ข่าว
100 year

รมว.ยธ.ยันไทยเร่งสกัดสารตั้งต้น-ปราบยาเสพติด เพื่อลดจำนวนในภูมิภาค

ไทยรัฐออนไลน์22 ต.ค. 2562 16:22 น.
SHARE

รมว.ยธ.ร่วมประชุมปราบปรามยาเสพติด ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยันไทยเร่งสกัดสารตั้งต้น พร้อมปราบยาเสพติดเพื่อลดปริมาณในภูมิภาค

เมื่อวันที่ 22 ต.ค.62 ที่ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร มีการประชุมหัวหน้าหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 43 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 ต.ค.62 โดยการประชุมครั้งนี้ เป็นการจัดขึ้นร่วมกันระหว่างสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมระดับหัวหน้าหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก 19 ประเทศ มีผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ และผู้แทนจากหน่วยงานป้องกันยาเสพติดในประเทศไทย รวมกว่า 150 คน

โดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประสบปัญหายาเสพติด ที่มาจากแหล่งผลิตยาเสพติดสองแหล่ง คือ สามเหลี่ยมทองคำและพระจันทร์เสี้ยวทองคำ ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้งในภูมิภาคและในโลก ความรุนแรงและความซับซ้อนของปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคที่ประสบปัญหายาเสพติดร่วมกัน จำเป็นจะต้องเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาบ้า ไอซ์ และเคตามีน รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นอย่างมาก โดยถือเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล อีกทั้งตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้ให้ความสำคัญต่อความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติด โดยมุ่งลดปริมาณยาเสพติดในภูมิภาค ด้วยการสกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ มิให้ถูกลักลอบนำเข้าไปยังแหล่งผลิตในสามเหลี่ยมทองคำ และสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดแพร่กระจายออกไป ทั้งในและนอกภูมิภาค ขณะเดียวกันได้เพิ่มความพยายามในการป้องกันยาเสพติด การลดอันตรายจากการใช้ยา และการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด โดยมุ่งเน้นการใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อลดอุปสงค์ยาเสพติดภายในประเทศ

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกกำลังประสบปัญหายาเสพติด ที่ปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาเสพติดประเภทสารสังเคราะห์ และได้ให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็น ได้แก่ 1. การวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ของสถานการณ์ปัญหา ต้องปรับปรุงข้อมูลและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ระหว่างกันอย่างรวดเร็ว 2. การเสริมสร้างศักยภาพด้านการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบค้ายาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นให้ทันต่อสถานการณ์ และ 3. การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานปราบปรามยาเสพติด ผ่านการส่งเสริมให้มีความช่วยเหลือทางวิชาการ ด้านการควบคุมยาเสพติด ให้แก่ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหายาเสพติด เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการควบคุม การลักลอบผลิตและลำเลียงยาเสพติด การปราบปรามยาเสพติด และการป้องกันการใช้ยาในทางที่ผิด

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยได้รับการยอมรับในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ภายใต้ปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย โดยเป็นต้นแบบในการใช้แนวทางการพัฒนาทางเลือก (Alternative Development) ในการดำเนินงาน ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. จะมีการประสานงานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ได้ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมุ่งลดปริมาณยาเสพติดในภูมิภาค ผ่านการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงเคมีภัณฑ์สารตั้งต้นเข้าไปยังแหล่งผลิต รวมถึงแพร่กระจายออกไปทั้งในและนอกภูมิภาค ทั้งนี้ตนขอขอบคุณสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ที่จัดการประชุมครั้งนี้ รวมทั้งตัวแทนจากทุกประเทศ ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความมั่นคงของภูมิภาค

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมศักดิ์ เทพสุทินยธ.ยาเสพติดประชุมยาเสพติดรมว.ยุติธรรมข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้