ข่าว
100 year

ปูมหลัง “สมพร” ขายกระเพาะปลา สามีไม่รวย สู้ชีวิต สู่ผู้หญิงรวยสุดในเมืองไทย

ไทยรัฐออนไลน์4 พ.ย. 2562 17:33 น.
SHARE

ชื่อของ “สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” ถูกพูดถึงตลอดหลายวันที่ผ่านมา หลังมีปัญหาปมที่ดินราชบุรี โดยมี ส.ส.หญิงรายหนึ่งก้าวขาเข้ามาเอี่ยวในเรื่องนี้ด้วย ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงเรื่องราวชีวิตของเธอ “สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้หญิงแกร่งที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองไทย

สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เจ้าแม่อาณาจักรธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์ หรือในฐานะประธานกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท มารดาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เธอก้าวขึ้นมาติดอันดับมหาเศรษฐีของไทยจากการประกาศของฟอร์บส์ในปี 2019 โดยมีทรัพย์สิน 1,200 ล้านดอลลาร์ และยังถือว่า เธอคือผู้หญิงที่รวยที่สุดของเมืองไทย

ลูกสาวพ่อค้ากระเพาะปลา ปิ๊งรักลูกชายร้านก๋วยเตี๋ยว

หากย้อนกลับไปดูเส้นทางชีวิตของเธอ ก็ถือว่า สุดสีสันเฉกเช่นละครชีวิตสักเรื่องหนึ่ง เพราะเธอเกิดมาในครอบครัวที่แสนจะธรรมดา สมพรคนนี้เป็นหมวยสาวหน้าตาจิ้มลิ้มย่านบางรัก พ่อของเธอขายกระเพาะปลาอยู่เขตบางรัก ซึ่งขายอยู่ใกล้ๆ กับร้านก๋วยเตี๋ยวของพัฒนา(พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ สามีของสมพร) และทั้งคู่ได้พบกันตอนเรียนที่โรงเรียนกรุงเทพพิทยา และหลังจากนั้นก็คบหาดูใจ

“เราคบกันเป็นแฟนตั้งแต่อายุ 10 กว่าปี กว่าจะแต่งงานกันนานหลายปีทีเดียว ช่วงที่คุณวัฒนาเริ่มสร้างโรงงานที่สาธุประดิษฐ์ ฉันบินไปเรียนที่อเมริกา 3 ปี ถึงค่อยหมั้นหมายและแต่งงานกัน” สมพร บอกเล่าเส้นทางรัก

กว่าจะเป็นเศรษฐี...เส้นทางนี้ไม่ง่าย

ครั้งหนึ่ง สมพร เคยเล่าถึงเรื่องราวชีวิตของพัฒนา ผู้เป็นสามีอันเป็นที่รักว่า “ถ้าไม่มีคุณพัฒนา ก็คงไม่มีไทยซัมมิทกรุ๊ปเช่นทุกวันนี้ คุณพัฒนาเรียนหนังสือไม่สูง เพราะต้องช่วยพ่อแม่ขายก๋วยเตี๋ยวตั้งแต่อายุ 8-9 ขวบ ตอนหลังพี่ชาย (สรรเสริญ จุฬางกูร แห่งซัมมิท ออร์โตพาร์ท) ชวนมาช่วยงานที่ร้านซ่อมเบาะ ซึ่งเปิดร่วมกับเพื่อนชื่อว่า สามอิ้ว แปลว่า สามมิตร ช่วงแรกกิจการไม่ค่อยดี เพื่อนๆ จึงถอนตัวไปหมด และเหลือแต่คู่พี่น้อง

“คุณพัฒนาเป็นคนขยัน เขาจะไปเฝ้าร้านตั้งแต่เช้า จนวันหนึ่งโอกาสมาถึง เมื่อเจ้าหน้าที่ของยามาฮ่าเอาเบาะรถมาถามว่า ทำแบบนี้ได้ไหม คุณพัฒนารีบรับเรื่องไว้ แล้วไปควานหาซื้ออะไหล่มาทำเองทุกอย่าง ปรากฏว่าผลงานเป็นที่พอใจ หลังจากนั้น ทางยามาฮ่าก็ป้อนงานเรื่อยๆ แถมยังได้งานจากฮอนด้า, ซูซูกิ และคาวาซากิ พองานเข้าเยอะขึ้น จึงขยับขยายไปแถวสาธุประดิษฐ์ เริ่มสร้างโรงงานและเปลี่ยนชื่อให้อินเตอร์ขึ้นเป็น ซัมมิท โอโตซีท อินดัสตรี จำกัด”

“คุณพัฒนาคิดไกลว่า ถ้าเราทำแต่เบาะ เกิดไม่มีงานหรือมีคู่แข่งคงแย่ เขาเลยของานทำชิ้นส่วนรถจากญี่ปุ่นด้วย ทำไปทำมา งานผลิตชิ้นส่วนรถโตเร็วมาก คุณพัฒนาจึงซื้อที่ดินบนถนนบางนาตราด กม.16 และเปิดบริษัทใหม่ชื่อ ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด ในปี 2520 รับผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ ต่อมาก็ซื้อที่ดินรอบข้างขยายไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นโรงงานของกลุ่มบริษัทไทยซัมมิทกรุ๊ป ในปัจจุบัน”

