ไลฟ์สไตล์
100 year

บิ๊กแดงซัดกลุ่มเดิมบงการ วางบึม 11 ลูกป่วนกรุง (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
3 ส.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

ตูมสนั่นศูนย์รก.กับกองทัพไทย บีทีเอสช่องนนทรี-สนง.ปลัดกห. เผาร้านค้าประตูน้ำ-เค้น2หนุ่มนรา

คนเมืองหลวงผวาระเบิดป่วนทั่วกรุงแต่เช้า ทั้งระบบขนส่งสาธารณะ บีทีเอสช่องนนทรี ลามไปศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เขตเศรษฐกิจค้าขายย่านประตูน้ำ และในซอยย่านพระราม 9 ทำอีโอดีหัวปั่นแยกร่างไปกู้แทบไม่ทัน เหตุทั้งหมดมีคนเจ็บ 4 ราย ขณะที่มือซุกระเบิดป้าย สตช.ไม่รอด ตำรวจตามจับได้ขณะนั่งรถทัวร์ลงใต้ เป็นหนุ่มนราธิวาส 2 คน อยู่ระหว่างเค้นสอบ ด้านนายกรัฐมนตรีลั่นบาดเจ็บคนเดียวก็รับไม่ได้ ชี้ยังไม่ถึงขั้นใช้ ก.ม.พิเศษ ขณะที่ ผบ.ทบ.ชี้รูปแบบคล้ายปี 49 ซัดคนอยู่เบื้องหลังเป็นคนกลุ่มเดิม แต่คนลงมือเป็นคนหน้าใหม่ ส่วนบิ๊กแป๊ะมอบบิ๊กช้าง เพื่อนรักคุมชุดสืบคลี่คดี

ข่าวแนะนำ

จากเหตุอุกอาจเหมือนหยามหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อคนร้ายซุกระเบิดแสวงเครื่องไว้ในกล่องมันฝรั่งทรงกระบอก 2 กล่อง ไว้ใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ริมถนนพระราม 1 เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่มีพลเมืองดีเห็นพิรุธเข้าไปแจ้งตำรวจรักษาการณ์ออกไปตรวจสอบ ก่อนประสานอีโอดีเข้าเก็บกู้ ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งเข้มรักษาความปลอดภัย เพราะเกิดก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมามอบนโยบายที่ ตร.ในวันที่ 2 ส.ค. ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กำชับตำรวจจับคนร้ายให้ได้

ตามรวบ 2 มือบึม สตช.ได้ที่ชุมพร

ล่าสุดตำรวจแก้หน้าได้สำเร็จ เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 2 ส.ค. มีรายงานว่า ชุดสืบสวน บก.สส.บชน.ร่วมกับ พ.ต.ต.อิทธิ พินิจกุล สวป.สภ.เมืองชุมพร จับกุม 2 ผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทราบชื่อต่อมาคือนายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/6 หมู่ 4 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 2 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ขณะนั่งรถทัวร์กรุงเทพฯ-นราธิวาส ผ่านด่านตรวจปฐมพร ถนนเพชรเกษม หมู่ 9 ต.วังไผ่ อ.เมืองชุมพร

ผงะพบระเบิดแสวงเครื่องข้างตัว

ขณะจับกุมพบว่า ทั้งคู่นั่งเบาะติดกัน ข้างตัวมีกล่องขนมขบเคี้ยวทรงกลม ภายในมีขวดโลหะทรงกลมพร้อมฝาบน ปิดทับด้วยโฟมสีขาวตัดเป็นรูปวงกลม มีสายไฟและถ่านไฟขนาดเล็กพันอยู่ ลักษณะคล้ายระเบิดเวลา ชุดจับกุมคุมตัวทั้งคู่พร้อมของกลางเข้า กทม.เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาสอบสวนปากคำ

เผยวางเสร็จเปลี่ยนเสื้อผ้าลงใต้

รายงานข่าวระบุ การสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดหลังเกิดเหตุที่หน้า สตช.พบคนร้ายมี 2 คน โดยชายเสื้อเหลืองทำหน้าที่นำระเบิดปลอมไปวาง อีกคนดูต้นทาง หลังก่อเหตุทั้งคู่นัดหมายพบกันบนสกายวอล์ก สยามสแควร์ จากนั้นเข้าไปในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เปลี่ยนชุดอำพรางตา ก่อนขึ้นรถแท็กซี่ไปลงจตุจักร แล้วเรียกแท็กซี่อีกคันไปลงสถานีขนส่งสายใต้ ซื้อตั๋วรถทัวร์ปลายทางสถานีขนส่งหาดใหญ่ จ.สงขลา

ทั้งคู่ยังปากแข็งปฏิเสธ

มีรายงานว่า จากการสอบปากคำทั้ง 2 รายมีภูมิลำเนาอยู่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยังคงให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อ และอยู่ระหว่างเช็กข้อมูลว่าผู้ต้องสงสัยทั้งสองราย มีแรงจูงใจใดในการก่อเหตุ มีสิ่งใดเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ทางการเมืองหรือความรุนแรง กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้หรือไม่ รวมไปถึงมีประวัติอาชญากรรมอื่นใดหรือไม่ เพื่อนำมาสืบสวนขยายผลต่อไป

