ข่าว
100 year

ไทยปลดไซเตสสำเร็จ โลกชื่นชมให้หลุดพ้นการค้า “งาช้าง” ที่ผิดกฎหมาย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์24 ส.ค. 2562 05:05 น.
SHARE

ไม่มีการจับ ‘ลอตใหญ่’ ยกเป็นผู้นําในภูมิภาค

โลกชื่นชมไทย หลัง “ไซเตส” ประกาศให้หลุดพ้นจากการเกี่ยวข้องกับการค้างาช้างผิดกฎหมาย ชี้เป็นผลมาจากไม่มีคดีจับงาช้างลอตใหญ่อีกแล้ว รวมทั้งมีการบังคับใช้กฎหมายควบคุมดูแลที่เข้มงวด เผย พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับล่าสุด ได้เพิ่มบทลงโทษผู้กระทำผิดรุนแรงขึ้น ด้านเลขาฯไซเตส ระบุไทยมีบทบาทชัดเจนสมเป็นผู้นำระดับภูมิภาคในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและพืชพันธุ์

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังนำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมประชุม CITES CoP 18 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-28 ส.ค. ณ ศูนย์ประชุมพาเล็กโป นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผลจากการประชุมได้ตอกย้ำความสำเร็จของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาการค้างาช้างผิดกฎหมาย จากการพิจารณาในวาระการรายงานการวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบสารสนเทศการค้าช้าง (ETIS Report) ปรากฏว่า ประเทศไทยไม่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการค้างาช้างผิดกฎหมายอีกต่อไป ส่งผลให้ไทยหลุดพ้นจากประเทศที่ต้องพัฒนาและดำเนินการตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งชาติ ทั้งนี้ เป็นผลจากการไม่มีคดีค้างาช้างลอตใหญ่ รวมทั้งมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นและมีประสิทธิภาพ ถึงแม้จะยังมีตลาดงาช้างในประเทศ แต่ก็มีกฎหมายและมาตรการในการควบคุมดูแลอย่างรัดกุม

รายงานการวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบสารสนเทศการค้าช้าง (ETIS Report) เป็นการเสนอรายงานขององค์กร TRAFFIC ผู้จัดทำรายงานนี้ต่อไซเตส ได้แบ่งกลุ่มประเทศที่มีความน่ากังวลเกี่ยวกับการค้างาช้างออกเป็น 3 กลุ่ม ใช้ข้อมูลในปี พ.ศ.2558-2560 กลุ่ม A เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการค้างาช้างผิดกฎหมายมากที่สุด คือ มาเลเซีย โมซัมบิก ไนจีเรีย และเวียดนาม กลุ่ม B เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการค้างาช้างผิดกฎหมายอย่างชัดเจน มี เคนยา แทนซาเนีย ยูกันดา จีน และฮ่องกง กลุ่ม C เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการค้างาช้างผิดกฎหมาย ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC Congo) สาธารณรัฐคองโก (Congo) แอฟริกาใต้ แคเมอรูน กาบอง ซิมบับเว แองโกลา สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เอธิโอเปีย เขมร สิงคโปร์ ลาว ตุรกี และบุรันดี

ในการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ นายธัญญาและคณะ ยังได้เข้าเยี่ยมคารวะนางอิวอนน์ ฮิเกโร เลขาธิการไซเตส เพื่อหารือการดำเนินการตามอนุสัญญาไซเตสของประเทศไทย หลังจากที่ไทยได้ปรับปรุงกฎหมายระดับชาติ คือ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ฉบับล่าสุด และจะมีผลบังคับใช้ในเดือน พ.ย.62 ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกอนุบัญญัติเพื่อกำหนดรายละเอียดแนวทางปฏิบัติต่อไป เชื่อว่ากฎหมายใหม่จะช่วยให้การปฏิบัติตามอนุสัญญาไซเตส มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เนื่องจากมีการกำหนดชนิดพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองที่สอดคล้องกับอนุสัญญาไซเตส และบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น เพื่อช่วยควบคุม ป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมเกี่ยวกับสัตว์ป่าได้ดียิ่งขึ้น

นางอิวอนน์ ฮิเกโร เลขาธิการไซเตส ได้แสดงความชื่นชมประเทศไทยที่ได้ดำเนินมาตรการหลายอย่างในการปฏิบัติตามอนุสัญญาไซเตส และมีผลการดำเนินการที่ดี ส่งผลให้ไทยสามารถเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคในการดำเนินการดังกล่าว เพราะหลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จเป็นเรื่องที่ยาก และใช้เวลาในการดำเนินการ ทั้งเรื่องการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการงาช้าง จนกระทั่งไทยสามารถออกจากกระบวนการจัดทำแผนปฏิบัติการงาช้าง และแสดงให้เห็นว่าเป็นประเทศไม่เกี่ยวข้องกับการค้างาช้างที่ผิดกฎหมาย หรือการแก้ไขกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า รวมทั้งการจัดประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษ เรื่อง การป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎหมาย ส่งผลให้ไทยมีบทบาทอย่างชัดเจนในการเป็นผู้นำในภูมิภาค เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประเทศอื่น และขอให้ไทยดำรงบทบาทการเป็นผู้นำในภูมิภาค และช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของอนุสัญญาไซเตสต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไซเตสงาช้างค้างาช้างผิดกฎหมายพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าสวิตเซอร์แลนด์ข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้