ข่าว
100 year

สรุปคดีฆ่าเซลส์สาว รถจมคลอง จับเสี่ยคนสนิท ฝันร้ายที่โรงงาน ผ้าปูที่นอนสังหาร

ไทยรัฐออนไลน์25 ธ.ค. 2562 19:52 น.
SHARE

คดีฆ่าปริศนาที่เป็นข่าวโด่งดังมาตลอดเดือนธันวาคม คงจะหนีไม่พ้น “เซลส์สาวสวยหาย 3 ปี พบอีกทีเป็นศพจมน้ำอยู่ในรถเก๋ง” ใครช่างใจร้ายทำเธอได้ลงคอ โดยล่าสุด ตำรวจออกหมายจับ “เสี่ยโรงงานปุ๋ย” พร้อมลูกน้องคนสนิท ไปเรียบร้อยแล้ว

อะไรทำให้เซลส์สาวประสบเข้ากับชะตากรรมเช่นนั้น ลมหายใจสุดท้ายของเธอต้องเผชิญอยู่กับอะไร ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงมาให้ตั้งแต่ต้นจนจบ...

  • 9 ธ.ค.62 มีชาวบ้านคนหนึ่งไปสูบน้ำเพื่อทำการเกษตร แต่ดันไปพบรถยนต์คันหนึ่ง เป็นรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน รุ่นพัลซาร์ สีขาว นอนหงายท้องอยู่กลางคลองน้ำชัยนาท-ป่าสัก ต.หนองโป่ง อ.หนองโดน จ.สระบุรี

  • ชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าไปตรวจสอบรถยนต์ปริศนาทันที และเมื่อเข้าตรวจสอบภายในรถ ทุกคนในบริเวณนั้นถึงกับตกตะลึงสุดขีด

  • ภายในรถ พบโครงกระดูก คาดว่าเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์ มีผ้าปูที่นอนมัดร่าง มีเทปปิดปาก รวมถึงซิลิโคนที่ผู้ตายทำหน้าอกไว้ก่อนจะเสียชีวิตอีก 1 คู่ ส่วนรถยนต์มีโคลนดินเกาะรอบคัน กระจกรถแตก มีตะไคร่น้ำจับตัวถังรถ และพบบัตรประชาชนของผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ น.ส.กลิ่นเกสร วงษ์สิงห์
  • เจ้าหน้าที่ค้นหาเจ้าของรถทันที และพบว่าเธอคือ น.ส.กลิ่นเกสร วงษ์สิงห์ อายุ 36 ปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ร่างที่อยู่ในรถจะเป็น น.ส.กลิ่นเกสรหรือไม่ (ต่อมา ผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ พบว่าเป็น น.ส.กลิ่นเกสร)

  • เมื่อผู้เป็นแม่ทราบข่าว เธอเดินทางมายังที่เกิดเหตุทันที โดยผู้เป็นแม่ปักใจเชื่อว่า ศพที่อยู่ในรถเป็นลูกสาวของเธอแน่นอน เพราะลูกสาวขับรถคันนี้ และหายตัวไปนานถึง 3 ปีแล้ว และผู้เป็นแม่ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกว่า

  • ลูกสาวที่หายไปพร้อมรถคันนี้ชื่อ กลิ่นเกสร หรือ ต่อ มีอาชีพเป็นเซลส์ขายปุ๋ย อยู่บริษัทผลิตปุ๋ยแห่งหนึ่งในอำเภอพระพุทธบาท ลูกสาวมีกิจการขายสเต๊ก และเปิดร้านเช่าชุดไทย
  • ผู้เป็นแม่ยังให้รายละเอียดอีกว่า กลิ่นเกสร หายตัวไปตั้งแต่ 12 พ.ย. 2559 ญาติๆ ได้แจ้งความไว้ที่ สภ.พระพุทธบาท และร้องเรียนไปที่หน่วยงานต่างๆ แต่คดีไม่คืบหน้า

  • เบาะแสสุดท้าย ก่อนกลิ่นเกสรหายตัวไป เธอได้เล่าให้ญาติๆ ฟังว่า มีชายสูงอายุมาติดพันเธอนานถึง 2 ปี ซึ่งชายคนนี้มีครอบครัวอยู่แล้ว แต่ฝ่ายชายชอบมีอารมณ์หึงหวง จึงเกิดปากเสียงกับกลิ่นเกสรบ่อยครั้ง และชายคนนั้นก็คือเจ้าของกิจการปุ๋ยที่เธอทำงานอยู่นั่นเอง

  • ประโยคสุดท้ายที่เธอบอกกับแม่ก็คือ เธอจะไปนอนที่บริษัทผลิตปุ๋ย ซึ่งสิ่งนี้ทำให้แม่และญาติๆ ปักใจเชื่อว่า เจ้าของกิจการปุ๋ยคนดังกล่าว มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเธอ

  • ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ภาพวงจรปิดคืนวันที่ 12 พ.ย. 59 เวลา 03.06 น. จับภาพขณะที่รถของกลิ่นเกสรขับออกจากโรงงานผลิตปุ๋ย ก่อนจะไปพบรถของเธอจมอยู่ในคลอง
  • 11 ธ.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นบริษัทปุ๋ยที่กลิ่นเกสรทำงาน โดยเจ้าของบริษัทปุ๋ย เป็นคนพาตรวจค้น และปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นเรื่องการหายตัวไปของกลิ่นเกสร

  • เจ้าของบริษัทปุ๋ย ยังให้การอีกว่า เวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 12 พ.ย.59 ได้ปลุกกลิ่นเกสร เพื่อไปแต่งหน้าให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวซึ่งไม่ทราบว่าที่ไหน พร้อมกับเอากล้องวงจรปิดให้ตำรวจดูว่า กลิ่นเกสรขับรถออกไปคนเดียวจริงๆ