ไม่จบ บึมป่วนบีทีเอสช่องนนทรี

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงกำลังสืบสวนคลี่คลายเหตุวางระเบิดใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กลับเกิดเหตุระเบิดขึ้นอีกหลายพื้นที่ของ กทม.ในชั่วโมงเร่งด่วน โดยเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ยานนาวา รับแจ้งเหตุระเบิดใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรี ทางลงประตู 3 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ รุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รอง ผบก.สปพ. และประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่เก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี)

ระเบิด 2 จุด ที่ลานจอดรถใต้บีทีเอส

ที่เกิดเหตุอยู่หน้าตึกมหานคร ช่วงทางลงประตู 3 ของรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีดังกล่าว พบมีการระเบิด 2 จุด จุดแรกใต้พุ่มไม้ใต้สถานี เป็นจุดทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้ากับตึกมหานคร มีเศษดินกระจุย กระจาย จุดที่สองเป็นลานจอดรถหน้าตึกมหานคร โดยแรงอัดจากระเบิดทำให้ประตูกระจกที่กั้นรางรถไฟฟ้าของสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรีแตกร้าวไป 1 บานใหญ่ นอกจากนี้ บริเวณพุ่มไม้ใกล้ๆกัน พบวัตถุต้องสงสัยอีก 1 จุด เป็นกระติกน้ำแข็งสีน้ำเงินทรงสี่เหลี่ยม เจ้าหน้าที่ปิดล้อมพื้นที่และทำลายวัตถุต้องสงสัย ก่อนเข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานทั้งหมด เหตุการณ์ดังกล่าวพบผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย ส่ง รพ.จุฬาลงกรณ์ ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

เป็นชนิดเดียวกับระเบิดหน้า สตช.

รายงานข่าวแจ้งว่า ลักษณะหรือชนิดของระเบิดที่ตรวจสอบพบ เป็นเม็ดลูกปืนขนาดเล็กจำนวนมาก คาดว่าเป็นชนิดเดียวกันกับที่ระเบิด Ball bearing ที่พบหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 ส.ค. รายงานข่าวแจ้งว่าระเบิดป่วนกรุงครั้งนี้ กลุ่มคนร้ายมีหลายคน วางแผนแบ่งงานกันทำ โดยแยกย้ายกันไปวางระเบิดตามจุดต่างๆทั่วกรุงเทพฯ เน้นวางระเบิดในจุดที่หวังผลเชิงสัญลักษณ์ ใช้วิธีการหน่วงเวลาให้ระเบิดไล่เลี่ยกันในช่วงเช้าของวันนี้พร้อมกันหมด

คนแห่ทวีตแจ้ง แรงจนกระจกรถแตก

ขณะเดียวกันในโลกออนไลน์ หลังเกิดเหตุระเบิด ด้านหน้าตึกมหานครใกล้เคียงทางขึ้นสถานี รถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรี ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ Thanapat @sospixs โพสต์ข้อความผ่านหน้า ทวิตเตอร์ว่า “เสียงระเบิดดังมากใกล้ BTS ช่องนนทรี เวลา 08.36 น. ผมนี่หน้าสั่นเลยครับ ยืนรอให้คนน้อยๆ แล้วจะเดินลงบันได คลื่นอากาศจากแรงระเบิด แรงมากจริงๆ” ส่วนอีกรายเป็นผู้ใช้รถใช้ถนนชื่อ @aperapkool ได้โพสต์ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว “ระเบิดหน้าตึกมหานครป่ะ ใต้ช่องนนทรี กระจกรถ แตกเลยอ่ะ”

ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะก็ด้วย

เหตุระเบิดป่วนกรุงยังมีอีกต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้แต่สถานที่ราชการ โดยเวลาไล่เลี่ยกันกับเหตุที่บีทีเอสช่องนนทรี พ.ต.อ.ปริญญา เหลืองอุทัย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน

สนั่นไล่เลี่ยกัน 3 ลูก

จุดระเบิดอยู่บริเวณสวนหย่อม หน้าศูนย์ราชการ อาคารบี เศษซากต้นไม้กระจุยกระจาย แต่ขณะเจ้าหน้าที่ ตรวจอยู่นั้น เกิดระเบิดขึ้นอีกลูกที่สวนหย่อมฝั่งสำนักงาน กกต.ที่อยู่ตรงกันข้าม เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่และหน่วยตรวจสอบวัตถุระเบิดได้ปิดกั้นพื้นที่บริเวณฝั่งตะวันออก ปิดประตูห้ามเข้า-ออก เพื่อเคลียร์พื้นที่บริเวณดังกล่าว แต่ขณะปิดกั้นพื้นที่ มีเสียงระเบิดดังขึ้นอีกลูก บริเวณถังขยะปูนริมถนนฝั่งตรงข้ามกองบัญชาการกองทัพไทย ห่างจากอาคารบี ประมาณ 200 เมตร ทั้ง 3 จุดไม่มีผู้บาดเจ็บ

