ข่าว
100 year

ศาลทุจริตฯ ยกฟ้อง “ถวิล พึ่งมา”

ไทยรัฐฉบับพิมพ์20 ส.ค. 2562 05:05 น.
SHARE

ศาลอาญาคดีทุจริตฯพิพากษายกฟ้อง “ถวิล พึ่งมา” อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. พร้อมพวกในคดีโกงเงินของสถาบันฯ เกือบ 700 ล้านบาท ส่วน “ทรงกลด ศรีประสงค์” อดีต ผจก.ธ.ไทยพาณิชย์ฯ สาขาบิ๊กซีสุวินทวงศ์ และ “กิตติศักดิ์ มัทธุจัด” ไม่รอด โดนจำคุกอ่วม 95 ปีและ 55 ปี พร้อมให้ใช้เงินคืน ธ.ไทยพาณิชย์ โจทก์ร่วม หลายร้อยล้านบาท ตามสัดส่วนที่ทำผิด

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ส.ค. ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ 1 เป็นโจทก์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. เป็นโจทก์ร่วมที่ 1 ธ.ไทยพาณิชย์ฯ เป็นโจทก์ร่วมที่ 2 ธ.กรุงศรีอยุธยาฯ โจทก์ร่วมที่ 3 ยื่นฟ้องนายถวิล พึ่งมา อายุ 65 ปี อดีตอธิการบดี สจล. เป็นจำเลยที่ 1 น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อายุ 60 ปี อดีต ผอ.ส่วนการคลัง สจล. มีหน้าที่เบิกจ่ายเงินของสถาบัน เป็นจำเลยที่ 2 นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อายุ 55 ปี ผช.อธิการบดี สจล. ดูแลบริหารงานคลัง สจล. เป็นจำเลยที่ 3 นายทรงกลด ศรีประสงค์ อายุ 44 ปี อดีต ผจก.ธ.ไทยพาณิชย์ฯ สาขาบิ๊กซีสุวินทวงศ์ เป็นจำเลยที่ 4 นายคงฤทธิ์ สิงห์นุโคตร อายุ 53 ปี อดีต ผจก.ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 3 เอ็ม เป็นจำเลยที่ 5 นายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด เป็นจำเลยที่ 6 นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ อายุ 31 ปี เป็นจำเลยที่ 7 และนายจริวัฒน์ สหพรอุดมการ อายุ 36 ปี เป็นจำเลยที่ 8 โดยจำเลยที่ 6-8 ไม่มีหน้าที่ใน สจล. จำเลยทั้งหมดร่วมกันกระทำความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง ร่วมกระทำผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิ์ปลอม เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐและเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดพนักงานองค์กรของรัฐ พ.ศ.2502 ม.4 ม.8 ม.11 ขอให้ชดใช้เงิน 688,578,411 บาท กับ สจล.โจทก์ร่วมที่ 1 ธ.ไทยพาณิชย์ฯ โจทก์ร่วมที่ 2 และให้ชดใช้เงิน 20 ล้านบาท กับ ธ.กรุงศรีอยุธยาฯ โจทก์ร่วมที่ 3

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 19 ก.ย.52-8 เม.ย.57 จำเลยร่วมกันลักเงิน สจล.ที่อยู่ในบัญชีเงินฝากกับ ธ.ไทยพาณิชย์ สาขา สจล. 5 บัญชี สาขาสุวรรณภูมิ 3 เอ็ม และ ธ.กรุงศรีอยุธยา สาขา สจล. รวมทั้งหมด 7 บัญชี ไปให้ สจล.อนุมัติการจ่ายเงินด้วยการทำบันทึกเสนอขอเบิกเงินจากสถาบันฯ อ้างว่าจะฝากประจำเพื่อให้ได้ดอกเบี้ยสูงขึ้น มีการเบิกเงินจากบัญชีทั้งได้รับและไม่ได้รับอนุมัติจาก สจล. รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 708,578,411 บาท จำเลยที่ 1, 3-8 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพว่ามีข้อเท็จจริงเกิดขึ้น คดีนี้มีเพียงนายถวิลจำเลยที่ 1 และนายคงฤทธิ์ที่ได้รับการประกันตัว ส่วนจำเลยที่เหลือถูกเบิกตัวจากเรือนจำมาฟังคำพิพากษา

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1-3 เป็นเจ้าพนักงานตาม ป.อาญา หรือเป็นพนักงานตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 หรือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 หรือไม่เห็นว่า สจล.มีสถานะเป็นนิติบุคคลที่ไม่เป็นส่วนราชการ ส่วนที่กฎหมายบัญญัติให้ สจล.มีสถานะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ เป็นเพียงการให้อำนาจหน้าที่รัฐมนตรีกำกับดูแลกิจการทั่วไปของ สจล.ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาเท่านั้น รัฐไม่สามารถเข้าไปควบคุมบริหารจัดการเองได้ จำเลยที่ 1-3 จึงมิได้เป็นเจ้าพนักงานตาม ป.อาญาหรือเป็นพนักงานตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 การกระทำของจำเลยที่ 1-3 จึงไม่ครบองค์ประกอบ เมื่อจำเลยที่ 1-3 มิใช่เจ้าพนักงาน จำเลยที่ 4-8 ไม่อาจเป็นผู้สนับสนุนกระทำความผิดของจำเลยที่ 1-3 ตามฟ้องได้

