กีฬา
100 year

“รายงานวันจันทร์” พลิกข้อมูลจราจรทางด่วนติดที่สุด,ช้าที่สุด ทางด่วนเร็วแค่ 20-เปิดไหล่ทางยิ่งอืด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์18 พ.ย. 2562 09:01 น.
SHARE

ผู้ใช้ถนนหลายคนอาจจะเคยตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้ปัญหาจราจรของกรุงเทพฯได้ขยายความรุนแรงจากถนนพื้นราบลุกลามขึ้นไปบนทางด่วนแล้ว เพราะทางด่วนหลายจุดในกรุงเทพฯขณะนี้ มีสภาพติดขัดไม่แพ้ถนนพื้นราบด้านล่าง แถมบางช่วงดูจะติดขัดมากกว่าด้วยซ้ำ

“รายงานวันจันทร์” วันนี้ มีข้อมูลจากศูนย์ควบคุมการจราจรทางด่วน เกี่ยวกับสรุปสภาพการจราจรของทางด่วนมาแจกแจงให้เห็นถึงสภาพปัญหา

---------------

ช่วงที่ติดที่สุดบนทางด่วน

สถิติจากศูนย์ควบคุมจราจรทางด่วน ระบุว่า ขณะนี้จุดหรือช่วงที่มีปัญหาจราจรติดขัดมากที่สุดบนทางด่วน ได้แก่ เส้นทางจากทิศทางเหนือ–ใต้ เริ่มต้นจากถนนงามวงศ์วาน ผ่านด่านประชาชื่น ผ่านจุดเชื่อมต่อทางด่วนศรีรัช–ถนนวงแหวนรอบนอก ด่านบางซื่อ ด่านคลองประปา ทางต่างระดับพญาไท มุ่งหน้าทางต่างระดับมักกะสัน เชื่อมต่อกับทางด่วน 1 ที่เพลินจิต

ทั้งนี้ มีบางช่วงติดขัดเฉพาะช่วงเช้า บางช่วงติดขัดเฉพาะช่วงเย็น อย่างไรก็ตาม ล่าสุดพบว่า มีบางช่วงที่ติดขัดมาก และติดขัดตลอดเวลา ได้แก่ ทางด่วนในช่วงตั้งแต่ถนนงามวงศ์วาน ด่านประชาชื่น บางซื่อ คลองประปา ต่างระดับพญาไท ถึงด่านอโศก และต่างระดับพญาไท ถึงทางลงยมราช!!!!!!

เปิดวิ่งไหล่ทาง–ยิ่งลดความเร็ว

วิศวกรผู้รับผิดชอบทางด่วนระบุว่า โครงสร้างทางกายภาพของทางด่วนปัจจุบัน เป็นทางขนาด 3 ช่องจราจร (ขนาดช่องละ 3.45 เมตร) ในช่วงปกติ จะรองรับปริมาณจราจรได้ 1,981 คัน/ชม./ช่อง มีความจุถนนทั้งหมดเท่ากับ 4,967 คัน/ชม. แต่ในช่วงเวลาเร่งด่วนจะเปิดให้รถวิ่งไหล่ทาง ทำให้เพิ่มช่องเดินรถจาก 3 เป็น 4 ช่องจราจร แต่ทำให้ช่องจราจรแคบลงจาก 3.5 เมตร เหลือ 3 เมตร ส่งผลให้ความจุของช่องจราจรลดลงจาก 1,980 คัน/ชม./ช่อง เหลือ 1,677 คัน/ชม./ช่อง

“นอกจากแคบแล้ว การมีเลนมากขึ้นยังทำให้คนขับรถเปลี่ยนเลนไปมา ทำให้รถที่ตามมาต้องชะลอความเร็วตามไปด้วย อีกทั้งการวิ่งรถบนไหล่ทางยังเพิ่มอุบัติเหตุ” วิศวกรคนเดียวกันสรุป

ทางด่วนที่วิ่งเร็วได้แค่ 15–20

จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมจราจรทางด่วนยังพบว่า ในช่วงเร่งด่วนเช้า ปริมาณรถบนทางด่วนในช่วงดังกล่าวสูงเกินความจุของถนนแทบทุกจุด เริ่มจาก ช่วงประชาชื่น–รัชดาภิเษก ความจุ 6,700 คัน/ชม. ปริมาณจราจร 4,967 รัชดาภิเษก–บางซื่อ 2 ความจุ 6,700 ปริมาณจราจร 5,516 บางซื่อ 2–บางซื่อ ความจุ 6,700 ปริมาณจราจร 7,091 บางซื่อ–ย่านพหลฯ ความจุ 6,700 ปริมาณจราจร 8,072 ย่านพหลฯ–ทางลงคลองประปา 2 ความจุ 6,700 ปริมาณจราจร 9,351 ทางลงคลองประปา 2–ต่างระดับพญาไท ความจุ 6,700 ปริมาณจราจร 9,312!!!!!!!

ทำให้เกิดปัญหาปริมาณจราจรที่มากกว่าความจุของทางที่รองรับได้ถึง 139% ความเร็วเฉลี่ยของทางด่วนช่วงดังกล่าวในช่วงเช้า จึงพบว่าประมาณ 15-20 กม./ชม.!!!!!!!!!

คอขวดทางด่วน ข้อดีที่กลายเป็นข้อเสีย

สาเหตุหนึ่งที่ทางด่วนช่วงดังกล่าวมีปัญหา คือ มีช่วงคอขวดหลายแห่งโดยเฉพาะช่วงเข้าทางต่างระดับ เช่น ที่คอขวดกระทรวงการคลัง ก่อนถึงทางต่างระดับพญาไท (หรือคอขวดที่ทางเชื่อมทางด่วนดินแดงกับทางด่วน 2 ก่อนถึงทางลงเพลินจิต) ทำให้รถที่วิ่งมา 3 ช่องทาง ต้องถูกบีบลดลงเหลือ 2 ช่องทาง จนเกิดคำถามว่า ทำไมถึงออกแบบให้ทางด่วนมีคอขวด???????

“เหตุผลเพราะต้องการให้รถที่ผ่านในจุดดังกล่าวลดการใช้ความเร็ว เพราะเป็นช่วงก่อนถึงทางโค้ง ดังนั้น การออกแบบในลักษณะดังกล่าวจึงเป็นเหตุผลในด้านความปลอดภัยของการใช้ทาง อย่างไรก็ตาม ทางด่วนสายนี้ออกแบบก่อสร้างโดยใช้ข้อมูลเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ปัจจุบันข้อมูลต่างๆเปลี่ยนแปลงไป ทำให้คอขวดกลายเป็นปัญหา แทนที่จะเป็นประโยชน์” วิศวกรผู้รับผิดชอบทางด่วนชี้แจง

---------------

ปัญหาที่เกิดขึ้นบนทางด่วนที่ระบุมาทั้งหมด ผู้รับผิดชอบดูแล ได้แก่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) รวมทั้งบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ต้องรีบแก้ไขปรับปรุงอย่างเร่งด่วน

ก่อนที่ “ค่าผ่านทาง” ทางด่วน จะกลายเป็น “ค่าจอดรถ” ทางด่วน!!!!!!

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รายงานวันจันทร์จราจรทางด่วนเปิดไหล่ทางสภาพจราจรคอขวดทางด่วนค่าจอดรถค่าผ่านทางข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้