ระทึก อีโอดี กู้ลูกที่ 4 สำเร็จ

เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกัน 3 ลูก ทำให้เจ้าหน้าที่ขยายพื้นที่ปิดกั้นเข้าตรวจสอบ จนพบระเบิดอีกลูกซุกอยู่ในถังขยะปูน ริมสระน้ำ ด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพไทย เจ้าหน้าที่อีโอดีนำโดย พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รอง ผบก.สปพ. (191) ดูแลงาน EOD (กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.191) เข้าเก็บกู้ใช้เวลาเกือบ 2 ชม. ก่อนเก็บกู้เสร็จ ระเบิดแสวงเครื่องลูกที่ 4 ที่เก็บกู้ได้ ลักษณะเป็นกระป๋องพลาสติกทรงกระบอกสีฟ้า มีฝาปิด และมีหูหิ้วด้านบนฝา ขณะที่ด้านในกระป๋องมีการนำลูกปืนล้อรถติดกาวยึดขอบด้านในจนเต็ม และด้านในมีวัตถุระเบิด ต่อพ่วงกับแผงวงจรเพื่อตั้งเวลา

รองอุ่ยเผย ระเบิดทุกจุดชนิดเดียวกัน

พ.ต.อ.กำธรกล่าวว่า ระเบิดที่พบในศูนย์ราชการทั้งหมด เป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบหน่วงเวลา หรือตั้งเวลา ทุกจุดที่ระเบิดพบลูกเหล็ก หรือลูกปราย รัศมีการทำลาย 10-15 เมตร ส่วนจุดที่พบระเบิดบริเวณสวนหย่อมบีทีเอส ช่องนนทรี และที่บริเวณตึกมหานคร จากรายงานพบเป็นระเบิดชนิดเดียวกับที่พบในศูนย์ราชการ ส่วนเหตุระเบิดในพื้นที่ สน.หัวหมาก น่าจะไม่เกี่ยวข้อง

บิ๊กแป๊ะตั้งวอร์รูม ที่สืบใหญ่ บช.น.

ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. เผยว่า ได้รับรายงานว่าระเบิดแต่ละจุดน่าจะมีคนร้ายก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 2 คนต่อจุด มีการวางแผนและแบ่งทีมกันทำงาน ระเบิดแสวงเครื่องตั้งหน่วงเวลาให้ระเบิดช่วงเช้าเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งตั้งวอร์รูมที่ บก.สส.บช.น. เพื่อสืบสวนเรื่องนี้ ส่วนระเบิดทุกจุดจะเป็นระเบิดชนิดเดียวกันหรือไม่ต้องรอตรวจสอบก่อน

สำนักงานปลัดกลาโหมก็ไม่รอด

เวลาใกล้เคียงกัน พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รอง ผบก.สปพ. นำกำลังตรวจสอบเหตุเสียงดังคล้ายระเบิด ที่หน้าป้ายสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนศรีสมาน ต.บ้านใหม่ พบโคมไฟของสปอตไลต์ส่องป้ายสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้รับความเสียหาย แผ่นหินแกรนิตที่ถูกสะเก็ดระเบิดเจาะพรุน ไม้ประดับฉีกกระจายเกลื่อนจากแรงระเบิด พื้นดินเป็นหลุมกว้าง 1 เมตร ลึก 5 ซม. เก็บลูกปรายและเศษชิ้นระเบิดที่กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณไว้เป็นหลักฐาน คาดว่าน่าจะเป็นระเบิดแสวงเครื่องวางไว้ใกล้กับสปอตไลต์แต่ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดที่ชัดเจนได้ ใช้เวลาในการเก็บหลักฐานราว 20 นาที ตำรวจจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสคนร้ายต่อไป

ลูกน้องแก้เกี้ยว ไฟส่องป้ายระเบิด

ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เดินออกมาบอกกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่ระเบิดเป็นเพียงไฟสปอตไลต์ที่ใช้ส่องป้ายเกิดระเบิดขึ้นมา จากนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่นำต้นไม้มาปลูกใหม่ตรงจุดที่เกิดเหตุ

เจออีกลูกบึมเก๊ข้างศาลปกครอง

ขณะเดียวกันเวลา 10.40 น. มีการแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด ริมกำแพงรั้วด้านข้าง ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เบื้องต้น จนท.รปภ.ศาลฯ ได้นำยางรถยนต์ครอบไว้ โดยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ EOD ตร. เข้าตรวจสอบพร้อมเก็บกู้ผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่าเป็นอุปกรณ์ พ่วงต่อสายชาร์จ โทรศัพท์มือถือ มีลักษณะบวม เท่านั้น

ป่วนแต่เช้ามืด บึมร้านเสื้อผ้าประตูน้ำ

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 05.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.ต.วิทยา คงทอง สว. (สอบสวน) สน.พญาไท ไปตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ตลาดไซด์วอล์ค ในซอยเพชรบุรี 19 แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักบรรเทาสาธารณภัยพญาไท รถดับเพลิง 5 คัน ที่เกิดเหตุบริเวณตลาดเดือนเด่น ด้านหลังโรงแรมอินทรา พบแสงเพลิงลุกไหม้ในตัวอาคารชั้นเดียว เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นที่เก็บเสื้อผ้า มีทั้งหมดกว่า 50 แผง เจ้าหน้าที่ตัดไฟ เปิดหัวฉีดน้ำ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพลิงสงบเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด

ไฟลามไหม้ 2 จุดร้านใกล้เคียง

ในเวลาเดียวกันได้เกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นที่ร้านฮอป เป็นตึกแถว 3 ชั้น เลขที่ 120/334 ห่างจากจุดแรกประมาณ 50 เมตร เป็นร้านขายเสื้อผ้าวัยรุ่น เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งร้าน ช่วงเกิดเหตุไม่มีคนอยู่ในร้าน ต่อมาเพลิงก็ลุกไหม้อีกร้านคือ ร้านปุ๋ยแฟชั่น เลขที่ 17/2 ซอยอินทราสแควร์ 15 ห่างกันราว 50 เมตร เพลิงลุกไหม้เสียหายเกือบทั้งร้าน

พบชิ้นส่วนระเบิด คาดฝีมือผู้ไม่หวังดี

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สน.พญาไท เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เข้าตรวจสอบโดยปิดกั้นพื้นที่ห้ามผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้า เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือผู้ไม่หวังดีที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ กทม. เช่นเดียวกับจุดอื่นๆ เนื่องจากพบวัตถุคล้ายกับชิ้นส่วนที่ใช้ประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง แบบเพลิง หรือระเบิดเพลิง ตกอยู่ในอาคารโฮฟวีไลน์ ใต้อาคารโรงแรมอินทรา รีเจนท์ และร้านขายเสื้อผ้าบริเวณตลาดเฉลิมลาภ

หน่วงเวลาบึม ทำเหมือนไฟไหม้

รายงานระบุด้วยว่า คนร้ายน่าจะใช้วิธีหน่วงเวลาระเบิดทั้ง 3 ลูก ให้ทำงานในช่วงเวลาใกล้เคียงกันให้ดูคล้ายเกิดเพลิงไหม้ แล้วลุกลามไปยังที่อื่นๆ แนวทางการสืบสวนพบว่า มีการนำแผงวงจรตั้งเวลาผูกติดกับก้อนแบตเตอรี่คล้ายกับเพาเวอร์แบงก์พ่วงต่อกับปุ๋ยยูเรียสารเคมีที่ทำให้เกิดระเบิดในลักษณะเปลวไฟ คนร้ายตั้งเวลาให้ระเบิดลูกแรกที่อาคาร ดีดีเฮ้าส์ทำงานก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นระเบิดอีก 2 ลูก ที่วางไว้อีก 2 จุด ในที่เกิดเหตุอีก 2 แห่ง บริเวณ ใกล้เคียงจึงเริ่มทำงานต่อ

ย่านพระราม 9 บึมคนกวาดขยะเจ็บ 3

เกิดเหตุระเบิดอีกลูก ในช่วงเวลาเดียวกัน ร.ต.อ.ยุทธพงษ์ แต้มทอง รอง สว. (สอบสวน) สน.หัวหมาก รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดบริเวณถนนพระราม 9 กลางซอยพระรามเก้า 57/1 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ที่เกิดเหตุเข้ามาจากปากซอยประมาณ 300 เมตร พบเศษชิ้นส่วนต้นไม้ ใบไม้กระจัดกระจายอยู่บริเวณกำแพงของบริษัทเลขที่ 39/1 มีปืนปากกาตกอยู่ 1 กระบอก ผู้บาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของ กทม. บาดเจ็บ 3 ราย ทราบชื่อนางคริสนา ผ่องใสสี อายุ 46 ปี โดนสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าด้านขวา ใต้ตา แก้มค้าง หน้าอก ส่วนนายสุนทร รอดเสียงล้ำ อายุ 56 ปี โดนสะเก็ดระเบิดบริเวณที่คอ ทั้ง 2 คน ถูกนำตัวส่ง รพ.สิรินธร และนางศศินิภา เพชรทองหลาง อายุ 38 ปี แก้วหูแตกนำส่ง รพ.วิภาราม

ผบ.ตร.เรียกประชุมชุดสืบ

ส่วนการสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุระเบิดป่วนเมืองหลวง เมื่อเวลา 10.30 น. วันเดียวกัน ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บก.สส.บช.น.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เรียกประชุมกรณีเหตุระเบิดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น.

