ข่าว
100 year

เผยขบวนการโจรใต้ คนหน้าขาว รับงานบึมกทม.

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ส.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

 

คัดพวกประวัติสะอาด กระจายจุด-ตามแผน แต่มีกลุ่มบงการเดิม จ่อออกหมายจับเพิ่ม

บิ๊กปั๊ดแย้มเร็วๆนี้น่าจะมีข่าวดี หลังเรียกประชุมชุดสืบสวนคดีบึมป่วนกรุง สั่งพนักงาน สอบสวน 3 ท้องที่เกิดเหตุทยอยขอศาลออกหมายจับตามภาพกล้องวงจรปิด ด้านญาติลูไอ-วิลดัน 2 มือบึม สตช.แห่เยี่ยม หลังถูกนำไปสอบสวนที่ศูนย์ซักถาม จ.ยะลา โดยแนวทางสืบสวนพบช่วงปลายเดือน ก.ค. คนร้ายแต่ละทีมแยกย้ายกันเข้ามาดูเป้าหมาย เน้นรอบบริเวณสถานที่ประชุม รมต.อาเซียน ส่วนวันเกิดเหตุ ทีมบึม สตช.แวะรับระเบิดที่ห้างดังใกล้จตุจักร ใช้พวกหน้าขาวไม่มีประวัติ ด้านบิ๊กตู่ป้องบิ๊กแดง โพล่งฟันธงเกี่ยวข้องกับเหตุปี 49 เป็นแค่การเปรียบเทียบเหตุในอดีตที่คล้ายคลึงกัน

จากเหตุกลุ่มวัยรุ่นแนวร่วมโจรใต้ยกทีมขึ้นมาวางระเบิดป่วนกรุงเทพมหานครหลายจุด แยกย้ายกันวางระเบิดแสวงเครื่อง เริ่มตั้งแต่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร้านขายเสื้อผ้าย่านประตูน้ำ ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ และหน้าสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 4 คน ตำรวจตามลากคอนายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี 2 หนุ่มชาวนราธิวาส ผู้ต้องสงสัยที่ลงมือซุกระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทันควันที่ จ.ชุมพร หลังลงมือเสร็จนั่งรถทัวร์กำลังจะกลับถิ่น ก่อนถูกคุมตัวกลับไปสอบสวนยัง บช.ภ.9 ขยายผล โฆษก ตร.เผย ผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ทั้ง 2 คนให้การเป็นประโยชน์ สามารถขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการได้ ขณะที่ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข หัวหน้าชุดสืบสวน ประสาน ผบช.ภ.9 ส่งทีมสืบสวนตามความเคลื่อนไหว กลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยที่เดินทางกลับเข้าพื้นที่แล้วกว่า 10 คน ส่วน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.เร่งพนักงานสอบสวนสอบพยานสเกตช์ภาพ ระบุรูปพรรณสัณฐานคนร้ายอย่างละเอียด รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด ขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องสงสัยทั้งหมดให้ได้ภายใน 7 วัน

บิ๊กปั๊ดเรียกประชุมทีมคลี่คลาย

ความคืบหน้าในการคลี่คลายคดีระเบิดป่วนกรุงหลายจุด โดยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 ส.ค. ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน เป็นประธานประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีเหตุระเบิดทั่วกรุง มี พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.เสนิต สําราญสํารวจกิจ ผบก.น.1 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพนักงานสอบสวนในท้องที่ที่เกิดเหตุระเบิดในพื้นที่นครบาล ร่วมประชุม