ปัญหาวินิจฉัยประการสุดท้ายว่า จำเลยทั้ง 8 กระทำความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปที่เป็นของนายจ้าง ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมตาม ม.335, 265, 268 ในการเบิกเงินจากบัญชี สจล.มาเพื่อประโยชน์ของตัวเองและผู้อื่นรวม 7 บัญชี ระหว่างปี 54-57 หรือไม่ เห็นว่าจากการพิจารณาคดีเชื่อว่าการทุจริตของพนักงานของธนาคารไทยพาณิชย์โจทก์ร่วมที่ 2 โดยจำเลยที่ 4 มีส่วนรู้เห็นในการทุจริตทำหลักฐานปลอม โดยไม่พบว่าจำเลยที่ 1-3 ทราบหรือรู้เห็นการเปิดบัญชีที่ผิดเงื่อนไขและใช้เอกสารประกอบการเปิดบัญชีไม่ถูกต้อง

สำหรับนายกิตติศักดิ์ จำเลยที่ 6 เป็นผู้รับโอนเงินที่จำเลยที่ 4 โอนเข้าบัญชีอ้างว่าเป็นการกู้ยืมเงินกันและเป็นผู้แจ้งให้จำเลยที่ 4 โอนเงินเข้าบัญชีของจำเลยที่ 6-8 โดยทำสัญญากู้ยืมเงินกันไว้ แต่สัญญากู้ยืมเงินที่จำเลยที่ 6 ทำกับจำเลยที่ 4 ฉบับแรก ระบุลงวันที่ 20 พ.ย.55 อันห่างจากช่วงเวลาจำเลยที่ 4 โอนเงินเข้าบัญชีของจำเลยที่ 6 เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 55 และอีกหลายครั้ง รวมเป็นเงิน 267,883,289.67 บาท โดยไม่ปรากฏหลักฐานการกู้ยืมเงินเลย ทั้งเงินที่โอนกันในช่วงนั้นมีจำนวนมากกว่าที่ระบุในสัญญากู้ยืมเงินที่ระบุทำเมื่อเดือน พ.ย.55 และเดือน ธ.ค.55 รวมเป็นเงินเพียง 143,000,000 เท่านั้น การทำสัญญากู้ยืมเงินไม่น่าเชื่อว่าต้องการให้มีผลผูกพันกันจริง แต่เป็นการทำขึ้นในภายหลังเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการสู้คดี ส่วนจำเลยอื่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด พิพากษานายทรงกลด จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ที่เป็นของนายจ้าง และปลอมกับใช้เอกสารสิทธิปลอมรวม 19 กระทง จำคุก 95 ปี และให้จำคุกนายกิตติศักดิ์ จำเลยที่ 6 ฐานร่วมกันลักทรัพย์ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป รวม 11 กระทง จำคุก 55 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุกจำเลยที่ 4 และที่ 6 สูงสุดตามกฎหมาย คนละ 20 ปี ส่วนค่าเสียหายทางแพ่งให้จำเลยที่4 ชดใช้เงินคืน ธ.ไทยพาณิชย์ 688,578,411 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้จำเลยที่ 6 ร่วมกับจำเลยที่ 4 ชดใช้เงิน 563,386,411.44 บาท จากยอดเงินที่ต้องชดใช้คืน ธ.ไทยพาณิชย์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี และให้จำเลยที่ 4 และ 6 ร่วมกันชดใช้เงินคืนแก่โจทก์ร่วมที่ 3 อีก 20 ล้านบาท ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1, 2, 3, 5, 7, 8

มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.61 ศาลจังหวัดมีนบุรี (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นศาลอาญามีนบุรี) มีคำพิพากษาคดีโกงเงิน สจล.สำนวนแรก จำเลย 7 คน ศาลจังหวัดมีนบุรีพิพากษาจำคุก น.ส.อัมพร น้อยสัมฤทธิ์ 50 ปี จำคุกนายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ 24 ปี 9 เดือน จำคุกนายทรงกลด ศรี–ประสงค์ 50 ปี จำคุกนายกิตติศักดิ์ มัทธุจัด 20 ปี จำคุกนายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ 9 ปี จำคุกนายจริวัฒน์ สหพรอุดมการ 9 ปี ให้ชดใช้เงินกับ สจล. และธ.ไทยพาณิชย์ ผู้เสียหาย ตามสัดส่วนการกระทำผิด รวมทั้งยกฟ้องนายถวิล พึ่งมา คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาลอุทธรณ์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ถวิล พึ่งมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางยกฟ้องโกงเงินสจล.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้