กีฬา
100 year

ปูมหลัง “พระสันตะปาปา” สุดสมถะ ใช้รถประจำทาง พูด 6 ภาษา ทรงมีพระญาติในไทย

ไทยรัฐออนไลน์20 พ.ย. 2562 16:08 น.
SHARE

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระประมุขแห่งนครรัฐวาติกันและศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก เสด็จเยือนประเทศไทยครั้งแรกในรอบ 35 ปี ระหว่างวันที่ 20-23 พ.ย. โดยหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า พระองค์คือใคร และพระองค์มีความสำคัญอย่างไร ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงให้คุณเข้าใจง่ายๆ ดังต่อไปนี้

เส้นทางชีวิต พระสันตะปาปาฟรานซิส

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระประมุขศาสนจักรโรมันคาทอลิก และพระประมุขแห่งนครรัฐวาติกัน ทรงเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาลำดับที่ 266 มีพระนามเดิมว่า ฮอร์เก มาริโอ แบร์โกลิโอ ประสูติเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ.1936(พ.ศ.2479) ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา และเคยศึกษาเล่าเรียนในประเทศอาร์เจนตินาและเยอรมนี

ทั้งนี้ ทรงพูดได้อย่างน้อยถึง 6 ภาษา ด้วยความที่ประสูติยังประเทศอาร์เจนตินา ส่งผลให้ภาษาสเปนเป็นภาษาแม่ของพระองค์ แต่ด้วยพระปรีชาสามารถ ยังตรัสได้อย่างน้อยอีก 6 ภาษา คือ ลาติน อิตาลี โปรตุเกส ฝรั่งเศส เยอรมัน และภาษาถิ่นเพียมอนเต ภาษาถิ่นทางเหนือของอิตาลี

โดยช่วงชีวิตวัยรุ่นสมัยที่ยังเป็นนักเรียน ทรงเคยทำงานพาร์ทไทม์เป็น "Bouncer" หรือคนเฝ้าประตูหน้าผับแห่งหนึ่งในกรุงบัวโนสไอเรส

นอกจากนี้ พระสันตะปาปาฟรานซิส เหลือปอดเพียงข้างเดียวเท่านั้น เนื่องจากในวัยเด็กพระองค์มีอาการติดเชื้อที่ปอดอย่างรุนแรง โดยไม่มียารักษาเหมือนในปัจจุบัน จนกระทั่งการติดเชื้อเริ่มลุกลาม ทำให้แพทย์ตัดสินใจตัดปอดออกหนึ่งข้างเพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อลุกลามมากขึ้น

เรื่องดังกล่าวทำให้พระสันตะปาปาฟรานซิส มีประสิทธิภาพของระบบทางเดินหายใจด้อยกว่าคนทั่วไปที่มีปอด 2 ข้าง ส่งผลให้มีโอกาสป่วยเป็นโรคต่างๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือกระทั่งโรคปอดบวมมากกว่าปกติ

เส้นทางเข้าสู่ศาสนา

ด้านศาสนา พระองค์ทรงเข้าศึกษาในสามเณราลัย และได้ปฏิญาณตนเป็นนักบวชคณะแห่งพระเยซู เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ.1958 ต่อมาทรงบวชเป็นพระสงฆ์เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ.1969 สำหรับตำแหน่งสำคัญทางศาสนา ก่อนได้รับเลือกขึ้นเป็นพระสันตะปาปา พระองค์ทรงได้รับแต่งตั้งจากนักบุญยอห์นปอลที่ 2 พระสันตะปาปาให้ดำรงตำแหน่งอาร์ชบิชอปแห่งเขตศาสนปกครองกรุงบัวโนสไอเรส ต่อมาได้รับการสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระคาร์ดินัล เมื่อปี ค.ศ.2001

ระหว่างที่ทรงดำรงตำแหน่งอาร์ชบิชอปแห่งกรุงบัวโนสไอเรสนั้น พระองค์ทรงดำรงชีวิตแบบสมถะ เช่น มักเดินทางโดยใช้รถประจำทางหรือรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อไปปฏิบัติศาสนกิจและเยี่ยมเยียนคนยากจน ทรงประทับอยู่ในห้องชุดเรียบง่าย ทำอาหารด้วยพระองค์เอง ชาวบัวโนสไอเรส โดยทั่วไปรู้จักพระองค์ในนาม “คุณพ่อฮอร์เก้”

ต่อมา หลังจากที่สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงสละสมณศักดิ์เมื่อ ค.ศ.2013(พ.ศ.2556) พระองค์ทรงได้รับเลือกตั้งจากคณะพระคาร์ดินัลในการประชุม “คอนเคล็ฟ” ให้ดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปาสืบแทนนักบุญเปโตร หรือเซนต์ปีเตอร์เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ.2013

เมื่อทรงตอบรับตำแหน่งพระสันตะปาปา พระองค์ทรงเลือกใช้พระนามว่า “Franciscus” ในภาษาละติน หรือ “Francis” ในภาษาอังกฤษ ซึ่งมาจากนามของนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี ผู้ก่อตั้งคณะนักบวชฟรังซิสกัน ผู้ถือความยากจน เอาใจใส่ผู้ด้อยโอกาส ส่งเสริมสันติภาพ และรักษ์สิ่งแวดล้อม

เส้นทางแห่งคุณงามความดี

โดย ฟรานเชสกา อัมโบรเกตติ ผู้เขียนหนังสือ อัตชีวประวัติของพระองค์เผยว่า พระองค์ดำเนินชีวิตด้วยความเข้มงวดและจริงจัง พระองค์เสด็จโดยรถไฟใต้ดิน รถประจำทางเหมือนคนทั่วไป และโดยสารเครื่องบินชั้นประหยัดเมื่อต้องการเสด็จไปกรุงโรม

ทั้งนี้ ที่ประทับส่วนพระองค์ในกรุงบัวโนสไอเรส เป็นเพียงห้องชุดธรรมดาในอาคารซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของนักบวช และตั้งอยู่ใกล้โบสถ์ และเมื่ออยู่ในกรุงโรมพระองค์ชอบสวมเสื้อคลุมสีดำธรรมดา มากกว่าชุดคลุมสีม่วงแดง ประจำตำแหน่งคาร์ดินัล และกล่าวกันว่า ชุดคลุมคาร์ดินัลที่ประองค์ใช้อยู่ เป็นของตกทอดจากอาร์คบิชอปแห่งบัวโนสไอเรสองค์ก่อนด้วย

นอกจากนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสยังมีบทบาททางการทูตที่สำคัญ ซึ่งช่วยให้สหรัฐฯ และคิวบากลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ทั้งสองประเทศได้ตัดขาดความสัมพันธ์มานานกว่า 50 ปี โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้นำคิวบาในขณะนั้น ซึ่งได้แก่ บารัค โอบามา และราอูล คาสโตร ต่างออกมากล่าวขอบคุณสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสอย่างเปิดเผย

ญาติหนึ่งเดียวในไทยของ “โป๊ปฟรานซิส”

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอพีและเอเอฟพี ได้รายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงมีพระญาติอยู่ในประเทศไทย คือ ซิสเตอร์อานา โรซา ซิโวรี อายุ 77 ปี รองอธิการิณี โรงเรียนคาทอลิก หญิงล้วนเซนต์แมรี อยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ผู้มีทวดคนเดียวกันกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส

โดยซิสเตอร์ซิโวรี พูดภาษาไทยได้อย่างชัดเจน พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า การเยือนครั้งนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงมีความประสงค์ที่จะส่งเสริมการหารือกับศาสนาอื่น และเผยแผ่สาส์นแห่งสันติภาพ รู้สึกดีใจเพราะพบกันครั้งสุดท้ายเมื่อ 2 ปีก่อน ที่นครรัฐวาติกัน พระองค์ทรงเป็นคนหัวโบราณจะไม่เขียนอีเมลถึงกัน แต่จะเขียนเป็นจดหมายด้วยลายพระหัตถ์ เชื่อว่าจะได้พูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกันที่กรุงเทพฯ ตอนนี้เพื่อนบ้านในละแวกที่ส่วนใหญ่ไม่ใช่ชาวคริสต์ มาถามบ่อยมากว่าพระองค์จะเสด็จเยือนจังหวัดอุดรธานีไหม

ซิสเตอร์อานา โรซา ซิโวรี พระญาติของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส

“ไม่คิดว่าท่านจะได้เสด็จมาประเทศไทย เพราะปกติท่านจะเลือกเสด็จไปเยือนประเทศเล็กๆ ที่ยากจน ที่ต้องการความช่วยเหลือทางด้านจิตใจมากกว่า เมื่อท่านจะเสด็จมาที่ไทย ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี เพื่อที่จะได้ฟื้นฟูชีวิตครอบครัวชาวไทยที่ธรรมดาๆ” ซิสเตอร์ซิโวรี กล่าว

“เมื่อท่านได้เป็นสมเด็จพระสันตะปาปา ตอนนั้นซิสเตอร์ก็ตกใจ เพราะว่าไม่ได้คิดมาก่อน ตอนนั้นสมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ก่อนท่านลาออก เพราะสุขภาพท่านไม่ดี มาเวลานี้ต้องการคนที่แข็งแรง และท่านสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ท่านก็แข็งแรง อายุยังน้อย ซึ่งตอนหลังจากที่แต่งตั้งท่านแล้ว ซิสเตอร์ก็ไปพบท่าน พร้อมกับพี่น้องจากประเทศอาร์เจนตินาทันที” ซิสเตอร์ซิโวรี กล่าว

อย่างไรก็ดี ถึงสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะมีฐานะเป็นบิชอปแห่งโรม เป็นผู้นำทางศาสนาของชาวคริสตชนนิกายโรมันคาทอลิก แต่การเสด็จเยือนของพระองค์นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคริสตชนในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยและคนไทยทุกคนในฐานะ "ผู้เป็นเจ้าบ้าน".

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พระสันตะปาปาพระสันตะปาปาฟรังซิสโป๊ปฟรังซิสพระสันตะปาปาองค์ปัจจุบันข่าวร้อนข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้