จ่อหมายจับ 2 มือบึมศูนย์ราชการ

ในที่ประชุมมีรายงานว่า พ.ต.อ.ปริญญา เหลืองอุทัย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้รวบรวมพยานหลักฐานเตรียมขออนุมัติหมายจับมือวางระเบิด 2 รายตามภาพจากกล้องวงจรปิดที่ก่อเหตุวางระเบิดภายในศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ รายแรกเป็นชาย อายุ 20-30 ปี สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาวสีน้ำตาล รองเท้าผ้าใบสีดำ สวมหน้ากากอนามัย ใส่หมวกแก๊ปสีขาว สะพายกระเป๋าสีดำคาดที่ลำตัว และกระเป๋าสีเขียวคล้องไว้ที่ไหล่ซ้าย ก่อเหตุวางระเบิดจุดที่ 1 และจุดที่ 2 บริเวณสวนหย่อมหน้าอาคารบี คนร้ายรายที่ 2 เป็นชาย อายุ 20-30 ปี สวมหน้ากากอนามัย เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงสีเทาดำ รองเท้าผ้าใบสีดำ สะพายกระเป๋าสีดำที่หลัง ถือกระเป๋าสีส้ม วางระเบิดจุดที่ 3 และจุดที่ 4 หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย ห่างจากจุดระเบิดอาคารบี ประมาณ 200 เมตร

บีทีเอสช่องนนทรี–ประตูน้ำด้วย

รายงานข่าวระบุอีกว่า พนักงานสอบสวน สน.พญาไท อยู่ระหว่างขออนุมัติหมายจับบุคคลตามภาพวงจรปิด ที่ลงมือก่อเหตุวางระเบิดเพลิงจนทำให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านค้าเสื้อผ้าย่านประตูน้ำ 3 จุด ประกอบด้วย 1.ตลาดไซด์วอร์ค ดีดีเฮาส์ ภายในซอยเพชรบุรี 19 ทำให้มีร้านค้าเสียหาย 60 แผง 2.ร้านขายเสื้อผ้า ร้าน “ฮ็อบ” และ 3.ร้าน “ปุ๋ย แฟชั่น” ชั้นล่างโรงแรมอินทรา รวมถึงห้องแถวที่อยู่หน้าตลาดเฉลิมลาภ ในส่วน สน.ยานนาวา ที่เกิดเหตุบริเวณทางลงประตู 3 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ และอีก 2 จุด หน้าตึกมหานคร โดยพนักงานสอบสวนทั้ง 3 ท้องที่ นำพยานหลักฐานที่ได้มาอาทิ ภาพถ่าย (ที่จับภาพผู้ต้องสงสัยได้) ที่รวบรวมมาจากจุดต่างๆ เข้าประชุมในวันนี้

แย้มเร็วๆนี้น่าจะมีข่าวดี

หลังประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง พล.ต.ท.สุวัฒน์เปิดเผยว่า เร็วๆนี้น่าจะมีข่าวดี แต่จะมีการ แถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่นั้น ไม่รับปาก หากมีเหตุผลที่จำเป็น โฆษก ตร.คงจะแถลง อะไรที่จะแถลงได้ก็จะแถลง แต่ในส่วนปฏิบัติคงให้ข้อมูลอะไรมากไม่ได้ ส่วนจะออกหมายจับใครหรือไม่นั้น ในส่วนนี้เมื่อถึงเวลาจะบอก ขอให้มั่นใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งใจทำ จนถึงขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก ส่วนของการรายงานความคืบหน้าให้ทางนายกรัฐมนตรีทราบส่วนนี้ต้องรายงานตามสายการบังคับบัญชา มีการรายงานอยู่แล้ว แต่ไม่ทราบในรายละเอียด ในส่วนของการปฏิบัติก็ทำกันอยู่แยกกันอย่างชัดเจน ทั้งนี้การให้ข่าวกับพี่น้องประชาชนถ้าถึงจุดที่ทำได้จะให้ข่าวแน่นอน ตอนนี้ขอให้เชื่อมั่นการทำงาน ทุกคนก็หวังเช่นนั้นเหมือนกัน

