“มนัญญา” มั่นใจ 90% แบน 3 สารพิษได้ 22 ต.ค.นี้ต้องจบ ไม่น่ายืดเยื้อ และยินดีโชว์ผลโหวตอย่างเปิดเผย ชี้หากมีการพลิกโผ ฟันธงได้ว่า มีคนรับอะไรมาแน่ ดักคอพวกเตรียมส่งคนไปยกป้ายคัดค้านว่าอย่าทำ ย้ำไม่ลาออกจากตำแหน่งเพราะกำชับตัวแทนกระทรวงเกษตรฯ ห้ามทำผิดไปจากมติกระทรวง พร้อมอัดกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่ได้วิเศษวิโสมาจากไหน ต้องฟังเสียงประชาชน ด้าน ผอ.ไบโอไทย จับมือเครือข่าย 686 องค์กรเตรียมเคลื่อนไหวใหญ่ทั่วประเทศ กดดันกรรมการวัตถุอันตราย เร่งแบน 3 สารเคมีอันตราย ทำหนังสือขอเข้าพบ “สุริยะ” จี้เปิดเผยผลโหวตอย่างโปร่งใส
ความคืบหน้าจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลการใช้ 3 สารเคมีทางการเกษตร “คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต” ถึงการเตรียมชงเรื่องให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาว่าจะห้ามหรือไม่ห้ามใช้ 3 สารเคมีดังกล่าวในการประชุมวันที่ 22 ต.ค.นี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 14 ต.ค.ที่สนามบินสุวรรณภูมิ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยก่อนเดินทางในฐานะตัวแทนของ รมว.เกษตรฯ เพื่อประชุมที่ประเทศบรูไน ว่าได้รวบรวมเอกสารเพื่อแบน 3 สารเคมี ได้แก่ คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต เสร็จสมบูรณ์แล้ว และไปยื่นให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อลงนามตามขั้นตอน ซึ่งนายเฉลิมชัย จะรับหนังสือหลังวันที่มาทำงาน แต่ได้แจ้งทุกเรื่องให้ทราบอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ก่อนส่งรายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 17 ต.ค.นี้ และส่งหนังสือชี้แจงถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข
รมช.เกษตรฯกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันประสานให้นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตรายฉบับเดิม พ.ศ.2535 รับทราบถึงมติที่ประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาความเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ต่อการยกเลิก คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต ว่า ที่ประชุมมีมติ 9 ต่อ 0 ให้แบน 3 สารชนิด เพื่อการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ในวันที่ 22 ต.ค.นี้ พิจารณาเรื่องการแบนทั้ง 3 สารที่เป็นอันตรายต่อประชาชน และในวันประชุมตนจะไปติดตามมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายด้วยตนเอง
“ขณะนี้ค่อนข้างมั่นใจ 90 เปอร์เซ็นต์ จะมีมติแบนแน่นอน เชื่อว่าเรื่องต้องจบภายในวันที่ 22 ต.ค.นี้แน่นอน ส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจเรื่องการลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะพลิกโผ เพราะกระทรวงเกษตรฯมีจุดยืนชัดเจนอยู่แล้ว แม้มีข่าวว่าจะมีการเปลี่ยนตัวแทนของบางหน่วยงาน หรือไม่มาร่วมประชุม หรืองดออกเสียง ซึ่งเท่ากับศูนย์ หากมีการพลิกโผหรือมีการเปลี่ยนแปลง ฟันธงได้เลยว่าคุณต้องรับอะไรมาแน่ๆ ถามว่ารับอะไร ก็รับสิ่งที่ทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงได้ แต่บอกไว้เลยว่าคุณจะล็อบบี้อย่างไร ทำแบบไหนวิธีไหนให้เลิกคิดได้เลย” น.ส.มนัญญากล่าว พร้อมย้ำว่า ที่มีหลายฝ่ายเรียกร้องให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายลงมติแบบเปิดเผยนั้น กระทรวงเกษตรฯเปิดเผยอยู่แล้ว ส่วนกระทรวงอื่นคงต้องแล้วแต่เจ้ากระทรวง
“จริงๆแล้วผู้ทรงคุณวุฒิ ท่านก็ไม่ได้วิเศษวิโสมาจากไหน ท่านก็เป็นพี่น้องประชาชนชาวไทย ท่านต้องฟังเสียงพี่น้องชาวไทย ทุกคนต้องเปิดหน้าถามว่าจะเอาไว้เพื่ออะไร ต้องไปถามผู้ทรงคุณวุฒิ แต่คิดว่าผู้ทรงคุณวุฒิก็ต้องฟังเสียงประชาชน ในเมื่อกระทรวงอุตสาหกรรมเน้นย้ำว่าจะทำตามมติของกระทรวงเกษตรฯที่ส่งไป จะยืดออกไปปีสองปี เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว จะแย้งได้อย่างไร จะเอาข้อไหนมาแย้ง ถามว่าหนักใจไหม ถ้าเขายังเป็นคนไทยอยู่ สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย อยู่ในไทย ท่านก็ต้องฟังเสียงของประชาชน แต่ถ้าท่านไม่ใช่คนไทย ไม่ได้กิน ใช้อยู่กับคนไทย ท่านก็ตีตั๋วออกไปนอกประเทศได้เลย” น.ส.มนัญญากล่าว