  • ต่อมา แม่ของกลิ่นเกสร ได้ให้ปากคำเพิ่มเติมว่า ลูกสาวอยู่กินกับเสี่ย (ชายสูงอายุเจ้าของบริษัทปุ๋ย) และเสี่ยได้ลงทุนเปิดร้านให้เช่าชุดแต่งงานและขายสเต๊กหน้าร้านไปด้วย แต่เสี่ยเคยไปเก็บข้าวของออกจากร้านสเต็ก และร้านเช่าชุดไทย เนื่องจากหึงหวง
  • ต่อมา ลูกสาวเกิดมีปากเสียงกับเสี่ย จนเลิกรากันไป กระทั่ง กลิ่นเกสรไปมีสามีและมีลูก 1 คน อยู่ที่ จ.ชัยนาท และต่อมา กลิ่นเกสร ก็เลิกกับสามี และหวนกลับไปอยู่กับเสี่ยตามเดิม กระทั่งมาหายตัวไป

  • น้องชายของกลิ่นเกสร บอกกับสื่อว่า ก่อนพี่สาวหายไป พี่สาวร้องไห้ปรับทุกข์ให้ฟังว่า ตอนนี้มีคนสะกดรอยตามมาเป็นอาทิตย์แล้ว ซึ่งคิดว่าอาจเป็นคนของเสี่ยที่ให้ลูกน้องมาตาม เพราะเสี่ยขี้หึง และทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เสี่ยจะข่มขู่พี่สาวตลอด โดยบอกว่า “สามารถฆ่าคนแล้วไม่ติดคุกได้”

  • ครอบครัวของกลิ่นเกสร ตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากกลิ่นเกสรหายตัวไป เสี่ยได้เข้ามาดูแลตากับยายของกลิ่นเกสรเป็นประจำ โดยเสี่ยบอกว่า ต่อ (กลิ่นเกสร) สั่งไว้ว่า ถ้าต่อตายขอให้เสี่ยดูแลตากับยายตลอดไป ระหว่างนั้นผู้เป็นตาก็พูดว่า “ถ้าเสี่ยไม่ฆ่า หลานผมไม่ตาย” หลังจากนั้นเสี่ยก็ไม่ไปหาตากับยายอีกเลย และเสี่ยก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจที่คนรักหายไป
  • 14 ธ.ค.62 นักประดาน้ำลงไปงมที่จุดเกิดเหตุอีกครั้ง พบชิ้นส่วนกระดูก กางเกงในจีสตริง ยกทรง ผ้าเทปกาว

  • นอกจากนี้ ยังพบโครงกระดูกส่วนต้นขาเพิ่มเติมมาอีก จึงมีข้อสงสัย คือ โครงกระดูกส่วนต้นขาที่พบเพิ่มนี้ มีขนาดใหญ่ ซึ่งน่าจะเป็นกระดูกของผู้ชาย จึงเป็นไปได้ว่า มี 2 ศพในรถคันนี้ อย่างไรก็ตาม จะต้องพิสูจน์เทียบเคียงกับหลักฐานอื่นๆ ด้วย ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ได้สรุปยืนยันในเรื่องนี้

  • 24 ธ.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจขอศาลจังหวัดสระบุรีอนุมัติหมายจับเข้าควบคุมตัวนายสันติ จึงทองดี (เสี่ยไฮ้) อายุ 62 ปี เจ้าของโรงปุ๋ย และนายแจ็ค (ลูกน้องคนสนิท) อายุ 36 ปี ภายในบ้านพักบริเวณบริษัทผลิตปุ๋ยแห่งหนึ่ง 
  • ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย, ร่วมกันทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ ส่วนของศพ โดยไม่มีเหตุอันสมควร, ร่วมกันกระทำการใดๆ แก่ศพในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปเพื่ออำพรางคดี 

  • พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 แถลงว่า น.ส.กลิ่นเกสร ผู้ตายได้คบหาเป็นสามีภรรยากับเสี่ยไฮ้ ต่อมาภายหลังได้มีเหตุขัดแย้งทะเลาะวิวาท เพราะความหึงหวง
  • ตำรวจนำภาพกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆ ทำให้เชื่อว่า เหตุฆาตกรรมเกิดที่โรงงาน ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกฆาตกรรมโดยใช้ผ้าปูที่นอนในออฟฟิศภายในบ้านของเสี่ยไฮ้ มัดพันห่อศพผู้ตายไว้ โดยไม่ทราบวิธีที่ทำให้ตายที่แน่ชัด และนำศพผู้ตายมาทิ้งเพื่ออำพรางคดี

  • พยานหลักฐานที่นำไปสู่การออกหมายจับ ประกอบด้วย พยานหลักฐานที่พบในจุดที่พบศพ, ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าโรงงาน, ผลทางนิติวิทยาศาสตร์ พยานบุคคล และวัตถุพยานต่างๆ 
  • พล.ต.ท.อำพล ระบุว่า เบื้องต้นเชื่อว่ามีผู้ร่วมขบวนการอีกจำนวนหลายคน แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนและหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยยืนยันว่าจะออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทุกคน

  • เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 ยังให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานทั้งหมดในการดำเนินคดี โดยในวันที่ 26 ธ.ค. จะนำตัวฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากญาติผู้ตายเกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัย และเข้าไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน" พล.ต.ท.อำพล กล่าว.
อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เซลส์สาวหายฆ่าเซลส์สาวรถจมคลองฆ่าอำพรางข่าวร้อนข่าวทั่วไป

Most Viewed