ญาติโร่เยี่ยม ลูไอ–วิลดัน

ส่วนนายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี 2 หนุ่มชาวนราธิวาส ผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถูกจับกุมได้ที่ จ.ชุมพร และถูกส่งตัวไปสอบสวนขยายผลที่ศูนย์พิทักษ์สันติ ศปก.ตร.ส่วนหน้า ต.สะเตง อ.เมืองยะลา โดยเมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ญาติและครอบครัวของนายลูไอและนายวิลดัน เดินทางจาก จ.นราธิวาส ไปเยี่ยมผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน ที่ศูนย์พิทักษ์สันติ ศปก.ตร.ส่วนหน้า โดยญาติคนหนึ่งกล่าวว่า มาเยี่ยมเพื่อต้องการทราบว่าทั้งคู่มีความเป็นอยู่อย่างไร เกรงจะถูกทำร้ายร่างกาย ไม่ได้รับความเป็นธรรม พร้อมวิงวอนฝากถึงเจ้าหน้าที่ว่าอย่าทำร้ายร่างกายผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน หากต้องถูกสอบสวนดำเนินการให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ระหว่างนี้ครอบครัวจะหาเวลาเดินทางมาเยี่ยมบ่อยๆ

แฉ 2 มือบึม มีทีมงานพาชี้เป้า

มีรายงานว่า คดีวางระเบิดด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั้ง 2 คน ได้แก่ นายลูไอและนายวิลดัน แนวทางสืบสวนพบว่า รับงานจากแกนนำฝั่งประเทศมาเลเซีย ช่วงเดือน ก.ค. เดินทางเข้าออกหลายครั้งผ่านจุดตรวจคนเข้าเมืองเพื่อกำหนดเป้าหมาย กำหนดเส้นทางโดยสาร ปลายเดือน ก.ค. ได้โดยสารรถทัวร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มาที่สถานี ขนส่งหมอชิต จากนั้นมีทีมงานมารับพาดูจุดที่จะก่อเหตุ คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พาไปห้างสรรพสินค้าพารากอน เพื่อสำรวจสถานที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนพามาดูจุดที่รับระเบิดอยู่ข้างห้าง JJ Mall และจุดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สถานีขนส่งหมอชิต ก่อนกำหนดวันลงมือก่อเหตุ วางระเบิดที่ด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติวันที่ 1 ส.ค. โดยเข้ามาเตรียมก่อเหตุวันที่ 31 ก.ค.

รับระเบิดจากนายอาแบ JJ mall

รายงานสืบสวนระบุต่อว่า ผู้ต้องหาเดินทางรถทัวร์ จ.ยะลา โดยก่อนหน้าเตรียมซื้อแมสก์ปิดปาก เพื่ออำพรางใบหน้า 1 แพ็ก รถทัวร์ถึง กทม.ช่วงเช้า มีคนมารับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าห้าง JJ mall เป็นจุดที่รับระเบิดจากนายอาแบ ข้างห้าง JJ mall จากนั้นเดินทางต่อโดยเรียกรถแท็กซี่ ไปที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เปิดสวิตซ์ระเบิดนำไปวางไว้ที่ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องน้ำชั้น G เสร็จแล้วเดินข้ามสะพานไปยังฝั่งตรงข้ามของสยามพารากอน เรียกรถแท็กซี่ไปส่งที่สถานีขนส่งหมอชิต เปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องน้ำหมอชิตขึ้นรถทัวร์ไปต่อที่สถานีขนส่งสายใต้เพื่อเดินทางกลับก่อนถูกตำรวจตรวจพบที่จุดตรวจพื้นที่ จ.ชุมพร

