ยันมีข้อมูลโครงการโฉ่ ขยี้ ‘บิ๊กแป๊ะ’ รับผิดชอบ

“บิ๊กโจ๊ก” หอบเอกสารโครงการไบโอแมทริกซ์ มอบพนักงานสอบสวน สน.บางรัก พร้อมให้ปากคำเพิ่มเติม หลังถูกมือปืนยิงรถที่จอดไว้หน้าร้านนวด ยันไม่ได้สร้างสถานการณ์ พร้อมโยงคดีนักข่าวถูกยิงในลักษณะเดียวกันเมื่อ 2 ปีที่แล้วยังจับคนร้ายไม่ได้ เผยมีข้อมูลบุคคลต้องสงสัยแต่ไม่ขอบอกเป็นใคร แย้มหากไม่ใช่คนมีอำนาจไม่มีใครกล้าทำ กระแนะกระแหน หากเป็น ผบ.ตร.และจับคนร้ายไม่ได้ อย่างน้อยต้องออกมารับผิดชอบ ส่วนเหตุที่มาถูกยิงช่วงนี้ ใกล้ถึงเวลาที่ ป.ป.ช.จะนัดเรียกสอบพยานที่เกี่ยวข้องกับโครงการฉาว เผยใจจริงอยากกลับเป็นตำรวจ แต่ไม่ขอกลับด้วยวิธีการแบบนี้ ส่วนบิ๊กแป๊ะทำหนังสือลากิจตั้งแต่ 6-10 ม.ค.

จากเหตุการณ์ท้าทายอำนาจรัฐและเขย่ายุทธจักร สีกากี เมื่อค่ำวันที่ 6 ม.ค. หลังเกิดเหตุคนร้าย 2 คน สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ขี่รถ จยย.ฮอนด้า คลิก สีดำ ไม่ติดป้ายทะเบียน รัวยิงบริเวณประตูรถ ด้านซ้าย รถยนต์เลกซัส อาร์เอ็กซ์ 270 สีขาว ทะเบียน 9 กจ 351 กรุงเทพมหานคร ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) อดีตนายตำรวจคนดัง ที่จอดอยู่ตรงข้ามร้านสาริกา มาสสาจ ซอยสาริกา ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก แล้วขี่รถหลบหนี ขณะเกิดเหตุ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เพิ่งเข้าไปนอนนวดในร้านสาริกา มาสสาจ ได้ประมาณ 1 ชม. หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร. เรียกประชุมชุดสืบสวนด่วน ตัดประเด็นความขัดแย้งทางธุรกิจและเรื่องชู้สาว รับพฤติกรรมมือปืนน่าจะเป็นมืออาชีพ ส่วนจะเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนโครงการไบโอแมทริกซ์ และโครงการรถสายตรวจอัจฉริยะหรือไม่ ยังสืบสวนไม่ถึง ขณะที่ สน.บางรัก ตำรวจท้องที่เรียกสอบเที่ยงวันที่ 8 ม.ค.ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

...

ความคืบหน้าถึงเงื่อนงำยิงรถ พล.ต.ท.คนดัง ครั้งนี้ เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 8 ม.ค. ที่ สน.บางรัก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต ผบช.สตม. นำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการไบโอแมทริกซ์ เข้าให้ปากคำพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก เพื่อขมวดหาสาเหตุและกลุ่มคนร้าย โดย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เผยก่อนเข้าให้ปากคำว่า วันนี้ได้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการไบโอแมทริกซ์ มามอบให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม ยืนยันไม่ได้สร้างภาพสร้างสถานการณ์ เพราะ ไม่มีมูลเหตุจูงใจจะทำไปเพื่ออะไร รถก็เสียหาย และตนเป็นผู้ถูกกระทำ ขณะเดียวกันเมื่อ 2 ปีก่อนมีเหตุคนร้ายยิงรถยนต์ผู้สื่อข่าว ขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ ทำให้เชื่อว่าเป็นแผนประทุษกรรมลักษณะเดียวกัน คนวงในก็ต้องรู้ว่าใครเป็นคนยิง