บิ๊กช้างบอกขอเวลาทำงานก่อน

พล.ต.อ.ชัยวัฒน์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่า ระเบิดทุกจุดเชื่อมโยงกันหรือไม่ รวมถึงเหตุไฟไหม้ที่แผงร้านค้าย่านประตูน้ำเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เหตุการณ์ทั้งหมดจะเชื่อมโยงกันหรือจะเป็นการก่อเหตุหวังผลใด ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน

บิ๊กแป๊ะประชุมเสร็จวาร์ปหนีสื่อ

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เดินทางมาถึง บก.สส.บชน. โดยเปิดเผยเพียงสั้นๆว่า เมื่อมีเหตุแล้วต้องดำเนินการแก้ปัญหา ส่วนรายละเอียดการสืบสวนขอให้ตำรวจทำงานก่อน จะมีการตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมาหรือไม่ ขณะนี้ทำงานอยู่ ใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้เดินทางกลับโดยบันไดหลังอาคาร ทำให้ผู้สื่อข่าวที่รอสัมภาษณ์ต่างมึนงงไปตามๆกัน

น.1 เผยเหตุบึมกรุง โยงไหม้ประตูน้ำ

ขณะที่ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.ระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันรวมทั้งหมด 4 จุด รอบกรุงเทพฯ จุดแรกบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรี เกิดระเบิดขึ้น 2 ลูก จุดที่ 2 บริเวณสวนหย่อมหน้าอาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เกิดระเบิดขึ้น 2 ลูก จุด 3 บริเวณหน้าป้ายทางเข้ากองบัญชาการกองทัพไทย ระเบิดอีก 1 ลูก สามารถกู้ได้ 1 ลูก รวมเฉพาะในศูนย์ราชการพบระเบิดรวม 4 ลูก และจุดที่ 4 ซอยพระรามเก้า 57/1 แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง กทม. อีก 1 ลูก เหตุการณ์ทั้งหมดรวมถึงเหตุเพลิงไหม้ย่านประตูน้ำเมื่อช่วงเช้าอาจจะมีความเชื่อมโยงกัน อยู่ระหว่างตรวจสอบ

ผู้ว่าฯ กทม.แถลงสถานการณ์เฝ้าระวัง

เที่ยงวันเดียวกัน ที่ศาลาว่าการ กทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. แถลงข่าวหลังเกิดเหตุระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ระหว่างการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ต้องประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อติดตามสถานการณ์ มีผู้ว่าฯ กทม. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ พร้อมทั้งตั้งทีมผู้บัญชาการเหตุการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เที่ยงวันที่ 2 ส.ค. โดยให้รายงานความคืบหน้าและการประสานงานด้านต่างๆ รวมถึงการให้ข้อมูลข่าวสารเป็นระยะ นอกจากนี้ ได้มอบหมายสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ตรวจสอบและเชื่อมสัญญาณจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ทุกจุดให้พร้อมเรียกดูข้อมูลได้ตลอดเวลา

ยันกล้องซีซีทีวีพร้อมใช้งาน

ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จะมีข้าราชการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักการโยธา สำนักการแพทย์ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำศูนย์ดังกล่าว เพื่อเตรียมความพร้อมในการรายงานข้อมูล หากฝ่ายความมั่นคงร้องขอ โดยเฉพาะภาพจากกล้องซีซีทีวี กทม.ได้จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่ากล้องซีซีทีวีบริเวณที่เกิดเหตุสามารถใช้งานได้ทุกตัว โดยได้รับการประสานจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ให้ กทม.จัดเตรียมข้อมูลทั้งภาพกล้องซีซีทีวี เพื่อหาพยานและบุคคลต้องสงสัยไว้ด้วย เพื่อสนับสนุนข้อมูลหลักฐานให้กับฝ่ายความมั่นคง

ฝากประชาชนเห็นสิ่งผิดปกติแจ้ง 191

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวอีกว่า ได้ออกข้อความไปถึงผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต และผู้อำนวยการ สำนักงานต่างๆ ให้ช่วยดูแลสอดส่องบุคคลและวัตถุต้องสงสัย หากพบสิ่งผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะเดียวกัน ขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยดูแลสอดส่องบุคคล และวัตถุต้องสงสัย หากพบสิ่งผิดปกติให้แจ้งสำนักงานเขตในพื้นที่ หรือโทร. 191 ทันที อย่าไปแตะต้องหรือไปสัมผัส หรือเคลื่อนย้ายวัตถุผิดปกติ เนื่องจากอาจเกิดอันตรายได้ พร้อมกันนี้ กทม.ได้รายงานสถานการณ์ต่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย รับทราบแล้ว มอบหมายให้นายพิชญา นาควัชระ รองปลัด กทม. นำกระเช้าดอกไม้ไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทุกราย

ศูนย์เอราวัณสรุปบาดเจ็บ 4

ขณะที่ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน (ศูนย์เอราวัณ) สำนักการแพทย์ สรุปเหตุระเบิดทั่วกรุงเทพฯ ประกอบด้วย 1.พระราม 9 มีผู้บาดเจ็บนำส่ง รพ.สิรินธร 2 ราย (นอน รพ.ทั้งคู่) รพ.วิภาราม 1 ราย รวม 3 ราย เป็นเพศหญิงทั้งหมด และ 2.ที่สถานีบีทีเอสช่องนนทรี มีผู้บาดเจ็บ เพศชาย 1 ราย รักษาโรงพยาบาลวิภาราม

