ข่าว
100 year

คณะองคมนตรีติดตามแก้ภัยแล้ง ประชุม "มท.-เกษตร"

ไทยรัฐฉบับพิมพ์21 ส.ค. 2562 05:32 น.
SHARE

นำพระกระแสรับสั่ง ดูแลประชาชนเดือดร้อน เฉลิมชัยวางแผนนํ้า

คณะองคมนตรีติดตามสถานการณ์ภัยแล้งใกล้ชิด ขอให้ทุกภาคส่วนน้อมนำพระราชกระแสรับสั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมน้อมนำแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้แก้ปัญหารอบด้าน มท.1 ย้ำบูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งทุกภาคส่วนครอบคลุมทุกมิติ มุ่งดูแลน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคเป็นหลัก พร้อมกำชับสร้างความรับรู้ให้ประชาชนถึงข้อมูลสถานการณ์น้ำ รมว.เกษตรฯวางมาตรการช่วยเกษตรกรผู้ประสบภัย ขณะที่จังหวัดภาคอีสานยังไม่พ้นวิกฤติภัยแล้ง กรมทรัพยากรธรณีแจ้งเตือน 5 จังหวัดภาคเหนือระวังดินถล่มน้ำป่าไหลหลากช่วง 20-22 ส.ค. ฝนถล่มหนัก

คณะองคมนตรีติดตามการแก้ปัญหาสถานการณ์ภัยแล้งที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 ส.ค. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เป็นประธานการประชุมเตรียมการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม นายนิพนธ์ บุญญามณี และนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยัง 76 จังหวัด ในการนี้ คณะองคมนตรี ได้แก่ นายพลากร สุวรรณรัฐ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา นายจรัลธาดา กรรณสูต พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ พล.ร.อ.พงษ์เทพ หนูเทพ นายอำพน กิตติอำพน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท และ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ร่วมติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

ทั้งนี้ คณะองคมนตรีขอให้ทุกภาคส่วนน้อมนำพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ให้สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว และน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกา ธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับแต่ละสภาพพื้นที่ มุ่งเน้นการวางแผนเผชิญเหตุและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างรอบด้าน โดยให้ความสำคัญ กับการจัดสรรน้ำอุปโภคบริโภคถึงระดับครัวเรือน การเชื่อมโยงการบริหารการจัดน้ำในแต่ละลุ่มน้ำ การดูแลแหล่งกักเก็บน้ำในระดับหมู่บ้าน ทั้งการขุดลอกคูคลองและสระน้ำ การกำจัดวัชพืชและโคลนตมในคลองส่งน้ำ การจัดหาภาชนะกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ประจำครัวเรือน อีกทั้งประสานจัดทำฝนหลวงเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด

นายพลากรกล่าวว่า ขอบคุณที่เชิญมาสังเกตการณ์การประชุม จะได้มาฟังข้อมูลการพยากรณ์ การเตรียมการและวิเคราะห์สถานการณ์ที่จะช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยพิบัติแห่งชาติเรื่องของภัยแล้งในฤดูแล้งที่จะถึงนี้ ตั้งแต่เดือน พ.ย.62 ถึง เม.ย.63 ตนภาวนาให้การคาดการณ์ การพยากรณ์ผิดพลาด หมายความว่าเราจะไม่ต้องประสบภัยแล้งมากนัก แต่หากการพยากรณ์ถูกต้อง หมายถึงพี่น้องประชาชนพสกนิกรขององค์พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ดังนั้น หวังว่าการประชุมวันนี้จะมีประโยชน์ ให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันจัดทำแผนเพื่อบรรเทาความเสียหาย บรรเทาความทุกข์ร้อนของประชาชนทั่วประเทศ

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า บกปภ.ช.ได้บูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งผ่านกลไกการปฏิบัติงานทุกภาคส่วนครอบคลุมทุกมิติ โดยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยระยะเร่งด่วนได้เน้นย้ำให้จัดหาน้ำจากทุกแหล่งรองรับการใช้น้ำ ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยผันน้ำดิบเข้าสู่ระบบการผลิตน้ำประปา ขุดลอกแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ขุดเจาะและเป่าล้างบ่อบาดาล ควบคู่กับการจัดสรรน้ำสนับสนุนทุกพื้นที่เสี่ยงภัย มุ่งดูแลด้านน้ำอุปโภคบริโภคเป็นหลัก โดยจัดรถบรรทุกน้ำนำน้ำไปเติมยังถังน้ำกลางประจำหมู่บ้านและจุดแจกจ่ายน้ำตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง กรณีเกิดความเสียหายด้านการเกษตร ประมง และปศุสัตว์ในพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้จำแนกความเสียหายตามประเภทและช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลังโดยด่วน ที่สำคัญได้กำชับให้สร้างการรับรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะข้อมูลสถานการณ์น้ำ แผนการจัดสรรน้ำ มาตรการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ รวมถึงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้น้ำ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการแย่งน้ำ นอกจากนี้ยังวางแผนการบริหารจัดการน้ำไว้ล่วงหน้า เน้นการกักเก็บน้ำจากปริมาณฝนในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า เพื่อสำรองน้ำให้เพียงพอต่อการใช้น้ำในปี 2563

