ข่าว
100 year

กทม.อันดับ 1 อากาศแย่สุด ฝุ่นพิษปกคลุมอีก "ตู่" นัดถก-แก้ด่วน (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ต.ค. 2562 05:15 น.
SHARE

คนกรุงเทพฯและปริมณฑลอ่วมฝุ่นละอองพิษกลับมาปกคลุมเต็มท้องฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 พุ่งพรวดเกินเกณฑ์มาตรฐานตลอดวันจนติดอันดับโลกเมืองที่มีสภาพอากาศแย่สุด สาเหตุจากสภาพอากาศนิ่งไม่มีลม “บิ๊กตู่” เรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องถกด่วนช่วงเย็น เตือนประชาชนป้องกันตัวเอง สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกอาคาร ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา แจงที่มาฝุ่นจากสภาพอากาศปิด แต่หลัง 1 ต.ค. เป็นต้นไป สถานการณ์น่าจะคลี่คลาย เมื่อมีฝนตกช่วงบ่ายและค่ำ ขณะที่ “เสี่ยหนู” ปิ๊งไอเดียหนุนคนทำงานอยู่บ้าน

หลังจากมีสัญญาณว่าคนกรุงและปริมณฑลต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อีกครั้งหลังจากเคยมีปัญหาหนักหน่วงเมื่อปลายปีกลาย เนื่องจากช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) วัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) และปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) พบสูงเกินมาตรฐาน (50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ในหลายพื้นที่

ฝุ่นปกคลุมทั่วฟ้าเมืองกรุงเทพฯ

กระทั่งตลอดเช้าวันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าท้องฟ้าทั่วกรุงเทพมหานครมีสภาพขมุกขมัว ปกคลุมด้วยหมอกขาวขุ่นจนเห็นได้ชัด คพ.รายงานคุณภาพอากาศพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล อยู่ในระดับคุณภาพปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ พบปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ระหว่าง 44-89 มคก./ลบ.ม.เกินเกณฑ์มาตรฐาน 45 สถานี จากทั้งหมด 48 สถานีที่มีเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ คพ.ระบุภาพรวมพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน ที่บริเวณแขวงหิรัญรูจี และริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี, ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน, แขวง-เขตบางนา, แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ, แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา, ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน, ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง, ริมถนนดินแดง เขตดินแดง, แขวง-เขตพญาไท, แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง, ส่วนในปริมณฑล ประกอบด้วย จ.นครปฐม ที่ ต.นครปฐม อ.เมืองนครปฐม, จ.นนทบุรี ที่ ต.บางกรวย อ.บางกรวย, ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด, จ.ปทุมธานี ที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง, จ.สมุทรปราการ ที่ ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง, ต.บางโปรง และ ต.ปากน้ำ อ.เมือง, จ.สมุทรสาคร ที่ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน และ ต.มหาชัย อ.เมือง

ติดอันดับโลกเมืองคุณภาพอากาศแย่

ในขณะที่เว็บไซต์ airvisual ระบุค่า AQI ใน กทม.เฉลี่ย เมื่อช่วงสาย พุ่งไปที่ 174 ส่วนฝุ่น PM2.5 สูงถึง 100.3 มคก./ลบ.ม.และจากสภาพอากาศที่ย่ำแย่ดังกล่าว ทำให้ช่วงเย็นวันเดียวกัน กทม.ก็ติดอันดับ 1 เมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่สุดในโลกไปโดยปริยาย ก่อนที่ดัชนีคุณภาพอากาศและค่าฝุ่น PM2.5 จะค่อยๆลดลงและทรงตัวในช่วงค่ำ

นายกฯโพสต์เฟซบุ๊กห่วงใย

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้แสดงความห่วงใยในเรื่องนี้ โดยโพสต์ลงเฟซบุ๊กเมื่อช่วงเช้าว่า “เช้าวันนี้ หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 อยู่ในระดับเกินเกณฑ์มาตรฐานครับ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแผนที่ได้เตรียมไว้อย่างเร่งด่วน และขอความร่วมมือสถานที่ก่อสร้าง และโรงงานอุตสาหกรรม ลดการระบายฝุ่นและมลพิษทางอากาศในช่วงนี้ สำหรับพี่น้องประชาชนที่มีความจำเป็นต้องออกไปทำกิจกรรมข้างนอก ก็ขอให้สวมหน้ากากอนามัยด้วยครับ”

