กรณีของ “สมคิด พุ่มพวง” ทำเอาหลายคนสงสัยคาใจว่า ชีวิตของนักโทษในเรือนจำ ต้องวางตัวแบบไหน ใช้ชีวิตอย่างไร ขนาดที่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่ได้รับการลดโทษ จนเหลือแค่จำคุกไม่ถึง 14 ปี ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงตัวบทกฎหมาย ให้คุณเข้าใจง่ายๆ ดังต่อไปนี้
เกณฑ์การพิจารณาผู้ต้องขัง ให้ออกไปสู่รับอิสรภาพ
การพิจารณาผู้ต้องขังที่จะได้รับอิสรภาพ มีอยู่ 3 ประเภท
1. พ้นโทษตามคำพิพากษาของศาล ภาษาราชทัณฑ์ คือ ปล่อยตามป้าย คือได้รับโทษมาจนครบถ้วนตามคำพิพากษาของศาลจะได้รับการปล่อยตัวไป
2. การพักการลงโทษ มี 2 ลักษณะ คือ
(1.) การลงโทษแบบปกติ คือ ได้รับจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 เหลือโทษอีก 1 ใน 3 แต่การพักโทษจะมีเงื่อนไข โดยต้องไปรายงานตัวกับเจ้าพนักงานคุมประพฤติ เดือนละ 1 ครั้งจนครบกำหนดโทษที่เหลือ (กรณีเดียวกับสมคิด พุ่มพวง)
(2.) พักโทษกรณีพิเศษ คือรับโทษมาแล้ว 1 ใน 3 โดยคณะกรรมการพิจารณาพักการลงโทษ ที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานพิจารณา ผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ต้องเป็นผู้เจ็บป่วยร้ายแรง เจ็บป่วยเรื้อรัง ที่มีอาการป่วยขั้นสุดท้าย และผู้สูงอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ให้กลับไปรักษาตัวอยู่กับครอบครัว ตามหลักมนุษยธรรม
...
3. ลดโทษ แบ่งผู้ต้องขังเป็น 6 ชั้น
(1.) ชั้นเลวมากหรือชั้นต้องปรับปรุงมาก
(2.) ชั้นเลวหรือชั้นต้องปรับปรุง
(3.) ชั้นกลาง
(4.) ชั้นดี
(5.) ชั้นดีมาก
(6.) ชั้นเยี่ยม
โดยผู้ต้องขังเข้าใหม่จะอยู่ที่ชั้นกลาง หากประพฤติตัวดี เลื่อนเป็นชั้นดี ชั้นดีมาก และชั้นเยี่ยม เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้ต้องขังให้อยู่ในระเบียบวินัย และยอมอบรมและพัฒนาตัวเองระหว่างอยู่ในเรือนจำ ในทางตรงข้ามหากผู้ต้องขังประพฤติตัวไม่ดี จะลดไปชั้นเลวและเลวมากตามลำดับ จะมีผลต่อการบริหารโทษตามกฎหมาย หากเป็นผู้ต้องขังชั้นเยี่ยม
“ผู้พ้นโทษหลายรายพ้นโทษออกจากเรือนจำไปก็กลับไปใช้ชีวิตเป็นพลเมืองดี แต่เคสนายสมคิดนั้น ตนยอมรับว่าน่าจะเกิดจากความบกพร่องผิดพลาดในการกลั่นกรอง ซึ่งเป็นระบบทางกฎหมายที่ใช้มานาน ประกอบกับมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวของในการร่างกฎหมายดังกล่าว คงต้องมีมาตรการเพิ่มความเข้มข้นในการกลั่นกรองบุคคลเหล่านี้มากขึ้น" พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าว.