อดีตนายตำรวจที่ได้ฉายาโจ๊ก หวานเจี๊ยบกล่าวต่อว่า ประเด็นที่มองว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งจากโครงการไบโอแมทริกซ์นั้น เมื่อครั้งที่เป็น ผบช.สตม. ได้เซ็นหนังสือ 2 ฉบับ ถึง ผบ.ตร. ให้ยกเลิก โครงการนี้เนื่องจากล่าช้า และส่งงานไม่ทัน อีกทั้งยังเปลี่ยนผู้บัญชาการถึง 2 คน ยังไม่แล้วเสร็จ ถ้าไม่พบว่าโครงการมีส่วนผิดจริงก็ไม่เซ็นยกเลิก เพราะบริษัทคู่สัญญาจะมาฟ้องตนได้ ที่ไม่ถูกฟ้องเพราะตนทำตามหน้าที่ โดยก่อนนี้มีคนประสานมานัดพูดคุยกับผู้ใหญ่หลายท่านหลายครั้งแต่ตนไม่ไป อีกทั้งยังมีรอง ผบช.สตม. บางคนถูกย้ายไปทำงานในสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ เพราะถูกกดดันให้เซ็นตั้งกรรมการตรวจสอบวินัยกับตน แต่ตำรวจนายนี้ไม่ยอมก็ถูกย้าย ยืนยันทุกขั้นตอนที่ตนดำเนินการตรวจสอบได้อย่างชัดเจน

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า สำหรับบุคคลต้องสงสัยนั้นพอมีข้อมูลแต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใคร หากไม่ใช่คนมีอำนาจก็ไม่มีใครกล้าทำแบบนี้ ถ้าตอนนี้ตนเป็น ผบ.ตร. และจับคนร้ายไม่ได้ อย่างน้อยต้องออกมารับผิดชอบ ที่ผ่านมาในหลายคดีก็มีตำรวจ เก่งฝีมือดีย้ายเข้ามาสังกัดในนครบาล แต่คดีตนเข้าสู่วันที่ 3 แล้วยังไม่มีวี่แววความคืบหน้าแต่อย่างใด หากเกิดแบบนี้จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้อย่างไร ทั้งยังเกิดในใจกลางเมืองด้วย ขอย้อนความไปเมื่อยังเป็นตำรวจ ยังสามารถตามจับกุมคนร้ายคดีไฮโซเชอร์รี่ที่หลบหนีไปประเทศกัมพูชาได้ในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกับตน ตอนนี้ ท่านก็ไม่ได้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว เป็นเรื่องของผู้บัญชาการปัจจุบัน

อดีต ผบช.สตม.กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุลอบยิงรถยนต์ของตนที่เกิดขึ้นช่วงนี้ ส่วนตัวคิดว่าใกล้ถึง เวลาที่ ป.ป.ช. จะนัดเรียกสอบพยานที่เกี่ยวข้องกับโครงการไบโอแมทริกซ์ ทาง ป.ป.ช. มีประสานมาทางตน แต่ยังไม่ได้ระบุวันที่จะนัดสอบพยาน ส่วน การก่อเหตุครั้งนี้จะส่งผลต่อพยานปากอื่นที่ไม่ได้เซ็นรับนั้น เชื่อว่าไม่เสียขวัญเพราะถูกโยกย้ายกันไปหมดแล้ว ยืนยันว่าการออกมาครั้งนี้ของตนไม่ได้ต้องการท้าชนกับใคร เพราะต้องการให้ความจริงปรากฏ ขึ้นเท่านั้น เนื่องจากโครงการหรือระบบไบโอแมทริกซ์ เป็นสมบัติชาติและมีมูลค่าสูงถึง 2,000 ล้านบาท

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เปิดเผยอีกว่า ส่วนกรณีที่นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ไปร้องเรียนกับ ป.ป.ช. เป็นช่วงหลังจากตนเซ็นหนังสือเองและไม่ได้บอกใคร ถือว่าทนายตั้มทำหน้าที่ในภาคประชาชน อาจมีคนไม่พอใจสิ่งที่ทำก็ได้ แต่ตนต้องยึดผลประโยชน์ ส่วนรวมของประเทศชาติเป็นหลัก เมื่อถามว่าอยากจะกลับมาเป็นตำรวจหรือไม่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ส่วนตัวอยากกลับไปเป็นตำรวจเพราะเป็นตำรวจเก่า และเป็นตำรวจอาชีพ หากกลับไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไร ขอทำหน้าที่ข้าราชการให้ดีที่สุด เพราะหลังโดนย้ายออกมาก็เก็บตัวเงียบมาเป็นปี ไม่ได้ไปร้องเรียนที่ไหน ยืนยันได้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการชิงตำแหน่งหรือกลับไปดำรงตำแหน่งตำรวจ ด้วยวิธีการแบบนี้

...

