.พรรณวิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลว่า มีแนวโน้มลดลงเกือบทุกพื้นที่ แต่ยังพบเกินมาตรฐานบางแห่ง ภาคเหนือ 9 จังหวัด มีค่าเกินมาตรฐาน บางพื้นที่สูงเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีแดงที่มีผลต่อสุขภาพ สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่เป็นเด็กเล็กและผู้สูง อายุ จะเริ่มมีผลต่อสุขภาพคือตั้งแต่ระดับสีเขียวเป็นต้นไป เนื่องจากเด็กมีความอ่อนแอและภูมิต้านทานต่ำ ส่วนผู้สูงอายุ กลไกการป้องกันระบบทางเดินหายใจจะลดลงตามอายุ และอาจมีโรคประจำตัว ทำให้ไวต่อการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจมากขึ้น ควรติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศด้วยการดูค่า PM2.5 หรือค่า AQI ได้ที่เว็บไซต์ air4thai.pcd. go.th หรือแอปพลิเคชัน “Air4thai” ของกรมควบคุมมลพิษ หรือเฟซบุ๊กเพจ “คนรักอนามัย ใส่ใจอากาศ PM2.5” ของกระทรวงสาธารณสุขโดยให้สังเกตที่สีเป็นหลัก หากพบค่าตั้งแต่ระดับสีเขียวขึ้นไป ต้องหลีกเลี่ยงให้เด็กทำกิจกรรมนอกอาคาร และคอยสังเกตอาการ หากพบผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ ส่วนการดูแลผู้สูงอายุ ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในช่วงเช้าหรือออกนอกบ้าน และหากพบผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คณะกรรมการควบคุมมลพิษPM 2.5ฝุ่นพิษรถบรรทุกฝุ่น PM2.5ข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้