ข่าว
100 year

พบพิรุธเอกสาร "กรุงเทพคริสเตียนฯ" เบิกจ่ายเงินซื้อ "ร.ร.-ที่ดิน" บึงกาฬ

ไทยรัฐออนไลน์15 ม.ค. 2563 19:57 น.
SHARE

สภาคริสตจักรฯ เผยหลักฐานการทำผิดขั้นตอนเบิกจ่ายเงินโครงการซื้อกิจการโรงเรียนบึงกาฬพิทักษ์ศึกษา ของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ พบมีความไม่ปกติการลงนามสั่งจ่ายเช็ค ทั้งผู้มีอำนาจสั่งจ่าย-คนรับเงิน 

เมื่อวันที่ 15 ม.ค.63 นายวิศาล มหชวโรจน์ ประธานกรรมการบริหารโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และกรรมการมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อปลายเดือน ธ.ค.62 มูลนิธิฯ ได้ยื่นหนังสืออุทธรณ์ต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ ตามความในมาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 เพื่อขอคืนสิทธิ์ในการบริหารจัดการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และเร่งจัดการปัญหาต่างๆ ให้คลี่คลาย โดยคำนึงถึงประโยชน์ของโรงเรียนและนักเรียนเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังได้รวบรวมหลักฐานและเอกสารสอบสวนการดำเนินงานในโครงการซื้อกิจการโรงเรียนบึงกาฬพิทักษ์ศึกษาและที่ดินโดยรอบ ซึ่งพบว่ามีการทำผิดขั้นตอนในกระบวนการดำเนินงาน และการเบิกจ่ายเงินในโครงการฯ โดยส่งมอบหลักฐานทั้งหมดไปพร้อมกับการยื่นหนังสืออุทธรณ์ครั้งนี้ด้วย

นายวิศาล กล่าวต่อว่า ในฐานะที่มูลนิธิฯ เป็นผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนฯ มีหน้าที่กำกับดูแลความเหมาะสมในการใช้เงิน ตรวจสอบการจ่ายเงิน และการดำเนินงานต่างๆ ให้เป็นไปตามระเบียบตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อความโปร่งใส และป้องกันความเสี่ยงที่อาจก่อความเสียหายต่อโรงเรียน มูลนิธิฯ จึงได้ทำการตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโครงการอื่นๆ ของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ เพิ่มเติม อาทิ โครงการ space program โครงการจัดซื้อและจำหน่ายเครื่องทำความเย็น (chiller) โครงการจัดหาสนามฟุตบอล โครงการจัดจ้างแม่บ้านและพนักงานรักษาความปลอดภัย เป็นต้น

ทั้งนี้จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้น พบว่า มีเอกสารจากโครงการดังกล่าวหลายประเด็นที่ต้องได้รับการอธิบายจากคณะกรรมการบริหารภายในโรงเรียนฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการทำงานที่ไม่ได้ขออนุมัติ ไม่ว่าจะเป็นการขออนุมัติโครงการ และการขออนุมัติใช้จ่ายเงิน ซึ่งกล่าวได้ว่ามีการทำผิดขั้นตอนตั้งแต่เริ่มโครงการเลยทีเดียว ส่วนจะมีเจตนาหรือมีผลก่อให้เกิดความเสียหายแก่โรงเรียนหรือไม่นั้น คงต้องรอให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

สำหรับกรณีโครงการซื้อกิจการโรงเรียนบึงกาฬพิทักษ์ศึกษา จ.บึงกาฬ และที่ดินโดยรอบ ซึ่งกรรมการมูลนิธิฯ ได้ทำการสอบสวนและลงโทษผู้กระทำผิดไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค.62 โดยมีประเด็น คือ การทำผิดหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างของสภาคริสตจักรในประเทศไทย และมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ค.ศ. 2016 ข้อ 7 ที่ระบุว่า การจัดซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การซื้อกิจการ สิทธิ์ในที่ดินทุกประเภท หรือสิทธิ์ต่างๆ ดังกล่าวที่มีมูลค่าตั้งแต่ 10,000,000 บาท (สิบล้านบาท) ขึ้นไป ต้องมีการวิเคราะห์ศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) การตรวจสอบวิเคราะห์สถานะและการสอบทานธุรกิจ (Due Diligence) ความคุ้มค่าของโครงการ ประกอบการเสนอพิจารณาเพื่อขออนุมัติตามขั้นตอน