บิ๊กตู่ลั่นบาดเจ็บคนเดียวก็รับไม่ได้

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังประชุม ก.ตร.และมอบนโยบายให้กับตำรวจว่า สถานการณ์การเกิดเหตุระเบิดจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง แม้ไม่มากนัก แต่ถ้ามีใครได้รับบาดเจ็บเพียงคนเดียว ตนก็รับไม่ได้ สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าไปดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน อยากจะฝากให้พวกเราช่วยกันคิดว่า เราจะแก้ไขปัญหาความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างไร จะให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือทหาร เพียงอย่างเดียวคงไม่พอ เราต้องแก้ไขปัญหาแบบองค์รวม ทุกคนต้องมีส่วนร่วม อยากฝากไปยังทุกคน ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์เช่นครั้งนี้ อยากได้ภาพจากประชาชนด้วย เมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติให้ถ่ายรูปเก็บไว้ หากต้องการได้หลักฐานเพิ่มเติมจะได้ส่งมาให้ตำรวจได้บ้าง

ชมตำรวจจับได้ไม่ถึง 24 ชม.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ได้สั่งการไปยัง ผบ.ตร. รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง เพื่อให้ช่วยการทำงาน เป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คนในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง แสดงให้เห็นว่าทุกคน ทุกฝ่ายเต็มที่ในการทำงาน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวน ยืนยันได้ว่าจับกุมผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจนจากกล้องซีซีทีวี จากวัตถุพยานต่างๆ ขณะนี้อย่าเพิ่งสรุปว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร สาเหตุอะไร แต่อยากให้ทุกคนได้คิดกันว่า ทำไม 5 ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์อย่างนี้แทบไม่มีเลย แล้วทำไมมามีเหตุอย่างนี้ในช่วงนี้ ดังนั้น ต้องมองสถานการณ์ในวันนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น ต้องกลับไปทบทวนว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับใครบ้าง ในอดีตที่ผ่านมามีหลายอย่างที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเก่าๆอยู่บ้าง แต่ตนยังไม่ได้ตัดประเด็นอะไรไปเลย สิ่งที่เราต้องช่วยกันคือจะทำอย่างไรให้ประเทศเราปลอดภัยกว่านี้ ตราบใดก็ตามที่ยังมีคนไม่ดีอยู่เหตุการณ์เหล่านี้ก็พร้อมจะเกิดขึ้นตลอดเวลา

ชี้ยังไม่จำเป็นใช้ ก.ม.พิเศษ

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 9 ครั้ง 5 จุด คืบหน้าเป็นลำดับ เพียงแต่ขอร้องว่าสื่อต่างๆอย่าเพิ่งขยายความ อย่าไปสอบถามคนที่ไม่เกี่ยวข้องมากนัก เพราะแต่ละคนมีความคิดเห็นแตกต่างกันอยู่แล้ว ถามกันมาก เรื่องราวไปกันใหญ่โต จะทำให้กระบวนการมันเสียหาย ขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งสักอย่าง จะด้วยอะไรก็แล้วแต่คือสรุปว่ามีคนไม่ดีกระทำการนี้ขึ้นมา เดี๋ยวสอบสวนออกมาเองว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มไหน ทุกฝ่ายอยู่ระหว่างดำเนินการอย่างเต็มที่ ส่วนที่มองว่ามีกลุ่มคนขึ้นมาเพื่อให้เกิดเหตุอย่างในพื้นที่ข้างล่าง มันก็ไม่ใช่ซะทีเดียว อย่าลืมว่าเป็นการใช้บริการก็มี อย่างเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็มีบทเรียน ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษ เพราะกฎหมายปกติก็ดีอยู่แล้ว การสืบสวนสอบสวนก็ใช้กระบวนการปกติอยู่แล้ว ส่วนเรื่องคุมเข้ม เมื่อมีเหตุการณ์ไม่ปกติก็ต้องคุมเข้มอยู่แล้วคือ เพิ่มมาตรการให้เข้มงวดขึ้น ในการรักษาพื้นที่ที่เป็นสัญลักษณ์

บิ๊กแป๊ะยันระเบิดเชื่อมโยง 2-3 จุด

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ เบื้องต้นเชื่อมโยงกันบางจุดอย่างน้อย 2-3 จุด แต่เหตุในพื้นที่ สน.หัวหมาก ยังไม่ชัดเจน กลุ่มคนร้ายมีประสบการณ์อยู่แล้ว มีการเข้ามาดูพื้นที่ก่อน ขณะนี้ผู้ที่เราควบคุมตัวอยู่เป็นเพียงผู้ต้องสงสัย ส่วนประเด็นที่เกิดขึ้นยังบอกไม่ได้ เพราะยังไม่มีความชัดเจน เหตุในการก่อเหตุก็ยังไม่ทราบ แต่กลุ่มคนเหล่านี้เคยขึ้นมาที่หัวหิน ขณะนี้ตัวค่อนข้างชัดเจนกว่าเป็นกลุ่มที่ขึ้นมาจากนั้น เมื่อตรวจสอบจากถิ่นที่อยู่ เมื่อก่อเหตุเสร็จได้เดินทางโดยรถกลับถิ่นฐาน ส่วนจะมีผู้ร่วมก่อเหตุอีกกี่คน อย่าเพิ่งไปคาดเดา เพราะอาจจะทำให้คลาดเคลื่อน เอาเป็นว่าเบื้องต้นได้ควบคุมตัวไว้ 2 คน จากนี้จะได้ดำเนินการขยายผลต่อ

