เมื่อความแตกต่างของใครบางคน กลายเป็นเรื่องน่าขำของใครอีกคน เมื่อลักษณะเฉพาะตัว สูง ต่ำ ดำ เตี้ย ยากดี มีจน ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวเฉพาะบุคคล กลายเป็นเรื่องหนักศีรษะคนอื่น การดูถูกเหยียดหยาม หรือที่ปัจจุบันหลายคนเรียกว่า bully จึงบังเกิดขึ้น...

และนี่นับว่าเป็นอีกครั้งที่การดูถูกเหยียดหยามได้เกิดขึ้นกับเด็กหญิง ป.5 ที่มีชะตาชีวิตอันแสนรันทด ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงเรื่องราวแสนสลดของเด็กน้อยตาดำๆ ที่ต้องเผชิญกับเรื่องราวอันหนักหนาเกินที่ใจของเธอรับไหว จนต้องตัดสินใจแขวนคอ หวังจบปัญหาให้หมดสิ้น

  • ครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ อยู่อาศัยด้วยกัน 4 คน พ่อ แม่ ลูกคนโตเรียนชั้น ม.3 และลูกสาวคนเล็กเรียนชั้น ป.5 ชื่อเล่นว่า น้องเอย(นามสมมติ)

  • ผู้เป็นพ่อทำงานเป็นพนักงานกวาดขยะ(เงินเดือน 8,000 บาท) ผู้เป็นแม่เคยรับจ้างทั่วไป แต่ปัจจุบันป่วยและมีโรคประจำตัวเจ็บออดๆ แอดๆ จึงไม่ได้ทำงานมากนัก โดยทั้ง 4 ชีวิตไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง จึงต้องเช่าโรงบ่มพักอาศัย และแน่นอนว่า ครอบครัวนี้มีฐานะยากจนแร้นแค้นอย่างมาก

  • วันหนึ่งในเดือนกันยายน 2562 น้องเอยเดินทางกลับมาจากโรงเรียน แต่วันนี้น้องมีสีหน้าเศร้าหมอง ไม่ร่าเริงเหมือนเคย ผู้เป็นพ่อจับสังเกตได้ จึงเรียกลูกสาวมาถาม

...

  • น้อยเอยเล่าให้พ่อฟังว่า ตอนอยู่โรงเรียน น้องถูกเพื่อนผู้ชาย 3 คนรุมแกล้ง โดยจับให้นอนกับพื้น ซึ่งเพื่อน 2 คนใช้เท้าเหยียบที่แขนทั้ง 2 ข้าง ส่วนอีกคนใช้เท้าเหยียบที่ใบหน้า จนได้รับบาดเจ็บ โดยผู้เป็นพ่อก็สังเกตเห็นรอยช้ำตามร่างกายของน้องเอยจริงๆ

  • หัวใจพ่อเหมือนโดนเหยียบย่ำ จึงตัดสินใจพิมพ์ไลน์ไปถาม ผู้อำนวยการโรงเรียน และได้รับคำตอบว่า เด็กอาจจะเล่นกันแรงไปหน่อย ซึ่งได้ตักเตือนแล้วว่าไม่ให้ทำอีก จากนั้นเรื่องก็เงียบไป

  • 12 กันยายน 2562 น้องเขียนเล่าเหตุการณ์ที่ถูกเพื่อนรุมแกล้งให้ครูประจำชั้นฟัง โดยครูประจำชั้นให้น้องเอยเขียนบันทึกเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้ด้วย

  • น้องเอย เขียนบันทึกอย่างตั้งใจ(สามารถดูได้จากภาพ) โดยมีใจความว่า น้องเอยถูกเด็กผู้ชายจับเหวี่ยงจนล้ม และเมื่อล้มก็ยังเหวี่ยงอีก จากนั้น น้องเอยถูกลากไปเรื่อยๆ เป็นระยะทางถึงครึ่งสนาม แต่น้องเอยสามารถวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนอีกคนได้ แต่เพื่อนที่ช่วยเหลือกลับถูกเด็กผู้ชายถ่มน้ำลายใส่ ส่วนน้องเอยถูกจับลากไปกับสนาม และถูกเด็กผู้ชายกลุ่มเดิมเหยียบแขน และหน้า จนต้องร้องไห้ไปฟ้องครู

...

