คดีใหญ่เดี๋ยวนี้ ต้องมีดราม่าจากโลกโซเชียลตามแทบทุกเรื่อง...
อย่างคดีลูกชายฆ่าโหด ชำแหละศพแม่บังเกิดเกล้าของตัวเองในบ้านย่านท่าข้าม ขนาด นายศิระ หรือกาย สมเดช ผู้ต้องหาวัย 20 ปี ยิงหัวตัวเองฆ่าตัวตายหนีความผิดไปแล้ว
ยังมีนักเลงคีย์บอร์ดช่างสงสัย ตั้งข้อสังเกตจนตำรวจชั้นผู้ใหญ่อยู่ไม่ไหว ต้องออกมาแจกแจงรายละเอียดของพยานหลักฐานในคดี
ทั้งที่การสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานยังไม่เสร็จ!
ตั้งแต่ประเด็นการฆ่าตัวตายของผู้ต้องหา ที่สาเหตุมันชี้ชัดตั้งแต่แรก เนื่องจากอาการป่วยโรคซึมเศร้ามาเป็นเวลา 2 ปี
ช่วงหลังเริ่มแสดงอาการคลุ้มคลั่ง ถึงขนาดอาละวาดทำลายข้าวของ!
แต่ยังมีคนสงสัยว่าเหตุใดผู้ต้องหารายนี้ถึงใช้มือขวาหยิบปืนของแม่มายิงหัวตัวเองจนเสียชีวิต?
หลังตั้งคำถาม หลายคนเริ่มออกมาให้คำตอบว่าแต่ก่อนนายกายถนัดซ้ายจริง แต่ช่วงหลังเริ่มฝึกเขียนหนังสือและใช้มือขวามากขึ้น จนเรียกว่าถนัดทั้งสองข้าง
ประเด็นสำคัญ มีนักเลงคีย์บอร์ดรายหนึ่งออกมาตั้งข้อสังเกตจนเป็นกระแสแรงว่า เพื่อนของ นางยุรีย์ เถาวัลย์ อายุ 42 ปี ที่ตามไปหาที่บ้าน มีปัญหากับผู้ตาย
แถมบังอาจตั้งข้อสังเกตว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆาตกรรมอำพราง 2 แม่ลูกซะเอง!
หลังจากนั้นตำรวจตามหาตัวนักเลงคีย์บอร์ดรายนี้กันให้ควั่ก เพื่อเอาตัวมาสอบปากคำให้สิ้นกระบวนความว่ามีมูลความจริงหรือไม่?
แต่หลังจากกลายเป็นกระแส ทำคดีปั่นป่วนไปหมด นักเลงคีย์บอร์ดรายนี้รีบปิดเฟซบุ๊กหนีหายไป...
...
เป็นเหมือนให้คำตอบกลายๆว่า ไม่รู้ไม่เห็น ไม่ยืนยันในสิ่งที่โพสต์ไปอะไรทั้งนั้น?!
นี่แหละข้อมูลข่าวสารโลกยุคโซเชียล มโนอะไรก็ตะบี้ตะบันโพสต์ไปโดยไม่มีความรับผิดชอบ...
ถ้าตำรวจขยัน น่าจะแกะรอยตามตัวมาสอบสวนว่าสิ่งที่โพสต์มีมูลหรือไม่...
ถ้าไม่มีก็แจ้งข้อหาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ไปเลย!
จะได้เข็ดหลาบ ไม่สร้างความปั่นป่วนให้สังคมด้วยข้อความอันเป็นเท็จซะที?
"สหบาท"