ข่าว
100 year

อดีตทหารเรือปาดคอฆ่าภรรยาเก่า ดิ่ง 18 ชั้น (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ม.ค. 2563 05:15 น.
SHARE

สลดส่งท้ายปี อดีตทหารน้ำเมาคลั่ง ปาดคอฆ่าเมียเก่าที่เพิ่งเลิกกันไปแค่ปีเศษ ดับสยองบนห้องพักชั้น 18 คอนโดฯย่านบุคคโล แม่ยายเข้าช่วยลูกสาวโดนมีดบาดข้อมือ 2 ข้างเจ็บสาหัส ก่อนมือมีดล็อกประตูไม่ให้ใครเข้าห้อง ตำรวจ-กู้ภัยต้องเจรจาอยู่นานถึงยอมให้เข้าไปช่วยคนเจ็บ ส่วนอดีตลูกประดู่คลั่งหนักนั่งอยู่บนราวเหล็กระเบียงหลังห้อง ทั้งหัวเราะ ร้องไห้ สลับร้องเพลงปลุกใจ ก่อนดิ่งลงมา ตายตาม ตำรวจคาดน่าจะมาจากเห็นภาพบาดตาชายอื่นกับเมียเก่าในมือถือ ผสมฤทธิ์สุราเลยคลุ้มคลั่งก่อเหตุ

อดีตลูกประดู่คลั่งฆ่าโหดเมียเก่าก่อนโดดระเบียง 18 ชั้นดับสลดในวันส่งท้ายปี เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 31 ธ.ค. ร.ต.ท.กฤษฎา ศรีณวัฒน์ รอง สว. (สอบสวน) สน.บุคคโล รับแจ้งชายคลุ้มคลั่งใช้มีดทำร้ายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และพยายามกระโดดจากที่สูง เหตุเกิดในคอนโดเปี่ยมรัก ซอยเทอดไท 33 ถนนเทอดไท แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบก.น.8 พ.ต.ท.กําพล เลี้ยงเจริญทรัพย์ รอง ผกก.สส.สน.บุคคโล พ.ต.ท.วิชิต สินค้า สว.สส.สน.บุคคโล และประสานเบาะลมจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร และอาสามูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊งเพื่อร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นคอนโดมิเนียมสูง 22 ชั้น บริเวณระเบียงชั้น 18 หลังห้องเลขที่ 235/383 พบชายทราบชื่อต่อมาคือนายธนา เดี่ยวดวงศิลป์ อายุ 56 ปี นั่งอยู่บนราวระเบียง มีอาการคลุ้มคลั่งพูดจาไม่รู้เรื่อง เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด ส่วนประตูหน้าห้องถูกปิดล็อกจากด้านใน โดยมีเสียงผู้หญิงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเล็ดรอดออกมาเป็นระยะ เจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้นายธนาเปิดประตูเพื่อช่วยเหลือคนเจ็บ กระทั่งนายธนายอมเปิดประตูให้หน่วยกู้ภัยเข้าไปนำร่างหญิงสูงวัยทราบชื่อต่อมาคือนางเสาวณีย์ ปิ่นคำ อายุ 70 ปี ส่งโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในสภาพถูกมีดบาดที่ข้อมือทั้ง 2 ข้างเลือดท่วมตัว

ขณะเดียวกัน ยังพบร่างโชกเลือดของ น.ส.รัตนา ปิ่นคำ อายุ 42 ปี ลูกสาวนางเสาวณีย์ที่นอนหายใจรวยรินอยู่หน้าประตูทางออกนอกระเบียง มีบาดแผลถูกปาดด้วยมีดที่ลำคอตัดเส้นเลือดใหญ่ 3 แผล และตามลำตัวอีกหลายแห่ง เลือดสาดกระจายแดงฉานเต็มห้อง ขณะที่นายธนานั่งคร่อมราวระเบียงถือมีดข่มขู่ ไม่ยอมให้ใครเข้าช่วยเหลือ น.ส.รัตนา และไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ เจ้าหน้าที่ต้องเกลี้ยกล่อมอยู่นาน ก่อนที่นายธนาจะยอมให้หน่วยกู้ชีพเข้าไปช่วยเหลือ น.ส.รัตนาออกมาปฐมพยาบาลหน้าห้อง แต่ น.ส.รัตนาเสียเลือดมากสิ้นใจตายก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่นายธนาเริ่มมีอาการคลุ้มคลั่งหนักขึ้นทั้งหัวเราะ ร้องไห้ และร้องเพลงปลุกใจสลับกันไป