  • ครูเรียกเด็กผู้ชายที่แกล้งน้องเอยมาตักเตือน สั่งให้ขอโทษน้องเอย และลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

  • ต่อมา พ่อและแม่ก็สังเกตเห็นเรื่อยมาว่า น้องเอยกลับบ้านด้วยสีหน้าเศร้าหมอง และเดินเข้ามาเล่าให้พ่อกับแม่ฟังอยู่บ่อยๆ ว่า ถูกเพื่อนล้อว่า บ้านจน ตัวเตี้ย ดำ และถูกแกล้งต่างๆ นานา

  • พ่อน้องเอย วิเคราะห์ว่า “พ่อเองก็ไม่แน่ใจว่า เพราะพ่อขี่จักรยานยนต์ขนขยะไปส่งลูกที่โรงเรียนอยู่บ่อยๆ จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเสียใจ น้อยใจหรือเปล่า ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกสาวเป็นเด็กร่าเริง อารมณ์ดี ชอบร้องเพลง รักสัตว์ ไม่มีท่าทีที่จะทำร้ายตัวเองมาก่อน”

  • 10 โมงเช้าของวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ระหว่างที่น้องเอยกำลังเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ น้องได้ขอครูไปเข้าห้องน้ำ แต่เพื่อนเห็นว่าไปนานผิดสังเกตจึงตามไปดู

  • เพื่อนๆ ที่วิ่งไปตามน้องตกใจสุดขีด เพราะภายในห้องน้ำพบน้องเอยใช้ผ้าขนหนูผูกคอตัวเอง จากนั้นจึงมีการช่วยกันนำตัวลงมา และนำส่งโรงพยาบาล 

  • เพื่อนสนิทของน้องเอย บอกกับนักข่าวที่ไปทำข่าวที่โรงเรียนว่า สาเหตุที่น้องเอยแขวนคอ เพราะน้องสนิทสนมกับนักเรียนชายรุ่นพี่ที่เรียนอยู่ชั้น ม.1 ที่อยู่คนละโรงเรียนผ่านทางโซเชียล จากนั้นน้องได้ซื้อตุ๊กตาเป็นของขวัญให้หนุ่มรุ่นพี่ แต่ปรากฏว่าฝ่ายชายไม่ยอมรับตุ๊กตา และแสดงความไม่มีเยื่อใย ทำให้น้องเกิดความน้อยใจ และอับอายเพื่อนๆ จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว แต่โชคดีเพื่อนๆ ไปเห็นก่อน

  • ผู้เป็นแม่ออกมายืนยันว่า กรณีที่มีคนบอกว่าลูกไปชอบนักเรียนรุ่นพี่ แต่เขาไม่สนใจจึงก่อเหตุนั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

...

  • ส่วนอาการของน้องเอยนั้น สมองบวม ต้องเจาะคอเพื่อใช้เครื่องช่วยหายใจ และยังไม่ได้สติ แต่เริ่มมีอาการตอบสนองบ้างแล้ว ทางครอบครัวจึงยังมีกำลังใจที่จะสู้ต่อ เพื่อให้น้องได้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง แต่อุปสรรคใหญ่คือ ครอบครัวไม่มีเงิน
    หมายเหตุ : ทางครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์ในการซื้อเครื่องใช้ เช่น แพมเพิร์ส (เบอร์ M แบบแถบกาว แบบกางเกงใส่ไม่ได้เพราะติดสายเครื่องมือแพทย์) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเฝ้าไข้ และเตรียมไว้สำหรับพักฟื้น รวมไปถึงการทำกายภาพเมื่อน้องฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง 

  • ผู้หลักผู้ใหญ่ใจดีหลายท่าน แนะนำให้คุณพ่อของน้องเอย โพสต์เฟซบุ๊กขอความช่วยเหลือ แต่พ่อน้องเอยกังวลว่า จะมีคนต่อว่า และกล่าวหาว่า เอาลูกมาหากิน ทุกคนจึงช่วยหาทางออกว่า ควรโพสต์ขอความช่วยเหลือเพียง 3 วัน และลบโพสต์ปิดรับการบริจาค ซึ่งพ่อน้องเอยก็ยินยอมที่จะทำตาม โดยให้เหตุผลว่า “ชีวิตผมเดินมาถึงทางตันแล้ว”

...

  • เมื่อพ่อน้องเอยโพสต์เฟซบุ๊กตามที่วางแผนไว้ ก็เป็นไปตามคาด ชาวเน็ตบางรายเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์พ่อและครอบครัวของน้องเอยว่า เอาลูกมาหากิน หาเงินจากการรับบริจาค ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับทางครอบครัวอย่างมาก

  • พ่อน้องเอย ประกาศหยุดรับบริจาค เพราะเสียใจอย่างมาก พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้เอาลูกมาหากิน และได้เงินมาทั้งหมด 102,804.64 บาท. 

ขอบคุณภาพจาก : สมาคมคนเหนือ