แนะดูแลตัวเองสวมหน้ากากอนามัย

จากนั้นในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ประชุมเป็นการด่วน โดยให้นำผลการดำเนินการที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ มาพิจารณาเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องและอาจต้องมีมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้น เช่น การบังคับใช้กฎหมายกับรถสาธารณะ รถขน ส่งที่ก่อให้เกิดมลพิษ เพื่อให้ทันต่อการแก้ปัญหา ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ยังให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาด้วยการย้ำว่า ฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังและป้องกันตัวเอง โดยสวมหน้ากากอนามัย เพื่อรับมือปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

กทม.สั่ง 50 เขตจัดทำแผนลดฝุ่น

สำหรับการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ กทม.จากภาคส่วนต่างๆ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัด กทม. ว่า กทม.ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยได้สั่งการให้ 50 สำนักงานเขต จัดทำแผนลดฝุ่น โดยเฉพาะพื้นที่ก่อสร้าง พื้นที่การจราจรหนาแน่น พร้อมกันนี้ได้ให้สำนักสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ฉีดล้างถนน เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง รวมถึงเปิดใช้งานอุปกรณ์พ่นละอองน้ำที่ติดตั้งตามตึกต่างๆของ กทม.ได้ติดตั้งไว้เมื่อปีที่แล้ว

สธ.ให้ รพ.เตรียมรับมือผู้ป่วย

ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ได้เตรียมการให้โรงพยาบาลจัดเตรียมเครื่องมือแพทย์ เวชภัณฑ์ ยาประจำห้องฉุกเฉินต่างๆ เพื่อให้บริการประชาชนที่เจ็บป่วยจากการสูดดมมลพิษหมอกควันได้อย่างทันท่วงที สิ่งสำคัญคือขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด สำหรับการปฏิบัติตัวที่สำคัญ คือ หลีกเลี่ยงการออกนอกสถานที่ รวมทั้งทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเจ็บป่วยได้ง่าย เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรพักผ่อนอยู่ในบ้าน ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด เตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม งดเว้นการสูบบุหรี่ เผาหญ้า ต้นไม้ หรือขยะต่างๆ หลีกเลี่ยงกิจกรรมการใช้แรงมาก เช่น การออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง ใช้หน้ากากอนามัยปิดปากและจมูก

รออากาศเหมาะพร้อมทำฝนหลวง

ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวง และการบินเกษตร เผยว่า ในวันที่ 2 ต.ค.นี้ จะมีการย้ายหน่วยปฏิบัติการ จ.สระแก้ว ไปประจำการที่ จ.ระยอง เพื่อเตรียมพร้อมปฏิบัติการฝนหลวงช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยได้รับอิทธิพลของความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุม ส่งผลให้เกิดค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. และปริมณฑล อยู่ในระดับเกินเกณฑ์มาตรฐาน อีกทั้งยังทำให้ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมีปริมาณลดลงอย่างมาก โดยผลการตรวจวัดอากาศในพื้นที่ภาคตะวันออกของสถานีเรดาร์สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่า มีความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการเกิดเมฆ 41 เปอร์เซ็นต์ ความชื้นสัมพัทธ์ที่ระดับการพัฒนาตัวของเมฆ 51 เปอร์เซ็นต์ ค่าดัชนีการยกตัวของอากาศ-2.7 และความเร็วลมที่ระดับการเกิดเมฆ 9 กม./ชม. ยังไม่เหมาะที่จะขึ้นปฏิบัติการทำฝนหลวง แต่ถ้าสภาพอากาศมีความเหมาะสมเมื่อไร หน่วยปฏิบัติการฯ จ.สระแก้ว พร้อมจะขึ้นบินทำฝนหลวงทันที