นายเฉลิมชัยเผยว่า กระทรวงเกษตรฯให้ความสำคัญกับการจัดสรรน้ำอุปโภคบริโภคถึงระดับครัวเรือน การเชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำในแต่ละลุ่มน้ำ การดูแลแหล่งกักเก็บน้ำระดับหมู่บ้าน ทั้งการขุดลอกคูคลองและสระน้ำ กำจัดวัชพืชและโคลนตมในคลองส่งน้ำ การจัดหาภาชนะกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ประจำครัวเรือน รวมถึงการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน มีมาตรการวางแผนการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 62/63 กรณีสถานการณ์น้ำน้อยที่สุด ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนตามลำดับความสำคัญของกิจกรรมการใช้น้ำ ได้แก่ การจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคฤดูแล้ง การจัดสรรน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศฤดูแล้ง การสำรองน้ำไว้ใช้ช่วงฤดูฝนเพื่ออุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเดือน พ.ค. ถึง ก.ค.การจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม

รมว.เกษตรฯกล่าวเพิ่มเติมว่า มีกรอบมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งปี 62/63 ได้แก่ การจ้างแรงงานชลประทาน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ เช่น การปลูกข้าวโดยวิธีเปียกสลับแห้ง สร้างการรับรู้ผ่านสื่อ แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำ แนวทางการบริหารจัดการน้ำ การช่วยเหลือ การนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักคิดในการส่งเสริมการปลูกพืชน้ำน้อย และการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน เช่น ปฏิบัติการฝนหลวงและสนับสนุนรถบรรทุกน้ำ

ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งหลายจังหวัดภาคอีสานยังไม่พ้นวิกฤติ โดยเฉพาะ จ.กาฬสินธุ์ ทั้ง 18 อำเภอยังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำตามลำน้ำสายหลักเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะลำน้ำพาน พื้นที่ ต.ลำพาน อ.เมืองกาฬสินธุ์ ระดับลดลงจนตื้นเขินอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเขื่อนลำปาวได้ปรับลดการระบายน้ำลงสู่ลำน้ำสายหลักเหลือวันละ 0.10 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรักษาระบบนิเวศและใช้ในการผลิตน้ำประปาเท่านั้น ส่วนการเกษตรต้องชะลอไปก่อน อีกทั้งฝนที่ตกลงมายังน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ สอบถามชาวบ้านบอกว่า ปีนี้ระดับน้ำพานลดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากสภาพความแห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วง อีกทั้งก่อนหน้านี้ชาวบ้านยังได้สูบน้ำทำนาเป็นจำนวนมาก ทำให้ระดับน้ำตื้นเขินเหลือไม่ถึง 1 เมตร ชาวบ้านหวั่นเกรงว่าน้ำอาจไม่เพียงพอในการผลิตน้ำประปา เกษตรกรชาวนาต้องต่อท่อขนาดยาวลงไปสูบน้ำ บางคนไม่มีเงินทุนต้องปล่อยให้ต้นข้าวยืนต้นตายทั้งหมด จึงอยากให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อน

ที่ห้องประชุมสำนักงานชลประทานที่ 6 จ.ขอนแก่น นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 6 ประชุมร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค ภาคธุรกิจเอกชน และภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคอีสานตอนกลาง เพื่อรับทราบสถานการณ์น้ำและวางมาตรการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคไปจนถึงช่วงฤดูแล้งปี 2563 นายศักดิ์ศิริกล่าวว่า ช่วงเดือน มิ.ย.ถึงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ภาคอีสานมีปริมาณฝนตกลงมาน้อยกว่าค่าปกติถึง 30-40% ส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และแหล่งน้ำธรรมชาติไม่มากนัก น้ำในอ่างมีปริมาณกักเก็บต่ำกว่า 30% อาจจะไม่เพียงพอสำหรับใช้ในฤดูแล้งปี 62/63 จากการรายงานพบว่า อ่างเก็บน้ำขนาด กลางทั้ง 69 แห่งมีน้ำดิบเพียงพอจะผลิตน้ำประปาได้ตลอดฤดูแล้งปี 62/63 แต่มีเพียง 7 อ่าง ที่มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง อยู่ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ 1 แห่ง จ.มหาสารคาม 2 แห่ง จ.กาฬสินธุ์ 3 แห่ง และ จ.ร้อยเอ็ด 1 แห่ง สำนักงานชลประทานที่ 6 วางมาตรการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาโดยการเติมน้ำเข้าอ่างจากแหล่งน้ำใกล้เคียง การบูรณาการกับส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รวมถึงการประปาส่วนภูมิภาคมีแผนในการเจาะบ่อบาดาลช่วยเหลือน้ำอุปโภคบริโภคในพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนด้วย

ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจ้งว่า ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยของกรมทรัพยากรธรณีและประชาชนทั่วไปในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ตาก เชียงใหม่ น่าน และอุตรดิตถ์ เฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากระหว่างวันที่ 20-22 ส.ค. โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันทำให้มีฝนตกต่อเนื่อง วัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 100 มิลลิเมตร และเกิดดินไหลขึ้นในบางพื้นที่แล้ว อาจทำให้เกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากได้

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออก สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง อนึ่งในช่วงวันที่ 20-23 ส.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ราบเชิงเขาในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คณะองคมนตรีภัยแล้งอนุพงษ์ เผ่าจินดาแก้ปัญหาภัยแล้งวางแผนน้ำเฉลิมชัย ศรีอ่อนข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้