กองปราบฯแกะรอยตามจับอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพะโคะ จ.สงขลา แสบร่วมกับพวกปลอมใบสุทธิพระครูรูปหนึ่งใน จ.นครปฐม จากนั้นให้ผู้ร่วมแก๊งที่มีอายุใกล้เคียงกัน แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์สวมรอยเป็นผู้เสียหายไปธนาคารขอเปิดบัญชีใหม่ อ้างว่าสมุดบัญชีหาย ก่อนโอนเงินเข้าบัญชีผู้ร่วมขบวนการผ่าน E-Banking ที่เปิดบัญชีรอไว้จนเกลี้ยง ผู้ต้องหาเก็บข้อมูลเหยื่อตอนที่ยังเป็นพระนำมาก่อเหตุหลายคดี ตั้งแต่ปี 58 ได้เงินไปหลายแสนบาท สอบสวนให้การปฏิเสธ
อดีตผู้ช่วยสมภารวัดสวมรอยเป็นพระขโมยเงินเหยื่อในบัญชี เปิดเผยขึ้น เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศริพิณเพราะ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1 บก.ป. จับกุมนายภูรวิช บูลยะธนิน หรือนายพันธ์ยุทธ สารสิทธิ์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/177 หมู่ 5 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 24 ก.ย.62 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ร่วมกันลักทรัพย์ ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ จับได้ที่ลานจอดรถห้างเซ็นทรัลเวสต์เกต ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
พ.ต.อ.เนติกล่าวว่า สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากพระครูรูปหนึ่งในวัดแห่งหนึ่งที่ จ.นครปฐมว่า ถูกคนร้ายแอบสวมรอยทำธุรกรรมบัญชีธนาคารกรุงไทย ก่อนคนร้ายโอนเงินเข้าบัญชีไปจนหมดเกลี้ยงรวมเป็นเงินแสนกว่าบาท จากการสืบสวนสอบสวนการทำธุรกรรมทางธนาคารจนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายภูรวิช หรือนายพันธ์ยุทธ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพะโคะ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ถูกจับสึกเนื่องจากมีพฤติการณ์ทุจริต ต่อมาได้ร่วมกับพวกตั้งแก๊งวางแผนก่อเหตุ ผู้ต้องหามีข้อมูลเลขบัญชีธนาคารของพระผู้ใหญ่หลายรูป ตอนที่เป็นพระมีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านธุรการ
“ผู้ร่วมแก๊งจะเข้าไปหาข้อมูลตามวัดต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด หากรู้ว่าเจ้าอาวาสหรือพระครูวัดใดมีเงินฝากในบัญชีจำนวนมาก จากนั้นจะปลอมใบสุทธิของพระที่ตกเป็นเป้าหมาย ก่อนให้ผู้ร่วมแก๊งที่มีอายุใกล้เคียงกันกับเหยื่อแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ไปหลอกพนักงานธนาคาร เพื่อขอเปิดบัญชีใหม่อ้างว่าบัญชีเดิมสูญหาย หลังจากพนักงานธนาคารหลงเชื่อออกบัญชีเงินฝากและบัตรเอทีเอ็มให้ใหม่ คนร้ายจะนำไปสมัครบริการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (E-Banking) โอนเงินจากบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายเข้าบัญชีผู้ร่วมขบวนการที่ไปเปิดบัญชีไว้แล้วกดเงินออกจากบัญชีจนหมด ก่อเหตุตั้งแต่ปี 58 ได้เงินไปหลายแสนบาท” ผกก.5 บก.ป. กล่าว
พ.ต.อ.เนติกล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ ชุดสืบสวนติดตามจับอย่างต่อเนื่องจนทราบว่าผู้ต้องหามาทำธุระที่ห้างเซ็นทรัลเวสต์เกต จึงเข้าจับกุมนำตัวไปสอบปากคำที่กองปราบฯ สอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. ดำเนินคดี และจะขยายผลจับผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป