ข่าว
100 year

'เกษตรฯ'ดันยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน ด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร

ไทยรัฐออนไลน์10 ธ.ค. 2562 00:43 น.
SHARE

กระทรวงเกษตรฯ จัดทำแนวทางการขับเคลื่อนด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร และแนวนโยบายที่จะทำให้เครื่องหมายมาตรฐาน Q เป็นที่รู้จักและยอมรับแก่เกษตรกร ผู้บริโภค และประชาชนทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.62 นายพิศาล พงศาพิชณ์ รองปลัดฯเกษตร กล่าวว่า ในการดำเนินงานด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารของกระทรวงเกษตรฯ มีการดำเนินการภายใต้คำสั้น ๆ ว่า ตลาดนำการผลิต ถ้าขยายความตลาดนำการผลิต ก็คือการผลิตสินค้าเกษตรให้ได้ตามความต้องการของตลาด ซึ่งโดยหลักแล้ว ตลาดสำหรับสินค้าเกษตรคือ สินค้าเกษตรที่ปลอดภัย จะมีอยู่ 3 ด้าน ได้แก่ 1.สินค้าเกษตรที่ปลอดภัยกับผู้บริโภค กินแล้วปลอดภัยต่อสุขภาพไม่มีสารปนเปื้อน สารตกค้างต่าง ๆ ในระดับที่ทำให้เกิดอันตราย 2.สินค้าเกษตรมีคุณภาพที่ตรงตามความต้องการของตลาด ทั้งเรื่องของรูปลักษณ์รสชาติ ขนาด เป็นต้น 3.กระบวนการผลิตที่ดูแลสิ่งแวดล้อม ดีต่อสังคม มี 3 ด้าน ที่จะดำเนินการผลิต ซึ่งรายละเอียดของสินค้าเกษตรแต่ละอย่างก็จะมีความแตกต่างกันออกไป บางชนิดต้องการคุณภาพที่ดีเลิศ บางชนิดอาจจะต้องการคุณภาพปานกลาง แต่ราคาจะต้องแข่งขันกับคู่แข่งทางการตลาดได้

การดำเนินการให้สินค้าเกษตรมีคุณภาพมาตรฐานตามที่ตลาดต้องการ จึงมีการกำหนดมาตรฐานขึ้นมาโดยอาศัยมาตรฐานที่ทั่วโลกกำหนดเป็นมาตรฐานสากลมาปรับให้เหมาะสมกับกระบวนการผลิตของเกษตรกร มีอยู่ 2 ด้าน คือมาตรฐานกระบวนการผลิต เน้นกระบวนการผลิต ตั้งแต่ฟาร์มจนถึงผู้บริโภค ฟาร์มก็จะมีมาตรฐานหลัก ๆคือ GAP เป็นกระบวนการผลิตทางการเกษตรในระดับฟาร์ม เช่น ปลูกข้าว ปลูกผัก ผลไม้ หรือว่าเลี้ยงสัตว์ ให้ได้มาตรฐาน และมาตรฐานระดับการผลิตระดับโรงงานหรือที่เรียกว่า GMP ซึ่ง 2 ส่วนนี้ประกอบกันก็จะทำให้กระบวนการผลิตได้มาตรฐานทั้งความปลอดภัยและคุณภาพ

เมื่อสินค้าเกษตรผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานทั้ง GAP และ GMP แต่ว่าผู้บริโภคอาจจะยังไม่ทราบว่าสินค้าเกษตรชนิดนั้นจะได้มาตรฐานหรือไม่ ก็ต้องมีการแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานลงไป ซึ่งก็คือเครื่องหมาย Q เป็นเครื่องหมายรับรองที่แสดงว่าสินค้าเกษตรนั้นผ่านการตรวจสอบทั้งกระบวนการผลิตระดับฟาร์มคือ GAP ระดับโรงงานคือ GMP และมีการตรวจสอบคุณลักษณะมาตรฐานทั้งความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้านั้นว่าได้มาตรฐาน คือการตรวจในห้องแลป เมื่อผ่านแล้วก็อนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย Q ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ว่าใครเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรนั้น ติดไปบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าเกษตร ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเห็นเครื่องหมาย Q จึงมั่นใจว่าผ่านการตรวจสอบทุกขั้นตอนของการผลิตแล้ว ซึ่งในขณะนี้หลาย ๆ สินค้าเริ่มเป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ ข้าว

ในขณะที่มีกระบวนการผลิตอีกแบบหนึ่ง ที่เรียกว่าการทำเกษตรอินทรีย์ คือการเพาะปลูกข้าวแบบไม่ใช้สารเคมีเลย เมื่อเพาะปลูกมาแล้วผ่านการตรวจสอบทั้งหมดจึงให้การรับรอง โดยกรมการข้าว เมื่อผ่านการรับรองเพื่อแสดงเครื่องหมายที่เรียกว่าเกษตรอินทรีย์จะเป็นสัญลักษณ์ที่มีคำว่า Organic Thailand หรือเกษตรอินทรีย์ เป็นการรับรองว่าข้าวผลิตแบบธรรมชาติ ผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ ไม่มีสารเคมีตกค้าง ถ้าเป็นแบบ GAP ก็ผลิตแบบปลอดภัยได้มาตรฐาน เพราะฉะนั้นผู้บริโภคก็จะเลือกซื้อได้ว่าอยากจะได้ข้าวสาร Q ที่ปลอดภัย หรืออยากจะได้ข้าวสารที่เป็นอินทรีย์ เกษตรกรสนใจแบบไหนก็สามารถผลิตได้ทั้ง 2 ทาง ผู้บริโภคสนใจแบบไหนก็สามารถเลือกซื้อได้ตามความต้องการ

"จึงอยากฝากให้เกษตรกรเน้นตระหนักถึงกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและผ่านการรับรอง ซึ่งหากวันหน้าเกษตรกรและผู้ประกอบการต้องการที่จะขายสินค้าเกษตร ที่ตลาดต้องการได้ราคาที่ดีขึ้น ควรจะมุ่งเน้นไปที่การผลิตที่ได้มาตรฐาน เมื่อได้มาตรฐานแล้ว ก็จะสามารถขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในขณะเดียวกันกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานก็ยังส่งผลให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ตอบสนองต่อนโยบายที่จะทำให้เกษตรกร มีรายได้และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย"รองปลัดกระทรวงเกษตรฯกล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงเกษตรมาตรฐานสินค้าสินค้าเกษตรสินค้าเกษตรปลอดภัยมาตรฐานGAPข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้