"กรรมการมูลนิธิฯ คาดหวังว่า เอกสารที่เกี่ยวกับ Feasibility Study และ Due Diligence จะมีความน่าเชื่อถือในการวิเคราะห์แผนการลงทุนด้านต่างๆ จากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ แต่สิ่งที่คณะกรรมการบริหารภายในของโรงเรียน แนบมาให้ในเอกสารการประชุม เป็นเพียงกระดาษไม่กี่แผ่นที่เขียนเป็นหัวข้อรายงาน จัดทำโดยบุคลากรของโรงเรียนเอง ทั้งยังไม่มีการส่งข้อมูลใดๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อประกอบการเสนอพิจารณาขออนุมัติตามขั้นตอน แต่ทางโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยกลับดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างไปเรียบร้อยแล้ว" นายวิศาล กล่าว

นายวิศาล กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบยังพบว่า มีการทำผิดระเบียบข้อบังคับการบริหารหน่วยงาน และสถาบันของสภาคริสตจักรในประเทศไทย และมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ค.ศ.2009 ข้อ 132.2 ในหัวข้อย่อยข้อ 132.2.2 และข้อ 139.2 ซึ่งเป็นระเบียบขั้นตอนในการเบิกจ่ายเงิน

โดยระเบียบข้อบังคับ 132.2 ระบุว่า ผู้จัดการสถาบันหรือประธานคณะกรรมการบริหารภายใน ร่วมกับผู้มีอำนาจการสั่งจ่ายเงิน ดังต่อไปนี้
132.2.2 สถาบันขนาดใหญ่ มีอำนาจการสั่งจ่ายเงินครั้งละไม่เกิน 400,000 บาท และระเบียบข้อบังคับ 139.2 ระบุว่า คณะกรรมการบริหารสถาบัน คณะกรรมการอำนวยการสถาบันขนาดใหญ่มีอำนาจอนุมัติให้หน่วยงานและสถาบัน สั่งจ่ายเงินครั้งละไม่เกิน 3,000,000 บาท (สามล้านบาท)

อย่างไรก็ตามมีการพบเอกสารการเบิกจ่ายเงิน ภายหลังจากการสอบสวนและลงโทษผู้กระทำผิดไปแล้วว่า โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ ได้มีการสั่งจ่ายเช็คออกไป โดยเช็คใบที่ 1 (เงินมัดจำ) มูลค่า 10 ล้านบาท ลงวันที่ 18 ธ.ค.61 เช็คใบที่ 2 มูลค่า 35 ล้านบาท ลงวันที่ 9 ม.ค.62 เช็คใบที่ 3 มูลค่า 25 ล้านบาท ลงวันที่ 15 ม.ค.62 และเช็คค่าโอนมูลค่าโดยประมาณ 7 แสนบาท ลงวันที่ 25 ม.ค.62 รวมมูลค่าเช็คสั่งจ่ายทั้งหมดรวมประมาณ 70,700,000 บาท

นายวิศาล กล่าวต่อว่า เป็นที่ทราบดีว่ามูลนิธิฯ ไม่ได้มีการอนุมัติจ่ายเช็คทั้ง 4 งวดดังกล่าวแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่โดยหลักการแล้ววงเงินมากที่สุดที่โรงเรียนฯ สามารถสั่งจ่ายได้นั้น ต้องไม่เกิน 3 ล้านบาท ถ้ามากกว่านั้นโรงเรียนฯ ต้องทำหนังสือขออนุมัติจ่ายเงินจากมูลนิธิฯก่อน จึงจะดำเนินการเบิกจ่ายได้ แต่ในกรณีนี้เช็คที่จ่าย 3 ใน 4 ใบมีมูลค่ารวมหลายสิบล้านบาท ที่สำคัญยังพบว่ามีความไม่ปกติของการลงนามสั่งจ่ายเช็คทั้งในส่วนของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเช็คและชื่อผู้รับเงิน ที่ผ่านมาผู้กระทำผิดได้ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจริง และลงนามยอมรับด้วยตนเองตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย.62 แล้ว

"โดยส่วนตัวผมมองว่า เป็นการกระทำเยี่ยงสุภาพบุรุษ ผมชื่นชมในความกล้าหาญและความเป็นผู้นำที่รับผิดได้ ไม่ได้รับแต่ชอบ แต่ด้วยเหตุผลใดมิอาจทราบได้ บุคคลนั้นเกิดเปลี่ยนใจขอให้มีการตั้งกรรมการสอบแทน จึงมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเป็นการภายในตามที่ร้องขอ และเริ่มการสอบสวนตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.62 จนนำมาสู่ข้อสรุปและมีมติลงโทษตามความผิดนั้น" นายวิศาล กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรุงเทพคริสเตียนสภาคริสตจักรโรงเรียนบึงกาฬพิทักษ์ศึกษาซื้อที่ดินมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรฯข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้