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมนาน 20 นาที ไม่เป็นผล จังหวะนายธนาเผลอ เจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจเข้าชาร์จ แต่นายธนากลับดีดตัวออกจากระเบียงตกลงสู่พื้นด้านล่างโดยไม่ตกตรงเบาะลมที่กางรอไว้ ร่างกระแทกพื้นอาการสาหัสและเสียชีวิตระหว่างถูกนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ตรวจสอบภายในห้อง พบข้าวของกระจายเกลื่อน กลิ่นเหล้าเคล้ากลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่ว และยังพบมีดปลายแหลมเปื้อนเลือดยาวประมาณ 5 นิ้ว อาวุธที่ใช้ก่อเหตุเปื้อนเลือดวางไว้อยู่ที่บริเวณขอบระเบียง เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน

พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบก.น.8 กล่าวว่า จากการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทราบว่า ขณะเกิดเหตุมีคนอยู่ในห้องทั้งหมด 4 คน คือนางเสาวณีย์ แม่ น.ส.รัตนา ผู้ตาย และลูกชายของ น.ส.รัตนา อายุประมาณ 10 ขวบ ส่วนนายธนา เป็นอดีตทหารเรือ เคยคบหากับ น.ส.รัตนา และเลิกกันได้ประมาณปีเศษ ทั้งนี้ น.ส.รัตนาทำงานอยู่ที่บาร์แห่งหนึ่ง ได้โทร.ชวนนายธนามาดื่มกินที่ห้อง เนื่องจากเป็นวันเกิดของ น.ส.รัตนา โดยนายธนานั่งรถ จยย.รับจ้างมาพร้อมซื้อเหล้าและอาหารมาร่วมงานด้วย แต่ระหว่างนั่งดื่มกินกันจนเมามาย นายธนาเจอภาพ น.ส.รัตนาถ่ายรูปคู่กับชายคนอื่นในโทรศัพท์มือถือ อาจเกิดความหึงหวงใช้มีดปาดคออดีตแฟนสาว ขณะที่นางเสาวณีย์เข้าห้ามปรามจนถูกมีดบาดเข้าที่ข้อมือทั้ง 2 ข้าง

รอง ผบก.น.8 กล่าวต่อว่า จากนั้นลูกชายซึ่งเป็นลูกติด น.ส.รัตนา ได้วิ่งออกไปขอความช่วยเหลือจากพี่สาว น.ส.รัตนาที่พักอยู่ห้องใกล้กัน แต่นายธนากลับล็อกประตูไม่ยอมให้ใครเข้าไปในห้อง พี่สาวรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ส่วนสาเหตุไม่มีอะไรซับซ้อน อาจมาจากเรื่องหึงหวง เพราะ น.ส.รัตนาเป็นคนหน้าตาดี อย่างไรก็ตาม ต้องรอสอบสวนนางเสาวณีย์และพี่สาวของ น.ส.รัตนา รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่คอนโดฯว่านายธนามาถึงที่ห้องช่วงเวลาใด รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์ของผู้ตายทั้งคู่ เพื่อสรุปหาสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ ส่วนศพทั้งคู่ได้มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 เปิดเผยกรณีดังกล่าวว่า ในเบื้องต้นยังไม่พบว่าผู้ก่อเหตุมีการเสพสารเสพติดใดๆ แต่จากการตรวจสอบภายในห้องพบขวดสุรา และขวดเบียร์ คาดว่าน่าจะมีการดื่มก่อนลงมือก่อเหตุ ในส่วนของคดีตัวผู้ก่อเหตุเองถือว่ามีความผิดทางอาญาเรื่องทำร้ายผู้อื่น แต่เนื่องจากผู้ก่อเหตุตัดสินใจกระโดดลงมาเสียชีวิต ทำให้ผลทางคดีสิ้นสุดลง ส่วนที่มีภาพชายวิ่งเข้าไปชาร์จผู้ก่อเหตุก่อนที่จะตกลงมานั้น เท่าที่ทราบจังหวะนั้นไม่แน่ใจว่ามีการเจรจาอะไรกันก่อนหน้านั้น ภาพที่ปรากฏเป็นตำรวจกับอาสาสมัครที่พยายามเข้าไปเพื่อที่จะต่อรองช่วยเหลือ คงคิดแล้วว่าเป็นจังหวะที่ดี เพราะก่อนหน้า ผู้ก่อเหตุนั่งคร่อมระเบียงอยู่จึงช่วยไม่ได้ แต่เมื่อผู้ก่อเหตุเปลี่ยนท่าทางนั่งบนราว อาสากู้ภัยอาจจะตัดสินใจตอนนั้นว่าอาจจะคว้าทัน อาจจะช่วยได้ ประกอบกับระหว่างเจรจา ผู้ก่อเหตุบอกว่าจะไปกับแฟน เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้อาสากู้ภัยต้องตัดสินใจเข้าช่วยแต่ไม่ทัน ผู้ก่อเหตุตัดสินใจโดดลงมาก่อน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1คลั่งฆ่าเมียคลิปโดดคอนโดทำร้ายแฟนทำร้ายเมียง้อไม่สำเร็จกระโดดคอนโดข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้