เป้าป่วนรอบที่ประชุุม รมต.อาเซียน

มีรายงานด้วยว่า เหตุระเบิดป่วนจุดอื่นน่าจะ เป็นการแยกชุดทำงานที่ต่างคนต่างรับงานจากผู้บงการ ไม่มีความเชื่อมโยงกัน เป็นกลุ่มคนหน้าใหม่ ที่ไม่มีประวัติก่อเหตุมาก่อน เรียกกลุ่มหน้าขาว กำหนดให้แต่ละกลุ่มนำระเบิดแสวงเครื่องและระเบิดเพลิงนำมาวางเป้าหมายในช่วงกลางคืนเพื่อให้ระเบิดตั้ง เวลาทำงานพร้อมกัน เป้าหมายส่วนใหญ่เป็นพื้นที่โดยรอบการประชุม รมต.อาเซียน ย่านปทุมวัน ชุด สืบสวนได้เบาะแสภาพกล้องวงจรปิดเชื่อมโยงกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 10 คน ในพื้นที่ศูนย์ราชการมีภาพคนร้ายที่ก่อเหตุชัดเจน ได้ประสานข้อมูลชุดสืบสวน บช.ภ.9 เข้าตรวจสอบกลุ่มเป้าหมาย บ้านพักกลุ่มผู้ต้องสงสัยเตรียมเข้าจับกุมหลังขออนุมัติหมายจับ

ผบ.ตร.ยันกลุ่มเดิมใช้คนหน้าใหม่

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นมีความเชื่อมโยงกันอย่างน้อย 2-3 จุด ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดจาก ผู้เชี่ยวชาญ สำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นผู้มีประสบการณ์มีการเตรียมการมาอย่างดี สำรวจพื้นที่ก่อนลงมือก่อเหตุ ผู้ต้องสงสัย 2 รายที่จับกุมได้ที่ จ.ชุมพร พื้นเพมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังก่อเหตุเดินทางกลับพื้นที่ให้การเป็นประโยชน์ การสืบสวนคืบหน้าไปได้ดี แนวทางการสืบสวนพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ก่อเหตุระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนเมื่อปี 59 มองว่าในการก่อเหตุครั้งนี้เป็นกลุ่มเดิมๆ ใช้คนหน้าใหม่มาก่อเหตุ ขณะนี้ฝ่ายตรงข้ามพยายามปล่อยข่าวสร้างความตื่นตระหนก ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า รัฐบาลฝ่ายความมั่นคงควบคุมสถานการณ์ได้ ขณะนี้ ชุดสืบสวนคดีคืบหน้าไปได้เรื่อยๆ

เตรียมแจงผลคดี ครม.

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผบช.สยศ.1 ในคณะทำงานชุดคลี่คลายคดีระเบิดกล่าวว่า คาดว่าวันที่ 6 ส.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะชี้แจงภาพรวมเหตุการณ์ความคืบหน้าของ คดีระเบิดทั้งหมดให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ โดยตนจะต้องเข้าพบ ผบ.ตร.เพื่อรับทราบนโยบายและรายละเอียด ส่วนการชี้แจงข่าวสาร ผบ.ตร.จะให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนเพียงผู้เดียว

รอผลดีเอ็นเอ 2 มือระเบิด สตช.

ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รอง ผบช.สพฐ. กล่าวว่า ขณะนี้ได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ของวัตถุพยานจากเหตุระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เช่น ขวดน้ำ กล่องผลไม้ กล่องมันฝรั่ง ตัวตั้งเวลา หรือไอซีทามเมอร์ เสื้อผ้าที่คาดว่าผู้ต้องสงสัยเปลี่ยนและทิ้งไว้ในรถแท็กซี่ที่ผู้ต้องสงสัยนั่งไปส่งที่สถานีรถขนส่ง มาตรวจพิสูจน์ ก่อนส่งไปยังพิสูจน์หลักฐานภาค 9 เพื่อเทียบเคียงดีเอ็นเอกับ 2 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวได้ก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน จะทราบผล

บิ๊กอู๊ดยันกล้องด่านจับภาพชัด

ด้าน พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าออกของนายลูไอและนายวิลดัน ก่อนเกิดเหตุมีการเดินทางเข้าออกนอกประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านด่านตม.นราธิวาส กล้องวงจรปิดจับหน้าผู้ต้องสงสัยได้อย่างชัดเจน ส่วนวันเวลาเดินทางหรือเดินทางเข้าออกกับใครนั้น รายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริง ข้อมูลทั้งหมดรายงานไปเรียบร้อย ทั้งนี้ ผบ.ตร.สั่งการ บช.สตม.ให้กำชับและสั่งการไปยังทุกด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ ในการเพิ่มความเข้มงวด โดยเฉพาะด่าน ตม.ภาคใต้ ให้เก็บรายละเอียด ตรวจค้นยานพาหนะ ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์เข้า-ออก พร้อมประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบมากขึ้น