ไม่หนักใจ มอบบิ๊กช้างหัวหน้าทีมสืบ

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า คดีนี้ไม่หนักใจ เนื่องจากมีประสบการณ์อยู่ก่อนแล้วว่าจะต้องทำอะไร ที่ผ่านมาไม่ได้ประมาท แต่คนที่เขาใช้เป็นกลุ่มคนหน้าใหม่ทั้งนั้น ดังนั้นฐานข้อมูลไม่อยู่ในระบบ จากนี้จะยกร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน มี พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าคณะทำงานสืบสวนสอบสวน คณะทำงานชุดเดียวกับที่เข้าคลี่คลายคดีที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ และที่แยกราชประสงค์ ส่วนจะเป็นการก่อเหตุเพื่อยกระดับการสร้างสถานการณ์หรือไม่ ไม่แน่ใจ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังควบคุมสถานการณ์ได้ ให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนทุกคนได้ว่า การท่องเที่ยว และทุกอย่างยังเหมือนเดิม แม้ฝ่ายตรงข้ามจะพยายามปล่อยข่าว ขอให้เชื่อมั่นเพราะเราดำเนินการไปเยอะมาก เพียงแต่ไม่ได้ออกมาให้ข่าว หากให้เปรียบเทียบกับคดีอื่นๆ คดีอื่นๆยังหนักกว่านี้ เรายังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่เราอย่าตกใจ เชื่อว่าในความรู้สึกของคนร้ายต้องคิดว่าเขาหนีรอดแล้วด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็ไม่รอด ทั้งที่มีการเปลี่ยนชุดหลายครั้ง ถึงตรงนี้เขาไม่รู้หรอกว่า เขาพลาดตรงจุดไหน

บิ๊กป้อมฟันธง สร้างสถานการณ์

อีกด้านหนึ่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุระเบิดป่วนเมืองว่า ข้อมูลยังไม่นิ่ง ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ขณะนี้ตรวจสอบได้เพียงจุดเดียวคือ สตช. จับผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน กำลังสอบสวนอยู่ ส่วนเหตุการณ์ระเบิดช่วงเช้าขอเวลาเจ้าหน้าที่สอบสวนในรายละเอียด นอกจากผู้ต้องสงสัยที่จับได้ 2 คน ยังมีพวกอื่นทำอีกหรือไม่ เมื่อถามว่าประเมินว่าเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า แน่นอน เมื่อถามว่ามีแรงจูงใจอะไรที่ทำให้เกิดการก่อเหตุในช่วงนี้ หรือเป็นเพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพิ่งหมดไป พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้เหมือนกัน ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนก่อน

มอบ “บิ๊กแป๊ะ” ผบ.เหตุการณ์

พล.อ.ประวิตรกล่าวอีกว่า มีการสั่งการให้ดูแลสถานการณ์ที่สำคัญอย่างเต็มที่ มอบหมายให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ หลังจากนี้จะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาในเรื่องดังกล่าวแต่ยังไม่กำหนดวันเวลา ส่วนจะมีความชัดเจนออกมาเมื่อไหร่ยังไม่ทราบ ต้องให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแลสถานการณ์ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นมาอีก ยังไม่ขอประเมินว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของกลุ่มใด เพราะไม่มีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมานาน ขอเวลาหาข้อเท็จจริง ให้เวลาเจ้าหน้าที่หาข่าว และทำงานก่อน

นายกฯสั่งเพิ่มมาตรการ รปภ.

ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานเหตุระเบิดเมื่อช่วงเช้าแล้ว สั่งให้ดำเนินการสอบสวน และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนก พบเห็นสิ่งผิดปกติขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ขอความร่วมมือสื่อมวลชนอย่าเพิ่งสรุปเรื่องราวในทางใด จนกว่าจะได้รับผลการสอบสวนที่ชัดเจน
ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวจากคนใกล้ชิดนายกฯว่า หลังเกิดเหตุระเบิด นายกฯได้สั่งการไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด พร้อมเพิ่มมาตรการป้องกันสถานที่สำคัญต่างๆเพื่อป้องกันเหตุร้าย ทั้งนี้ ในส่วนของทำเนียบรัฐบาลเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งการผ่านทางวิทยุสื่อสาร ให้ตรวจติดตามบริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาลอย่างใกล้ชิด และให้เพิ่มความเข้มงวดการเข้าออกของบุคคล และยานพาหนะ

“บิ๊กณัฐ” รับทราบโดนลูบคม

พ.อ.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเหตุลอบวางระเบิดหน้าป้ายสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ว่า พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม รับทราบแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ ในส่วนของกระทรวงกลาโหมยังต้องรอผลการสืบสวน ขณะที่ พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองทัพไทย กล่าวว่า ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาสาเหตุ และจับกุมผู้ที่กระทำความผิด

