"เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้า" เตรียมบุก "ภูมิใจไทย" ยื่นผลวิจัยจากต่างประเทศ พร้อม 4 หมื่นรายชื่อ คนหนุนบุหรี่ไฟฟ้า หาก รมว.สธ.ไม่ปลดล็อกแบนบุหรี่ไฟฟ้า สวนย้อนแย้งนโยบาย ภท.ที่หนุนนวัตกรรมใหม่ แม้กระทั่ง "กัญชา"

เมื่อวันที่ 18 ส.ค.62 นายอาสา ศาลิคุปต ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า "ลาขาดควันยาสูบ" หรือ "ECST" และแอดมินเฟซบุ๊ก "บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร" กล่าวถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นสินค้าผิดกฎหมาย และไม่คิดยกเลิกการแบน เพราะบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เกิดการเสพติดและมีพิษภัยว่า พวกเราผิดหวังมากกับสิ่งที่ รมว.สาธารณสุข และพรรคภูมิใจไทยเคยให้สัญญาไว้กับสังคมมีความย้อนแย้งกัน ก่อนหน้านี้พรรคเคยมีนโยบายที่ทันสมัยมีความก้าวหน้า ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและผลการวิจัยใหม่ๆ เช่น ปลดล็อกกัญชาเพื่อการรักษาโรคได้ หรือประกาศจะทำให้แกร็บแท็กซี่ถูกกฎหมาย แต่กลับไม่สนใจเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้า ที่อาจจะช่วยแก้ปัญหาอันตรายจากการสูบบุหรี่ของคนไทยได้ ทั้งที่มีผลการยืนยันจากต่างประเทศที่ระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน แต่กระทรวงสาธารณสุขไม่นำมาพิจารณา

"เสียดายแทนผู้สูบบุหรี่กว่า 10 ล้านคน และผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าอีกกว่า 4 แสนคนทั่วประเทศ ที่เคยคาดหวังว่า จะได้เห็นนโยบายสาธารณสุขใหม่ๆ จากพรรคภูมิใจไทย ที่จะมาช่วยชีวิตพวกเราได้" นายอาสา กล่าว

นายอาสา กล่าวต่อว่า เครือข่ายฯขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีความปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน เนื่องจากละอองไอจากบุหรี่ไฟฟ้า มีปริมาณสารพิษน้อยกว่าควันจากบุหรี่ เพราะไม่มีการเผาไหม้ รัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุขหลายๆประเทศ เช่น อังกฤษ สหภาพยุโรป นิวซีแลนด์ จึงสนับสนุนให้ผู้สูบบุหรี่มีทางเลือกในการใช้บุหรี่ไฟฟ้า เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ หรือเพื่อช่วยในการเลิกบุหรี่ พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันเยาวชนและผู้ไม่สูบบุหรี่ ไม่ให้เกิดการเริ่มใช้บุหรี่หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับยาสูบทุกประเภท แต่สำหรับประเทศไทย บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมายที่ห้ามนำเข้าและจำหน่าย แต่มีผู้ใช้ที่ต้องลักลอบซื้อขายอย่างผิดกฎหมายเกือบ 4 แสนคน คิดเป็นมูลค่าใต้ดินกว่า 6,000 ล้านบาท สร้างปัญหาให้นักท่องเที่ยวโดนจับ ปรับ และรีดไถ แถมยังไม่สามารถป้องกันเด็กเยาวชนได้จริง เพราะสามารถซื้อขายโดยปราศจากการตรวจสอบและควบคุม

ด้าน นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าวเสริมว่า เราขอร้องให้ รมว.สาธารณสุข ตั้งคณะทำงานมาศึกษาและรับฟังความเห็นของประชาชนในเรื่องนี้ ให้รอบคอบก่อนสรุปแผนการดำเนินงานของ สสส.เพื่อควบคุมยาสูบและส่งเสริมสุขภาพปีนี้ ได้รับอนุมัติงบประมาณ 3,800 ล้านบาท แต่ก็เห็นรณรงค์แบบนี้กันมาหลายทศวรรษแล้ว จำนวนผู้สูบบุหรี่ในบ้านเราไม่ได้ลดลงเท่าไร ในขณะที่กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษหรือนิวซีแลนด์ ประกาศเป็นประเทศปลอดบุหรี่ โดยสนับสนุนให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกสำหรับผู้สูบ ทำให้จำนวนผู้สูบบุหรี่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้มีแค่ 30 กว่าประเทศ ที่ห้ามบุหรี่ไฟฟ้า และส่วนใหญ่ก็เป็นประเทศในกลุ่มล้าหลัง

"พวกเราเชื่อว่าท่าน รมว.สาธารณสุข คนใหม่ อาจจะยังไม่ได้รับทราบข้อมูล พวกเราและสมาชิกเครือข่ายฯพร้อมจะสู้ถึงที่สุด เพื่อสิทธิในการปกป้องสุขภาพของตัวเอง และคนรอบข้างจากอันตรายของบุหรี่ โดยจะนำเอารายชื่อผู้สนับสนุนให้มีการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกกฎหมาย กว่า 4 หมื่นรายชื่อ พร้อมผลการวิจัยและแนวทางที่ต่างประเทศควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าไปนำเสนอ เพื่อเป็นข้อมูลให้พรรคภูมิใจไทยว่า จะฟังเสียงความเดือดร้อน และความต้องการของประชาชนหรือไม่" นายมาริษ กล่าว