รองโฆษก ตร.เผย เร่งหาคนผิดมาลงโทษ

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เผยถึงเหตุความวุ่นวายในพื้นที่ กทม.และใกล้เคียง ขอเรียนชี้แจงข้อมูลความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวน ข้อมูลข่าวสารที่ไม่กระทบต่อรูปคดี ให้ประชาชนและสังคมได้รับทราบเป็นระยะ หลังเกิดเหตุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สั่งการ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ให้เร่งพิสูจน์ทราบและจับกุมคนร้ายที่พยายามสร้างสถานการณ์ มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว พร้อมขยายผลผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เร่งระดมสรรพกำลังหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

มีผู้ไม่หวังดีโพสต์บิดเบือน

รองโฆษก ตร.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ยังมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีอาศัยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สร้างข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริง นำเข้าข้อมูล ทั้งโพสต์และแชร์ในโซเชียลมีเดีย ทำให้สังคมเกิดความสับสน สร้างความเกลียดชังต่อเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ลงข่าวในลักษณะที่ว่าแค้นทหาร แกนนำที่ถูกควบคุมเสียชีวิตในค่ายทหาร และใต้สงบ งบไม่มา มีการจัดฉากขึ้นโดยทหารเลวๆของตู่ที่ส่งไปประจำการ เพื่อกินงบ เสียงจากตำรวจ ได้รับแจ้งให้ไปเก็บกู้ระเบิด แต่เมื่อไปถึงทหารที่ตรึงพื้นที่ได้ไล่ให้กลับ ดูให้จบจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับภาคใต้...นี่คือเหตุ อย่างที่ผมเคยบอกหลายครั้งแล้วว่า การแก้ปัญหาภาคใต้นั้นไม่ยาก หาก...รัฐบาลและกองทัพจริงจังจริงใจ...นี่คือ เรื่องจริงครับพี่น้อง... เนื้อหาในคลิปที่เผยแพร่ เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.ต.ท.แชน วรงคไพสิฐ หรือดาบแชน ตำรวจเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดขณะไปตรวจที่เกิดเหตุ ปัจจุบัน พล.ต.ท.แชน เสียชีวิตไปตั้งแต่ 28 ต.ค. 56 จากการเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

อัศวิน สั่งเฝ้าระวังจุดคนหนาแน่น

อีกด้านหนึ่งที่ศาลาว่าการ กทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการเพื่อติดตามสถานการณ์กรุงเทพฯ ว่า หลังเกิดเหตุลอบวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อตามสถานการณ์ ขณะเดียวกัน นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัด กทม. สั่งการให้สำนักงานเขต และหน่วยงานของ กทม. ทุกหน่วยงาน ดูแล สอดส่อง และตรวจสอบอย่างเข้มข้น เฝ้าระวังจุดที่มีประชาชนอยู่หนาแน่น เช่น สถานีรถไฟฟ้า สถานีขนส่ง ป้ายรถเมล์ อาคาร หรือสถานที่ขนาดใหญ่ ทั้งของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน สถานที่สำคัญๆ สถานที่ประวัติศาสตร์ สถานที่เขต สำนักพระราชวัง ขณะที่ กอ.รมน.กทม.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่หาข้อมูลเชิงลึก ประเมินสถานการณ์ สนับสนุนการทำงานของฝ่ายความมั่นคง เชื่อว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหานี้ได้แล้ว รวมถึงจับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวกับการก่อเหตุนี้ได้แล้วบางส่วน

