เมีย “พัน คำกอง” ยื่นฟ้อง 2 นายทหาร ร่วมฆ่าสามีโดยเจตนา ระหว่างสลายชุมนุมกลุ่ม นปช.เมื่อปี 2553 หลังร้องเรียนหน่วยงานแต่คดีไม่มีความคืบหน้า หวังได้รับความเป็นธรรมในชั้นศาล ด้านทนายของญาติผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมเล็งยื่นฟ้องเพิ่มอีกหลายสำนวนที่ศาลระบุการตายเกิดจากฝ่ายทหาร

ยื่นฟ้อง 2 นายทหารเจตนาฆ่า “พัน คำกอง” เปิดเผยขึ้นที่ศาลอาญา เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ก.ย. นางหนูชิต คำกอง ภรรยานายพัน คำกอง โชเฟอร์แท็กซี่ที่ถูกยิงตายจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทหาร 2 คน ยศ พ.อ. และ พ.ท. เป็นเจ้าหน้าที่ทหารปฏิบัติหน้าที่ภายใต้คำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยนางหนูชิตเดินทางมาพร้อมญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกันที่มาร่วมให้กำลังใจ

คำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 มีการชุมนุมของกลุ่ม นปช.หลายแห่ง นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นมีคำสั่งตั้ง ศอฉ. วันที่ 15 พ.ค.53 เวลา 00.05 น.พวกจำเลย (ขณะนั้นยศ พ.ท. และ ร.อ.) เป็นผู้บังคับบัญชาของทหารร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ทางยุทธการกับ พล.1 รอ. ควบคุมเส้นทางคมนาคม ถนนราชปรารภถึงสี่แยกมักกะสัน ต้องปฏิบัติตามคำสั่งปฏิบัติการที่ 1/53-ศอฉ. อย่างเคร่งครัด การใช้อาวุธต้องทำเท่าที่จำเป็นไม่ประสงค์ต่อชีวิต แต่จำเลยทั้งสองกลับปล่อยให้ทหารใต้บังคับบัญชาใช้ปืนเล็กกลยิงใส่รถตู้ทะเบียน ฮค 8651 กรุงเทพมหานคร มีนายสมร ไหมทอง เป็นผู้ขับโดยเจตนาฆ่า เล็งเห็นผลว่าการใช้อาวุธปืนสงครามยิงจะทำให้ตายได้ เป็นเหตุให้นายพัน คำกอง อายุ 43 ปี สามีของโจทก์ ที่ยืนอยู่ใกล้เคียงบริเวณดังกล่าวถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่หน้าอกซ้ายใต้ราวนมเสียชีวิต ส่วนนายสมรบาดเจ็บสาหัส จากกระสุนปืนขนาด.223 หรือ 5.56 มิลลิเมตรที่ใช้ในราชการ

...

โจทก์ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่คดีล่าช้า จึงขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย ท้ายคำฟ้องได้แนบเอกสารทะเบียนสมรส รายงานการชันสูตรพลิกศพ และเอกสารอื่นๆ ศาลรับคำฟ้องไว้พร้อมนัดไต่สวนมูลฟ้องเวลา 13.30 น. วันที่ 4 พ.ย.62 ต่อไป

ภายหลังยื่นฟ้องนางหนูชิต คำกอง เผยว่าที่ผ่านมาการดำเนินคดีเรื่องการตายของสามีไม่มีความคืบหน้า แม้จะได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลมาแล้ว แต่รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย เมื่อต้องขาดเสาหลักของครอบครัว ต้องการได้รับความเป็นธรรมต่อการตายของสามีมากกว่านี้ ส่วนที่ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆไม่มีการดำเนินการ จึงยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อความเป็นธรรมต่อไป

นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความญาติผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมปี 2553 กล่าวว่า ต้องดูว่าหลังยื่นฟ้องคดีนี้ไปผลจะออกมาเป็นอย่างไร เมื่อศาลทำการไต่สวนมูลฟ้องแล้วจะมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีหรือไม่ จากนั้นถึงจะพิจารณายื่นฟ้องในคดีอื่นอีก ที่ผ่านมาศาลมีคำสั่งการไต่สวนการตายจากการสลายการชุมนุมว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ทหาร ทั้งคดี 6 ศพวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร คดีการตาย ของ ด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หรือ “น้องอีซา” อายุ 12 ปี และอีกหลายคดีที่เตรียมยื่นฟ้องต่อไป