นาโนเทคโชว์แผ่นกรองฝุ่นพิเศษ

ส่วนนายวรล อินทะสันตา ผอ.กลุ่มวิจัยวัสดุ ผสมและการเคลือบนาโน ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า นาโนเทค ได้ผลิต “แผ่นกรองนาโนสมบัติพิเศษ” หรือ n-Breeze ด้วยเทคนิค “อิเล็กโตรสปินนิ่ง” โดยพัฒนาเส้นใยและเทคโนโลยีการขึ้นรูปสิ่งทอให้เป็นแผ่นกรองจากเส้นใยนาโนสมบัติพิเศษ มีสมบัติสามารถดักจับอนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็ก สามารถนำไปใช้ผลิตร่วมกับหน้ากากอนามัยแบบธรรมดาทั่วไป หรือแผ่นกรองสำหรับเครื่องฟอกอากาศได้ มีน้ำหนักเบา รูปแบบการใช้งานสะดวก ช่วยลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ซึ่งจากการทดสอบแล้วในระดับห้องปฏิบัติการพบว่าสามารถกรองอนุภาคฝุ่นละอองในอากาศขนาด 0.3-2.5 ไมครอนได้ร้อยละ 90-95 นอกจากนั้นยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น ใช้กับเครื่องฟอกอากาศ ทั้งในระดับครัวเรือน อุตสาหกรรมยานยนต์ หรือแม้แต่สถานพยาบาล

อ้างอากาศนิ่งไม่มีลมทำฝุ่นสะสม

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้สภาพอากาศใน กทม.กลับมาปกคลุมด้วยฝุ่น PM 2.5 นั้น นายธัชชัย แสนเสนา หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงถึงค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ทั่วประเทศว่า ค่า PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และ กทม. เกิดจากสภาพอากาศที่นิ่งไม่มีลม เช่นเดียวกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) รายงานว่าสาเหตุที่ทำให้ฝุ่นละอองกลับมาปกคลุม กทม.และปริมณฑล เพราะช่วงนี้กระแสลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อน อีกทั้งยังมีความกดอากาศสูงกำลังอ่อนแผ่ลงมาปกคลุมในตอนเช้า ทำให้อากาศจมตัว เมื่อไม่มีกระแสลมฝุ่นละอองไม่สามารถพัดออกจากพื้นที่ได้ ทำให้เกิดสะสมตัวอยู่ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล โดยในวันที่ 1 ต.ค.นี้ กทม.จะกลับมามีฝน ค่าสะสมของฝุ่นละอองจะลดลง

ลุ้น 1 ต.ค.ฝนตก จะดีขึ้นเอง

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยารายงานการเฝ้าระวังสภาวะอากาศจากผลกระทบสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลว่าช่วงวันที่ 30ก.ย.-4 ต.ค.นี้ บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลงอย่างต่อเนื่อง และการกระจายของฝนจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป ส่วนมากเป็นฝนกำลังอ่อน ส่วนอากาศปิดนั้นเป็นการวิเคราะห์อุณหภูมิสูงขึ้นตามความสูง ฝุ่นละอองไม่เคลื่อนตัว ทำให้สภาพอากาศบริเวณ กทม.และปริมณฑล เกิดการสะสมในหลายพื้นที่ พบได้เฉพาะในวันที่ 30 ก.ย.นี้ จากนั้นลักษณะของอากาศปิดจะคลี่คลายลงตามลำดับ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป เนื่องจากอากาศมีการยกตัวดีขึ้นเล็กน้อย ประกอบกับ กทม.และปริมณฑลจะมีฝนตกช่วงบ่ายและค่ำ เป็นการช่วยบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นให้ดีขึ้น

นายกฯเรียกประชุมเย็นแก้วิกฤติฝุ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อเวลา 16.00น.วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมแก้ไขปัญหาค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินเกณฑ์มาตรฐานในหลายพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ที่ห้องวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ชั้น2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบรมว.คมนาคม และตัวแทนหน่วยงาน พร้อมกับวิดีโอคอน–เฟอเรนซ์ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นและหมอกควันรวม 16 จังหวัด โดยนายกฯบอกให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมการรับทราบสถานการณ์

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” อีกครั้งว่า “บ่ายนี้มีการประชุมติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ผ่าน video conference กับหน่วยงานและผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ปัญหาในช่วงนี้เกิดจากความกดอากาศสูงปกคลุม อากาศนิ่ง ทำให้มีฝุ่นละอองขนาดเล็กสะสม ไม่สามารถระบายออกได้ โดยทางรัฐบาลจะเร่งดำเนินการมาตรการต่างๆอย่างต่อเนื่องทั้งในเรื่องของการป้องกัน ดูแล และการบังคับใช้กฎหมายครับ”

“เสี่ยหนู” ปิ๊งไอเดียหนุนทำงานอยู่บ้าน

ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า นายกฯสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคม ให้ลดการใช้พาหนะที่ใช้น้ำมันดีเซลให้มาก เนื่องจากฝุ่น PM2.5 มาจากการเผาไหม้ของน้ำมันดีเซลเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น กระทรวงคมนาคมต้องไปตรวจสอบว่ารถยนต์แต่ละคันผ่านการตรวจสภาพรถยนต์มาอย่างไร ถ้าพบว่าเขม่าสีดำเกินมาตรฐานต้องจับกุม และหาทางเลือกในการใช้เชื้อเพลิงอื่นๆ ซึ่งนายกฯได้สั่งการให้ผู้ว่าฯดูแลชาวบ้าน และประกาศระดับของฝุ่นให้ชาวบ้านรับทราบตลอดเวลา หากพบว่าเกินเกณฑ์มาตรฐานต้องกำชับให้ระมัดระวังการใช้ชีวิตนอกที่อยู่อาศัย ถ้าเป็นไปได้จะใช้หน้ากากป้องกันฝุ่นละออง ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมควบคุมโรคพร้อมนำหน้ากากไปดูแลชาวบ้านในพื้นที่ที่มีปัญหา หากพบว่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานเกิดน้ำมูก น้ำตาไหล อย่าไปคิดว่าตัวเองเป็นภูมิแพ้ ต้องดูแลตัวเองให้ดี หรือต่อไปหากพบว่ามีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานอาจต้องสนับสนุนหรือรณรงค์ให้คนทำงานอยู่ที่บ้าน โดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายถึงขนาดป้องกันไม่ได้

คาดปลายสัปดาห์สถานการณ์ดีขึ้น

ด้านนายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า สถานการณ์ดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. จนค่า PM2.5 สูงเกินมาตรฐาน 15 พื้นที่ และในวันนี้ขยายตัวเป็น 33 พื้นที่ แต่ยืนยันว่าค่าที่เกินมาตรฐานยังไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่จะเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพเพราะบางพื้นที่ที่ค่าเกิน 50 มคก./ลบ.ม. แต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมาพบว่าค่าฝุ่นละอองลดลงทุกพื้นที่เพราะมีฝนตกลงมาช่วย กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าจากวันที่ 1 ต.ค.ไปจะมีปริมาณฝนตกลงมามากขึ้น คาดว่าปลายสัปดาห์นี้จะกลับสู่สภาพปกติ ขณะนี้ถือว่าอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง ยังไม่เข้าขั้นวิกฤติ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินมาตรการใดๆ โดยนายกฯแจ้งในที่ประชุมว่าสาเหตุของการเกิดฝุ่นละอองเกิดจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เราควบคุมได้คือการใช้ยานพาหนะโดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหา มีสัดส่วนร้อยละ54และการเผาไหม้ในที่โล่งร้อยละ 35 ขณะที่โรงงานอุตสาหกรรม และอื่นๆ สร้างฝุ่นละอองร้อยละ 3-5 เท่านั้น

เล็งดันแก้ฝุ่นพิษเป็นวาระแห่งชาติ

นายประลองกล่าวว่า ในที่ประชุมได้รับทราบแนวทางแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ที่จะมีแนวทางแก้ปัญหาใน 3 ระยะ คือก่อนเกิดวิกฤติ ช่วงเกิดวิกฤติ และหลังวิกฤติ อาทิ การแก้ปัญหาในเชิงพื้นที่ กทม.หากค่าฝุ่นเกิน 50 มคก./ลบ.ม.จะเพิ่มจุดตรวจควันดำ จากเดิม 10 จุด เป็น 21 จุด และหากปริมาณฝุ่นเกิน 75 มคก./ลบ.ม. ผู้ว่าฯ กทม.มีอำนาจตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข สามารถออกคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การประกาศปิดโรงเรียน 437 แห่ง เมื่อปีที่แล้ว ส่งผลให้ค่าฝุ่นลดลงอย่างเห็นได้ชัด แผนดังกล่าวเมื่อทำเสร็จสิ้นแล้วจะเสนอต่อที่ประชุม ครม.ต่อไป แต่ยังไม่ใช่การประชุมในวันที่ 1 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ถ้าอยากให้ปัญหานี้จบ คือต้องเลิกใช้ รถยนต์ดีเซล ซึ่งไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ขอให้ตระหนักกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และสามารถติดตามค่าฝุ่นละอองได้ด้วยตัวเอง ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai ที่จัดทำโดยกรมควบคุมมลพิษ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฝุ่นจิ๋วฝุ่น PM 2.5PM 2.5สภาพอากาศฝุ่นพิษฝุ่นละอองข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้