นายกฯป้องบิ๊กแดงด่วนฟันธง

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีลอบวางระเบิดป่วน กทม. เมื่อเวลา 07.25 น. ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) ว่า ขอให้เชื่อมั่นการทำงานของฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนี้กำลังดำเนินการสืบสวนสอบสวนผู้ต้องหา 2 คนที่จับกุมได้ ทราบว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้อง 10 กว่าคน ขณะนี้ไม่ได้ตัดสาเหตุจูงใจใดทิ้ง ขอให้ใจเย็นๆเพราะมีผู้เกี่ยวข้องอีก 10 กว่าคน ต้องตามจับให้ได้ว่าสาเหตุที่เกี่ยวข้องมาจากอะไร หากไปกดดันเจ้าหน้าที่จะทำงานลำบาก เรื่องเช่นนี้พร้อมที่จะเกิดขึ้นในหลายเวทีของโลกนี้ คนเราแตกต่างทางความคิด ยังไม่ได้มุ่งหมายว่าเป็นกลุ่มไหน ส่วนที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ระบุว่า เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปี 2549 เป็นแค่เพียงการเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต ที่มีการยึดโยงกัน และมีส่วนที่คล้ายคลึงกัน กลุ่มการเมืองจะอยู่เบื้องหลังหรือไม่ยังไม่ทราบ อย่าเพิ่งไปสรุปอะไร

ประณามคนทำ ใจร้ายใจดำ

เมื่อถามว่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่ตัดเหตุการณ์ใดออก เมื่อถามถึงกรณีที่มารดาของผู้ต้องหาต้องการทราบที่อยู่ของบุตรชาย พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เป็นเรื่องปกติที่แม่ต้องเป็นห่วงลูก ทั้งหมดเป็นไปตามวัตถุประสงค์พยาน และกล้อง CCTV รวมถึงหลักฐานที่ตรวจสอบพบ เช่น ถุงเสื้อผ้ามีอยู่แล้ว ดังนั้น ต้องฟังทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ต้องหา “ผมถือว่าเป็นการกระทำที่ชั่วร้าย ไม่ว่าที่ใดก็ตามมีปัญหากันหมด โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในห้วงเวลานี้ คนที่ดำเนินการหรือคนที่เกี่ยวข้องยังไม่อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นใคร แต่ถือว่าใจร้ายใจดำ ที่ทำให้ประเทศเกิดความวุ่นวาย”

ไม่เกี่ยวปมนายกฯ คุมทหาร–ตำรวจ

เมื่อถามว่า การลอบวางระเบิดครั้งนี้เกิดจากแรงจูงใจที่นายกฯ ดูแลทั้งทหารและตำรวจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน คุยกับพี่น้องทุกคน ทั้ง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม รวมถึงกระทรวงมหาดไทยและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนให้แนวทางไปกับตำรวจว่า ทุกอย่างต้องดูแลให้เกิดความน่าเชื่อถือ เชื่อมั่น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามได้จัดคณะทำงานให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นในการสืบสวนสอบสวนคดี และเน้นย้ำว่าการให้ข้อมูลข่าวสารใดก็ตามที่จะทำให้เกิดการเข้าใจผิด หรือทำให้เกิดความไม่พอใจส่วนตัวขอให้เบาๆกันไว้บ้าง

อย่าโยงสโลแกน สงบจบที่ “ลุงตู่”

เมื่อถามว่า เหตุจูงใจน่าจะมาจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้หาเสียงเอาไว้ว่าหากเลือกความสงบจบที่ “ลุงตู่” หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน ตนไม่ได้เป็นคนพูด ใครจะเลือกใครเป็นเรื่องของการเมืองก็เลือกกันไป ในช่วงนั้นพยายามที่จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในการเลือกตั้ง หลายพรรคก็หาเสียงกันทุกเรื่อง อย่าเอาประเด็นโยงกันไปมา แค่นี้ปัญหาเยอะพอสมควรอยู่แล้ว ไม่อยากให้บ้านเมืองสงบหรือไร คนที่ไม่ดีทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงกับประเทศชาติต้องถูกดำเนินการ ในฐานะที่ตนเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ได้บูรณาการการทำงาน และสั่งการเพิ่มเติมให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล (ศตก.) รวมถึงเรื่องการข่าวประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านดูแลการผ่านแดนให้มากกว่าเดิม