อย่างไรก็ตาม หลังเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนนานกว่า 3 ชั่วโมง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เปิดเผยอีกครั้งว่า วันนี้ได้ให้ข้อมูลหลายส่วน ทั้งเรื่องโครงการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างเครื่องพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลไบโอแมทริกซ์ที่ตนเซ็นยกเลิกคำสั่งสมัยเป็น ผบช.สตม. เชื่อว่าสาเหตุการยิงรถนั้นเกิดจากเรื่องดังกล่าว พร้อมนำเอกสารรายงานแจ้งปัญหาการใช้งานไบโอแมทริกซ์ มีผู้หวังดีส่งมาให้ยืนยันว่าระบบนี้ไม่ได้ดีจริง แต่ที่จับคนร้ายได้หลายๆคดีเป็นเพราะฝีมือตำรวจ ส่วนเรื่องรถสายตรวจอัจฉริยะยี่ห้อ BMW ที่ สตม.จัดซื้อจัดจ้างในราคากว่า 900 ล้านบาท แต่กลับใช้เป็นรถนำขบวนเท่านั้น ทั้งที่หน่วยงานอื่นใช้รถที่ราคาถูกกว่า โครงการดังกล่าวมีค่าซ่อมบำรุงที่ค่อนข้างสูง มองว่าเป็นการนำภาษีประชาชนมาใช้โดยไม่เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนคดีการยิงรถของตน ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการติดตามคนร้ายที่ขี่รถจักรยานยนต์มาก่อเหตุ รวมถึงให้ข้อมูลเรื่องรถเบนซ์สีดำต้องสงสัยที่ขับมาวนในบริเวณร้านนวดแผนโบราณก่อนเกิดเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร และใช้ปืนชนิดใด

ไล่เลี่ยกัน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.กล่าวถึงกรณีคนร้ายใช้ปืนยิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์หาเบาะแสผู้ก่อเหตุ ส่วนสาเหตุยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ต้องพิสูจน์ทราบในทุกเรื่อง สำหรับพฤติการณ์ก่อเหตุคนยิงรู้อยู่แล้วว่าในรถไม่มีคน ไม่น่าจะประสงค์ต่อชีวิต และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ยังไม่ได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปคุ้มกัน ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบหาข้อเท็จจริง มอบหมายให้ พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน แบ่งงานกันทำโดยให้ บก.น.6 รับผิดชอบตรวจสอบก่อนเกิดเหตุ สน.บางรัก รับผิดชอบขณะเกิดเหตุ และ บก.สส.บช.น. รับผิดชอบตรวจสอบหลังเกิดเหตุ ให้ พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น. ดูแลสำนวนการสอบสวน คดีให้ สน.บางรักดำเนินการไปก่อน หากพบว่ายุ่งยากซับซ้อนจะตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนขึ้นมารับผิดชอบคดี

...

ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้ยื่นหนังสือลากิจตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.-10 ม.ค.63 มอบหมายให้ พล.ต.อ.วิรชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 ปฏิบัติราชการแทนส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 14.15 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ครม.กรณีเหตุคนร้ายยิงถล่มรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ว่าเป็นเรื่องของตำรวจ ให้ตำรวจติดตามไป ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุและยังไม่ได้รับรายงานเพิ่มเติม ต้องให้ตำรวจสืบหาข้อเท็จจริงก่อน ยังไม่ได้คุยอะไรกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐเลย และไม่รู้ว่าต้องมาคุยกับตนเรื่องอะไร เพราะตนไม่ใช่เจ้าหน้าที่ เมื่อถามว่า เท่าที่ดูมีงานอะไรที่ทำให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์สุ่มเสี่ยงถูกลอบยิง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถาม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ดูเอง

ต่อมาเวลา 20.00 น. หลังจาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการถามตรงๆ กับจอมขวัญ ทางไทยรัฐทีวีเสร็จสิ้น เจ้าตัวพร้อมตำรวจนอกเครื่องแบบผู้ติดตาม รวมทั้งหมด 4 คน เดินทางออกจากอาคารไทยรัฐทีวี ถนนวิภาวดีฯ ขึ้นรถแลนด์โรเวอร์ สีเทา ทะเบียน ฐม 51 กรุงเทพมหานคร โดยก่อนขึ้นรถทางพิธีกรสาว จอมขวัญ หลาวเพ็ชร พูดคุยกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เล็กน้อยพร้อมฝากเตือนให้ระวังตัวด้วย โดยที่เจ้าตัวเอ่ยขอบคุณก่อนขึ้นรถเดินทางกลับ คล้อยหลังไม่นานทางทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ที่มาร่วมในรายการด้วย ขึ้นรถอีกคันแยกย้ายเดินทางกลับ