ข่าว
100 year

"เศรษฐกิจไม่ดี ถูกเจ้าหนี้เอาเปรียบ" ขูดรีดดอกเบี้ย ข่มขู่ทำร้าย

ไทยรัฐออนไลน์13 ส.ค. 2562 13:49 น.
SHARE

จากปากคนส่วนใหญ่ของประเทศพากันบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า เศรษฐกิจแย่ ทำมาค้าขายอะไรก็ลำบากไปหมด หลายครอบครัวต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เป็นที่มาของภาระต่างๆ นานา ที่ต้องเจียดเงินรายได้ไปจ่ายคืนเขาในแต่ละเดือน ที่สำคัญไปกว่า ทั้งหมดนี้กลายเป็นที่มาของการเอารัดเอาเปรียบลูกหนี้ เพราะเจ้าหนี้บางคน ไม่เที่ยงตรง หาช่องทางกอบโกยผลประโยชน์เข้าตัว เพราะต้องการที่จะได้มากกว่า "ที่ควรจะได้" เหตุนี้เอง ปัญหาต่างๆ จึงเกิดกับลูกหนี้ตาดำๆ ที่ต้องพากันชดใช้หนี้ระยะยาวทบต้นทบดอก 

ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ พูดคุยถึงปัญหาดังกล่าวกับ "ทนายเชาว์ มีขวด" อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงผลกระทบมหาศาลที่ตามมา มันเกิดขึ้นเพราะสาเหตุอะไร และสามารถแก้ปัญหาอย่างไรได้บ้าง ลูกหนี้ทุกคนสามารถศึกษาข้อมูลไปพร้อมๆ กัน 

เจ้าหนี้เงินกู้ให้ลูกหนี้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมไว้ลอยๆ

"เพราะเศรษฐกิจไม่ดี" ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนกำลังส่งผลกระทบทุกหย่อมหญ้า ยิ่งพี่น้องที่หาเช้ากินค่ำต้องดิ้นรนช่วยตัวเองไปวันๆ ช่วงนี้จึงมีคนมาขอคำปรึกษาเรื่องสัญญากู้ยืมเงินกันมากเป็นพิเศษ ปัญหาที่พบบ่อยมากเช่น เจ้าหนี้เงินกู้ให้ลูกหนี้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมไว้ลอยๆ ไม่ได้กรอก จำนวนเงิน ดอกเบี้ย วันที่กู้หรือวันที่ครบกำหนดชำระให้ครบถ้วน แต่เวลาฟ้องคดีจะกรอกตัวเลขเอาตามอำเภอใจ

เช่น กู้ยืมเงินกัน 50,000 บาท แต่กรอกตัวเลขเป็น 100,000 บาท หรือกรณีนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบเรียกเก็บดอกเบี้ยรายวันมหาโหดร้อยละ 10-20-30 และใช้วิธีการทวงหนี้คุกคามชีวิตทรัพย์สิน ข่มขู่ ทำร้ายร่างกายเหล่านี้ เป็นต้น สารพัดวิธีกลโกงของเจ้าหนี้เงินกู้ที่กล่าวมาล้วนแต่เป็นวิธีที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น

วิธีแก้ปัญหา ซึ่งมีคำพิพากษาฎีกาวางแนวไว้อย่างชัดเจน

กรณีผู้กู้ลงชื่อในสัญญากู้ หรือหลักฐานการกู้ที่ยังไม่ได้กรอกข้อความ เรื่องนี้มีคำพิพากษาฎีกาวางแนวไว้อย่างชัดเจนว่าเจ้าหนี้ต้องกรอกข้อความตามความเป็นจริงเท่านั้น หากกรอกข้อความไม่ตรงตามความเป็นจริง เช่น จำนวนเงินกู้หรือวันทำการกู้ให้ผิดไปจากความจริงเพื่อหวังจะได้ดอกเบี้ยมากขึ้นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ หรือมีการชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยบางส่วนไปแล้วแต่กลับบอกว่าไม่เคยชำระหนี้เลย ย่อมถือได้ว่าเจ้าหนี้กระทำการโดยไม่สุจริต

หากข้อเท็จจริงเช่นนี้ปรากฏต่อศาลต้องยกฟ้อง เพราะเอกสารหลักฐานสัญญาเงินกู้ที่เจ้าหนี้นำมาเสนอต่อศาลเป็นเอกสารปลอมไม่สามารถนำมาอ้างเป็นพยานหลักฐานในคดีได้ นอกจากนี้ลูกหนี้ยังมีสิทธิฟ้องเจ้าหนี้ในข้อหาปลอมเอกสารสิทธิและฐานใช้เอกสารสิทธิปลอม และหากมีการเบิกความต่อศาลยังเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จหรือนำสืบพยานหลักฐานอันเป็นเท็จอีกด้วย

เรียกดอกเบี้ยโหด ข่มขู่ทวงหนี้ ทำร้ายร่างกาย

ส่วนกรณีแก๊งนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบเรียกดอกเบี้ยโหดแถมทวงหนี้ข่มขู่ทำร้ายร่างกายดังที่กล่าวข้างต้น นอกจากจะเป็นความผิดทั้งแพ่งและอาญาแล้ว ทั้งสองกรณียังเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ที่บัญญัติห้ามมิให้บุคคลใดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงิน 1. เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ 2. กำหนดข้อความอันเป็นเท็จในเรื่องจำนวนเงินกู้ หรือเรื่องอื่น ๆ ไว้ในหลักฐานการกู้ยืมหรือตราสารที่เปลี่ยนมือได้เพื่อปิดบังการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด

3. กำหนดจะเอาหรือรับเอาซึ่งประโยชน์อย่างอื่นนอกจากดอกเบี้ย ไม่ว่าจะเป็นเงิน หรือสิ่งของหรือโดยวิธีการใดๆ จนเห็นได้ชัดว่าประโยชน์ที่ได้รับนั้นมากเกินส่วนอันสมควรตามเงื่อนไขแห่งการกู้ยืมเงิน

หากเจ้าหนี้กระทำการดังกล่าวเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังมีคำพิพากษาฎีกาล่าสุดได้วางแนวใหม่ในเรื่องดอกเบี้ยที่เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับดอกเบี้ยเป็นโมฆะทั้งสิ้น เหมือนกับไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับดอกเบี้ย หมายความว่าหากลูกหนี้กู้ยืมเงินจากนายทุนเงินกู้นอกระบบและคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เงินที่ลูกหนี้ชำระไปแล้วทั้งหมด สามารถนำไปหักจากต้นเงินที่กู้ยืมได้ด้วย

ทนายเชาว์ มีขวด ทิ้งท้ายไว้ว่า "อธิบายมาพอให้เข้าใจเป็นเบื้องต้นใครที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่กล่าวมาก็นำไปเป็นความรู้จะได้มีช่องทางในการต่อสู้ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือยอมให้กับความไม่ถูกต้องชอบธรรม"

เฟซบุ๊ก Chao Meekhuad

เกร็ดความรู้ทางกฎหมายกับทนายเชาว์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เชาว์ มีขวดหนี้นอกระบบเจ้าหนี้เอาเปรียบทนายเชาว์ข่าวร้อนข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้