เมื่อเลือกที่จะมีรักซ้อนแล้วซ่อนรัก ความรักก็มักจะไม่ยั่งยืน หนึ่งคนสองใจ ไม่ช้าก็เร็วฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็คงต้องเจ็บ ดั่งเรื่องราวที่ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ กำลังจะไล่เรียงให้คุณเข้าใจง่ายๆ ดังต่อไปนี้

  • 17 พ.ย.2562 เฟซบุ๊กของชายคนหนึ่งชื่อ “สมภพ” โพสต์ภาพคู่หญิงสาวหน้าตาดีชื่อ “น้องพิม”(นามสมมติ) พร้อมข้อความบรรยายถึงความรักสุดเจ็บช้ำ เมื่อน้องพิมผู้เป็นภรรยา ที่แต่งงานกันมานานถึง 4 ปี ดันไปแต่งงานซ้อนกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ตัวเขาและครอบครัวรู้สึกรับไม่ได้กับสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้ทำ

  • ตลอด 4 ปีที่สมภพแต่งงานกับน้องพิม ความรักราบรื่น ไม่เคยมีปัญหาเรื่องมือที่สาม ไม่มีอะไรผิดสังเกตแม้แต่น้อย

  • ในวันแต่งงานเมื่อ 4 ปีก่อน ครอบครัวสมภพให้เงินค่าสินสอดแก่น้องพิม เป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท และทอง 6 บาท

  • การดำเนินชีวิตของทั้งคู่นั้น ต้องแยกย้ายกันทำงาน สมภพทำงานที่จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนน้องพิมทำงานที่กรุงเทพฯ ทั้งคู่จะนัดเจอกันทุกวันศุกร์, เสาร์, อาทิตย์ รวม 3 วัน ตลอด 4 ปี โดยน้องพิมจะเป็นผู้ขับรถมาหา และน้องพิมก็ทำเช่นนี้เรื่อยมาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

  • ส่วนวันจันทร์, อังคาร, พุธ, พฤหัสบดี รวม 4 วัน น้องพิมจะโทรหาสมภพอยู่เสมอ ไม่เคยขาดการติดต่อ แต่ถ้าเดือนใดมีวันหยุดยาว ทั้งคู่ก็จะเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด เติมความรักให้หวานฉ่ำอยู่เสมอ

  • 12 ต.ค.62 น้องพิมกับสมภพไปเที่ยวภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ อย่างมีความสุข โดยที่ทั้งคู่อัพรูปคู่ และรูปเพื่อนๆ มากมายเต็มโซเชียล

...

  • วันหนึ่ง (10 พ.ย.62) มีคนแปลกหน้าส่งข้อความเข้ามาที่เฟซบุ๊กของสมภพ และพิมพ์ข้อความยาวเหยียดมาให้เขา เมื่อสมภพกดเข้าไปอ่านตั้งแต่บรรทัดแรกจนถึงบรรทัดสุดท้าย โลกทั้งใบของสมภพก็เหมือนพังทลายลงมา

  • โดยเนื้อหาข้อความที่คนแปลกหน้าส่งมานั้น ได้บอกเล่าอย่างละเอียดยิบว่า 9 ต.ค.ที่ผ่านมา (3 วันก่อนไปเที่ยวภูทับเบิก) น้องพิมเพิ่งแต่งงานซ้อนกับผู้ชายอีกคนชื่อ นายบี (นามสมมติ) ที่กรุงเทพฯ (ด้วยเงินสินสอด 180,000 บาท) และน้องพิมก็อาศัยกับนายบีที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น และเวลาที่น้องพิมคุยโทยศัพท์กับสมภพ น้องพิมจะเดินขึ้นไปคุยที่ชั้น 2 ของบ้าน เพื่อไม่ให้นายบีรู้

  • ข้อความจากคนแปลกหน้า ยังบอกอีกด้วยว่า วันจันทร์, อังคาร, พุธ, พฤหัสบดี รวม 4 วัน น้องพิมจะอยู่กับนายบี และนายบีได้ซื้อรถยนต์คันใหม่ให้น้องพิม ซึ่งเป็นรถคันเดียวกันกับที่น้องพิมขับไปหาสมภพ