รมช.เกษตรฯ ยังเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้มีความพยายามตรวจสอบว่า ตนจะเดินทางไปที่ใด ก็จะให้คนไปชูป้ายแอนตี้ ขอให้หยุดเถอะ อย่าทำ ทั้งนี้ พี่ชายตน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ก็เป็นห่วงด้านความปลอดภัยที่ไปกันแต่ลูกๆซึ่งมีแต่ผู้หญิงน่าจะมีคนคอยดูแล พร้อมขอบคุณตำรวจที่ได้มาลาดตระเวนแถวบ้านที่ จ.อุทัยธานี ซึ่งเชื่อว่าอาจได้ข่าวภายในมาว่ามีการข่มขู่แบบนี้ สำหรับเรื่องของการหาสารทดแทนนั้น จริงๆ เกษตรอินทรีย์และวิถีชีวิตของชาวไทยก็มีอยู่แล้ว ผู้ที่นำเข้าก็เริ่มสับเปลี่ยนนำเข้าน้อยลง ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสต๊อกของวัตถุอันตรายหลังจากแบนอีกขั้นตอนด้วย ส่วนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาพูดว่า หากแบน 3 สารพิษไม่ได้ 4 รัฐมนตรีของภูมิใจไทยจะลาออกนั้น ยืนยันว่า ในส่วนตัวเองคงไม่ลาออก เพราะได้ทำหนังสือเน้นย้ำไปแล้วว่า “คุณห้ามทำผิดไปจากมติกระทรวง”
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผอ.มูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) ถึงการแบนสารเคมีอันตราย 3 ชนิดว่า จากการที่เครือข่าย 686 องค์กร เดินทางไปพบพรรคการเมืองทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทยพัฒนาถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้ง 2 พรรค ที่จะร่วมแบนสารเคมีอันตรายอย่างชัดเจน ไม่เหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา ที่จะมีเพียงกระทรวงสาธารณสุขเพียงกระทรวงเดียวเท่านั้นที่ชัดเจนว่าจะแบน แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทางเครือข่ายห่วงและกังวลที่สุด คือการลงมติโหวตที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะโหวตแบบไหน เพราะต้องถามกรรมการแต่ละคน ซึ่งเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ที่จะต้องกำกับดูแลให้ดำเนินการให้เป็นไปอย่างโปร่งใส นอกจากนี้ สังคมก็ต้องร่วมกันกดดันให้โหวตโดยเปิดเผยด้วย
ผอ.มูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ทางเครือข่าย 686 องค์กร ได้ส่งหนังสือเพื่อขอเข้าพบ รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งทางเครือข่ายจะประสานไปอีกครั้งว่าจะเข้าพบได้ในวันไหน แต่อยากขอพบก่อนวันที่ 22 ต.ค.เพราะต้องการที่จะได้รับคำยืนยันว่าจะมีการโหวตอย่างเปิดเผย เพราะเชื่อว่าขณะนี้น่าจะมีความพยายามจากบริษัทสารพิษในการล็อบบี้ผลโหวต จึงอยากขอเตือนฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่า ต้องรับฟังข้อมูลและรู้เท่าทันบริษัทสารพิษด้วย ที่สำคัญต้องมีการหามาตรการรองรับการหาสารทดแทนสารที่จะถูกแบนด้วย โดยเฉพาะการดูแลเกษตรกร 4 แสนคน ที่ลงชื่อว่าต้องการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดต่อรัฐบาลต้องมีการแนะนำสารที่ปลอดภัยเพื่อนำมาทดแทนสารที่จะถูกแบน รวมทั้งดูแลเรื่องต้นทุนให้กับเกษตรกรกลุ่มนี้ด้วย หากมีการแบนสารเคมีอันตรายทั้ง 3 ชนิดแล้ว อย่างไรก็ตาม ก่อนวันที่ 22 ต.ค.นี้ ทางเครือข่าย 686 องค์กรจะมีการเคลื่อนไหวใหญ่จากตัวแทนใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งจะร่วมกับประชาชนทั่วประเทศที่สนับสนุนการแบนสารเคมีอันตรายใน 2 ระดับ คือ 1.รวมพลังกันยื่นหนังสือต่อรัฐบาลผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด และ 2.ในวันที่ 21- 22 ต.ค.จะมีการร่วมกันเคลื่อนไหวใหญ่ทั่วประเทศจากตัวแทน 686 องค์กร เพื่อกดดันให้มีการแบนสารเคมีด้วย
...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการวัตถุอันตราย 29 คน ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ชุดที่จะประชุมวันที่ 22 ต.ค.นี้ ประกอบด้วย ประธาน คือปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ผู้บัญชา การตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และตัวแทนองค์การสาธารณประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าแต่ละหน่วยงานจะส่งใครมาร่วมประชุมบ้าง