สมพร บอกเล่าไว้อีกว่า “ฉันกับเขาถือว่าทำงานสร้างไทยซัมมิทกรุ๊ป เคียงบ่าเคียงไหล่มาตลอด ลักษณะงานของฉันกึ่งๆ เลขาฯ ถามว่าได้เงินหรือเปล่า ก็ไม่น่าเป็นกิจจะลักษณะนัก มักได้เป็นเงินก้อนมากกว่า พอเงินก้อนนั้นหมด ก็เอาบิลไปเคลียร์ ตั้งเบิกใหม่”

“สมพร” แม่ทัพใหญ่แห่งอาณาจักรไทยซัมมิท

หลังจากสามี พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ เสียชีวิตเมื่อปี 2545 “สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” จึงรับบทแม่ทัพใหญ่ พร้อมกับทายาทรุ่นที่ 2 ไม่ว่าจะเป็นลูกชายและลูกสาว ทั้ง 5 คน ธนาธร, สกุลธร, ชนาพรรณ, รุจิรพรรณ และบดินทร์ธร รวมทั้งลูกสะใภ้และลูกเขย

หลังจากที่สามีของเธอเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง สมพร ในนามภรรยาและแม่ของลูกทั้ง 5 คน ให้พันธสัญญาไว้กับสามีของเธอ ดังที่เธอบันทึกไว้ในหนังสือที่ระลึกในพิธีพระราชทานดินบรรจุศพ พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ ความว่า

หนึ่ง - จิตใจอันแน่วแน่ของฉันได้พูดกับเขาว่า ป่าป๊าไม่ต้องห่วงอะไร สิ่งต่างๆ ป่าป๊าสร้างไว้และอุดมการณ์ของพ่อ ม้าจะสานต่อและรักษาไว้ให้ได้
สอง - ม้าจะดูแลลูกๆ ทั้ง 5 คน จนเป็นฝั่งเป็นฝาให้เรียบร้อย
สาม - รักป่าป๊าคนเดียวเท่านั้น

“ตระกูลของพวกเราไม่เก่งเรื่องพีอาร์ แต่ไหนแต่ไรแล้ว พอมาตอนนี้เป็นที่รู้จักในสังคม เขาก็พูดกันว่า กลุ่มนี้รวยเงียบ” สมพร เคยบอกเล่าไว้อย่างนั้น

ไม่บ่อยครั้งนักที่ “สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท จะปรากฏตัวให้สังคมรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวทางธุรกิจของครอบครัว ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อปีสูงนับหมื่นล้านบาท เป็นปรากฏการณ์รวยเงียบอย่างที่เธอบอกจริงๆ

สมพร เคยกล่าวถึงเคล็ดลับการนำพาไทยซัมมิท ก้าวขึ้นมาเป็นองค์กรชั้นนำของประเทศว่า “เพราะมีดีอยู่ 3 ประการ คือ ระบบดี คนดี และสังคมดี และการที่ยึดรูปแบบการบริหารธุรกิจแบบผสมผสานกันระหว่างอนุรักษนิยมแบบครอบครัวคนจีน คือเก็บตัวเงียบ ไม่ชอบออกสังคม ชอบทำงานกับบริหารแบบสมัยนิยมที่มีความสากลเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น โดยเฉพาะการออกไปขยายฐานการลงทุนในต่างประเทศ”

แม่ ก็คือ แม่

ครั้งหนึ่งเฟซบุ๊ก thanathorn juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้บอกเล่าไว้ว่า “ในสัปดาห์ที่ผ่านมา น้ำหนักระดับภูเขาถูกยกออกจากอกผม ผมได้ปรึกษาเรื่องอนาคตกับครอบครัว และทุกคนก็ให้การสนับสนุนและกำลังใจอย่างดี”

ธนาธรรู้ดีว่า อุปสรรคสำคัญคือ แม่ที่ไม่เห็นดีเห็นงามให้ลูกเล่นการเมืองมาตั้งแต่ต้น ซึ่งธนาธรเคยบอกเล่าว่า “แกเริ่มคำถามแรกว่า สำหรับผมแล้ว ไทยซัมมิท หรือประเทศ อย่างไหนสำคัญกว่ากัน ผมตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า ประเทศไทย”

จากนั้น สมพรไม่ได้พูดอะไร ไม่ห้ามปราม ไม่ทักท้วง แต่แสดงสีหน้าผิดหวัง ธนาธร จึงสรุปว่า นั่นคือการอนุมัติและเห็นชอบแบบแม่.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปูมหลัง “วิ รวิพรรณ” หลังบ้านธนาธร สวย คล่อง ฉลาดเป็นกรด กูรูเงินทอง
- ปูมหลัง "ธนาธร" ไฮโซนักเที่ยว นักสู้ติดดิน ทักษิณฉุนคุมไม่ได้ สู่ฟ้ารักพ่อ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมพร จึงรุ่งเรืองกิจข่าวเด่นประวัติ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจแม่ธนาธรข่าวร้อนข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้