  • ข้อความจากคนแปลกหน้า ยังบอกอีกด้วยว่า น้องพิมห้ามไม่ให้นายบีเล่นเฟซบุ๊ก เพื่อป้องกันไม่ให้นายบีรู้เห็นว่า น้องพิมมีสมภพเป็นสามีอีกคนหนึ่ง เพราะน้องพิมถ่ายรูปคู่กับสมภพเต็มโซเชียล พร้อมทิ้งท้ายไว้อีกว่า ถ้าอยากรู้ความจริงให้ขึ้นมาที่กรุงเทพฯ และอย่าให้ผู้หญิงรู้ตัว

  • สมภพ กินไม่ได้นอนไม่หลับ จนกระทั่งตัดสินใจเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพิกัดที่คนแปลกหน้าส่งมาให้ และเมื่อไปถึงก็พบว่า บ้านหลังนั้นมีรถของน้องพิมจอดอยู่หน้าบ้านจริงๆ

  • สมภพ จอดรถอยู่ในละแวกนั้น จนกระทั่งนายบีเดินขึ้นรถ เพื่อจะเดินทางออกไปทำธุระ สมภพตัดสินใจเดินเข้าไปหานายบีที่รถ และยกมือไหว้อย่างนอบน้อม พร้อมกับเปิดโทรศัพท์ให้นายบีดูรูปคู่ของน้องพิมกับเขา

  • สมภพ บอกกับนายบีว่า ผู้หญิงในรูปเป็นภรรยาของคุณใช่ไหม เขาก็เป็นภรรยาของผมเหมือนกัน

  • เมื่อนายบีเห็นรูปงานแต่งของสมภพกับน้องพิม ก็รู้สึกตกใจอย่างมาก และทำอะไรไม่ถูก ทั้งคู่จึงเดินเข้าไปหารือกันในบ้านด้วยความประนีประนอม โดยที่มีน้องพิมอยู่ในบ้านด้วย แต่เมื่อเรียกน้องพิมลงมาคุย น้องพิมกลับไม่ยอมลงมาพูดคุยเพื่อเจรจา

  • จากการพูดคุยกันยาวนาน 2 ชั่วโมง ระหว่างผู้ชายสองคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของน้องพิม ทำให้ทั้งคู่ได้รู้ว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ต่างฝ่ายต่างไม่รู้เลยว่า น้องพิมปันใจให้ชายอื่น

...

  • ส่วน นายบี ไม่ได้สงสัยเลยว่า วันศุกร์, เสาร์, อาทิตย์ รวม 3 วัน น้องพิมหายไปไหน เพราะน้องพิมอธิบายว่า เธอไปขายของที่ตลาดในจังหวัดสุพรรณบุรี 

  • ท้ายที่สุด สมภพขอเป็นผู้เดินออกไปจากความรักครั้งนี้ และไม่ขอสินสมรสคืน และฝากข้อความไปถึงน้องพิมว่า อย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก และขอให้น้องทำแบบนี้กับพี่เป็นคนสุดท้าย

  • หลังจากที่เป็นข่าวโด่งดัง น้องพิมโทรมาหาสมภพ พร้อมกับขอให้สมภพอโหสิกรรมให้ โดยสมภพตอบอดีตคนรักไปว่า “จิตใจทำด้วยอะไร ทำแบบนี้ได้อย่างไร”



  • ส่วนชาวบ้านในละแวกเดียวกันกับที่น้องพิมและนายบีอาศัยอยู่ บอกเล่าว่า น้องพิมกับนายบีอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยกันมานานประมาณ 3 ปีแล้ว แต่ที่น่าผิดสังเกตก็คือ ในวันแต่งงาน ไม่เห็นมีญาติผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าสาวเลย แต่ฝั่งนายบีมีทั้งเพื่อนและญาติผู้ใหญ่ มาร่วมแสดงความยินดี

  • บทสรุปของเรื่องนี้ ขอปิดท้ายด้วยคำพูดของ สมภพ ที่กล่าวไว้ว่า “เมื่อเขาไม่รักเรา เราก็แค่เดินออกมา อย่าเอาตัวเองเข้าไปปะทะหรือไปทำร้ายใคร เพราะสุดท้ายแล้วอาจจบไม่สวย หรือติดคุก”.

...