รฟท.จับมือ CRSC เดินหน้าโครงการจัดหาติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคมโครงการรถไฟทางคู่ช่วง นครปฐม-ชุมพร ตั้งเป้าแล้วเสร็จ ธ.ค.ปี 2565
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย ลงนามสัญญากับบริษัทด้านระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคมจากสาธารณรัฐประชาชนจีน (CRSC ) ขับเคลื่อนโครงการจัดหาและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงนครปฐม-ชุมพร โดยโครงการดังกล่าวเปิดโอกาสอย่างอิสระ และเป็นไปตามข้อกำหนดในการแข่งขัน ในการให้บริษัทชั้นนำจากทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาร่วมประมูล เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่และมีความสำคัญ
ด้าน นายเสวี จงเสียง ประธานบริษัท CRSC กล่าวขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนกิจการต่างๆ ของ CRSC ซึ่งพิธีลงนามในครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือของทั้งสองประเทศ โดยประเทศไทยนั้นได้ฉายาว่าเป็นรอยยิ้มแห่งสยาม ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเป็นการพัฒนาหุ้นส่วนทั้งด้านการลงทุน เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน ได้เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการพร้อมตอกย้ำความสัมพันธ์ว่าไทย-จีนใช่อื่นไกลพี่น้องกัน และขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจและขอบคุณทุกภาคส่วนที่การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานทูตจีนที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง
ทั้งนี้ บริษัท CRSC ถือเป็นวิสาหกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประเทศจีน และเป็นกำลังหลักในการสร้างรถไฟความเร็วสูงของจีน โดยทางบริษัทยึดมั่นในการปฏิบัติร่วมกันผ่านโครงการ 1 แถบ 1 เส้นทาง ซึ่งจะช่วยในการพัฒนาหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้มีความรอบด้าน พร้อมกันนี้ ทาง CRSC ยินดีในการขับเคลื่อน Thailand 4.0 และ EEC ร่วมกันกับไทยเพื่อเดินหน้าขยายความร่วมมือทางด้านการคมนาคม ตามหลักการสร้างสรรค์และแบ่งปันร่วมกันเพื่อเป็นประโยชน์ในการเชื่อมโยงระหว่างจีนและไทย
...
ด้าน นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในแผนการพัฒนาของทางการรถไฟ ซึ่งการดำเนินการโครงการดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้สามารถเปิดเดินรถไฟทางคู่ได้อย่างปลอดภัย และเกิดประโยชน์กับประเทศและยังเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมทั้งยกระดับชีวิตของพี่น้องประชาชน และยังทำให้การขับเคลื่อนแผนงานของรัฐบาลสัมฤทธิ์ผล ทั้งนี้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยขอขอบคุณ ผู้สังเกตการณ์ จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และทุกหน่วยงานรวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ช่วยดำเนินการผลักดันจนแล้วเสร็จ พร้อมขอแสดงความยินดีและหวังว่าโครงการนี้จะสำเร็จราบรื่นตามแผนที่วางไว้
ขณะที่ นายหลิว เลี่ยง ผู้จัดการทั่วไปศูนย์ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก CRSC กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมลงนามในโครงการดังกล่าว พร้อมขอขอบคุณการรถไฟแห่งประเทศไทยในการร่วมมือเดินหน้าโครงการ พร้อมกันนี้ยังให้ความมั่นใจว่าทาง CRSC จะดำเนินการต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างประโยชน์ด้านการคมนาคมระหว่าง 2 ประเทศ พร้อมขอบคุณสถานทูตจีนประจำประเทศไทยในการดำเนินการต่างๆ
สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในแผนการพัฒนาการรถไฟไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสารและอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า ซึ่งที่ผ่านมามีการทดสอบระบบเพื่อประเมินในด้านต่างๆ เพื่อให้การเดินหน้าโครงการเป็นไปอย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ ซึ่งโครงการดังกล่าวก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะกระชับความร่วมมือระหว่างสองประเทศไปอีกช่องทางหนึ่ง
นอกจากนี้โครงการดังกล่าวจะเป็นการออกแบบจัดหาและติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ทางก่อสร้างใหม่ และทางรถไฟเดิมโดยใช้ระบบอาณัติสัญญาณบังคับด้วยคอมพิวเตอร์ จำนวน 59 สถานี พร้อมระบบป้องกันเหตุอันตรายของขบวนรถอัตโนมัติ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากลรวมมูลค่าการก่อสร้างทั้งสิ้นรวม 6,210 ล้านบาท มีระยะทางประมาณ 420 กิโลเมตรใช้เวลาในการก่อสร้าง 36 เดือน ซึ่งสามารถดำเนินโครงการได้หลังลงนามในสัญญา โดยมีกำหนดแล้วเสร็จประมาณช่วงเดือนธันวาคม 2565
นอกจากนี้ นายวรวุฒิ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า คาดการณ์ว่ารถไฟทางคู่ระยะแรกทั้งหมด 7 โครงการ จะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการทั้งหมดในปี 2567 โดยจะทยอยเปิดให้บริการในเส้นทางที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณก่อน เช่น เส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้การรถไฟฯ มีแผนจัดหาขบวนรถไฟใหม่ จำนวน 184 คัน มูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท และรถจักรดีเซลไฟฟ้าจำนวน 50 คัน รองรับการให้บริการรถไฟทางคู่ โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการรถไฟพิจารณาอนุมัติในวันที่ 16 มกราคม 2663