เฉ่งพวกไร้ตรรกะมอง รบ.ทำเอง

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าฝ่ายรัฐบาลมีพิรุธกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า รัฐบาลมีพิรุธอย่างไร อยากให้มองในประเด็นใหญ่ว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังทำอะไรอยู่ เรากำลังประชุมระดับนานาชาติ มีต่างประเทศเข้าร่วม ทั้งในกรอบอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ถามว่าใครจะทำแบบนั้น เว้นแต่ว่าเป็นการทำเพื่อไม่ให้เกิดความน่าเชื่อถือในเวทีต่างประเทศ อยากให้มองในมุมนี้บ้าง อย่ามองในประเด็นที่ว่ารัฐบาลจะสร้างสถานการณ์เอง จะทำทำไม ตนอยู่ดีๆเฉยๆไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่ดีกว่าหรืออย่างไร อยากให้คิดให้มีตรรกะ

“วันนอร์” แจ้งจับโพสต์หมิ่น

ส่วนที่ สภ.เมืองนราธิวาส ช่วงสายวันเดียวกัน นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 4 พรรคประชาชาติ ได้รับมอบหมายจากนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กชื่อนายปิยะพงษ์ ประสาททอง ในข้อหาหมิ่นประมาทและผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ภายหลังโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กเมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 ส.ค.ว่า พรรคประชาชาติเป็นผู้บงการระเบิดป่วนเมืองกรุง และยังนำโลโก้ของพรรคมาลงต่อท้ายข้อความ นายกมลศักดิ์กล่าวว่า ไม่ทราบว่าผู้โพสต์มีเจตนาอะไร หลังจากตำรวจจับกุมชาวบ้าน อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส 2 คน ตกเป็นผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิด สร้างความเสียหายต่อพรรคประชาชาติที่มีนโยบายการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการสันติภาพ ในฐานะที่เป็น ส.ส.ในพื้นที่ขอเร่งให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีให้คลี่คลายโดยเร็วเพื่อปลดล็อกมุมมองพรรคประชาชาติในแง่ลบ

หนุ่มตานีโวย “ปารีณา” แชร์โยงบึม

เช่นเดียวกับที่ สภ.เมืองปัตตานี นายกามารุดดิน โต๊ะดง อายุ 25 ปี ชาว จ.ปัตตานี พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ แชร์ภาพของตนที่ถ่ายคู่กับหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัย 2 คน ที่ถูกตำรวจจับกุมคดีลอบวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้คนอ่านเข้าใจว่าเป็นคนเดียวกัน ขณะเดียวกันนายมะยุ เจ๊ะนะ ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (คปส.) ได้รับผลกระทบลักษณะเดียวกันได้เข้าแจ้งความด้วย นายกามารุดดินเผยว่า น.ส.ปารีณาโพสต์รูปตนเชื่อมโยงผู้ต้องหาคดีระเบิดที่กรุงเทพฯ มีคนแชร์ต่อไป 400 กว่าคน ทำให้ตนและครอบครัวไม่สบายใจ ส่งผลกระทบต่อจิตใจการงาน และครอบครัว เพราะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงชายแดนใต้ ยืนยันว่าตนไม่ใช่ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ขอให้ผู้โพสต์ให้ความเป็นธรรมช่วยลบออกด้วย รวมทั้งคนที่แชร์อย่าเล่นสนุกอย่างเดียวให้มองคนที่ได้รับผลกระทบด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แนวร่วมโจรใต้ลอบวางระเบิดระเบิดป่วนกรุงสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีประวัติหน้าขาวข่าวหน้า1

คุณอาจสนใจข่าวนี้