“ผบ.ทบ.ชี้การข่าวเตือนก่อนหน้า

วันเดียวกัน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงมีการแจ้งเตือนมาระยะหนึ่งแล้ว ได้ประสานงานทั้ง กอ.รมน. เหล่าทัพ ตำรวจ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ แต่ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดในช่วงนี้ หลังเกิดเหตุที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติตอนช่วงบ่ายวันที่ 1 ส.ค. นายกฯ สั่งการหน่วยงานความมั่นคง โทรศัพท์สายตรง ไปยัง ผบ.ตร. และ ผบ.เหล่าทัพ ให้ดูแลสถานการณ์ เหมือนนายกฯ กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ในจุดที่ 2 และ 3 ตามมา

จวกคนกลุ่มเดิมลงมือก่อเหตุ

ผบ.ทบ.กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ตั้งข้อสังเกตว่าลักษณะ เหตุการณ์รูปแบบการก่อเหตุคล้ายกับเหตุการณ์ในปี 2549 เป็นกลุ่มคนเดิมๆ แนวคิดเดิมๆ จากสำนักเดิมๆ ที่เคยระเบิดป้อมตำรวจหลายจุด สิ่งที่เป็นห่วงคือจะมีฝ่ายการเมือง หรือพวกที่ไม่หวังดีกับประเทศ มาใส่ความว่าฝ่ายความมั่นคงทำเรื่องแบบนี้เอง ทั้งที่มาจากกลุ่มเดิมๆ ความคิดเดิมๆ คนสั่งการคนเดิม แต่คนลงมืออาจเป็นคนหน้าใหม่

ขอให้มั่นใจควบคุมสถานการณ์ได้

พล.อ.อภิรัชต์กล่าวต่อว่า นี่คือสิ่งบอกเหตุทางการเมือง อาจมีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก ขอให้มั่นใจว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ขณะนี้ตำรวจจับได้ 2 คนแล้ว อยู่ระหว่างขยายผล ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก และขอความร่วมมือหากพบบุคคลหรือสิ่งต้องสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ แต่อย่าหลอกกัน เพราะยิ่งสร้างความปั่นป่วน ส่วนผู้ต้องสงสัย 2 คน ที่มาจากภาคใต้ ไม่ว่าจะเอาคนที่มาจากชายแดนภาคใต้ขึ้นมาทำหรือไม่ก็ตาม แต่คนที่อยู่เบื้องหลังยังเป็นกลุ่มเดิมๆ ไม่ต้องห่วงนายกฯ ดูแลได้ พวกเราก็ดูแลอยู่จะไม่ให้เกิดอีก เมื่อถามว่าเหตุที่เกิดขึ้นหน้าหน่วยทหาร ถือเป็นการท้าทายนายกฯ ที่คุมทหาร ตำรวจด้วยหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า อย่าเรียกว่าท้าทาย คนที่จะทำจ้องหาช่องโหว่อยู่แล้ว แต่มันเป็นสิ่งบอกเหตุว่า ต่อไปอาจมีการเอาเรื่องแบบนี้มาใช้หวังผลทางการเมือง ขอให้ประชาชนช่วยกัน อย่าให้คนไม่หวังดีเหล่านี้มาทำร้ายประเทศเราได้

ผวาข่าวระเบิด ตลาดหุ้นไทยป่วน

ส่วนบรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นไทยวันที่ 2 ส.ค.ว่า ทันทีที่เปิดตลาดดัชนีหุ้นไทยปรับตัวดิ่งลงอย่างรุนแรง ผวาข่าวการลอบวางระเบิดป่วน ทั่วกรุงเทพฯในช่วงเช้าก่อนตลาดเปิดทำการ ถือเป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมตลาดหุ้นไทยหลังจากในช่วงคืนที่ผ่านมา โดน “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯวางระเบิดตลาดหุ้นทั่วโลกไปแล้ว หลังออกมาเปิดเผยว่า สหรัฐฯจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก 10% จากสินค้ามูลค่ากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีผลวันที่ 1 ก.ย.62 ทำให้นักลงทุนกังวลกับสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯที่ยังยืดเยื้อกระทบเศรษฐกิจโลกต่อ ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลง โดยดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงต่ำสุดของวัน 1,671.97 จุด ลดลง 27.78 จุด ก่อนมาปิดทำการที่ 1,684.71 จุด ลดลง 15.04 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 82,032 ล้านบาท

คุมเข้มประชุม รมต.อาเซียน

สำหรับบรรยากาศการประชุม รมต.ต่างประเทศ อาเซียน ครั้งที่ 52 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ยังเดินหน้าต่อไปตามปกติ โดยในวันนี้ (2 ส.ค.) มี รมต.ต่างประเทศจากชาติสมาชิกอาเซียน สหภาพยุโรป และประเทศที่สำคัญๆของโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เข้าร่วมด้วย แต่เนื่องจากได้พบวัตถุต้องสงสัยที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อยู่ใกล้กับโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ ช่วงเย็นวันที่ 1 ส.ค. และเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯวันที่ 2 ส.ค. ทำให้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มอีก 1 เท่าตัว เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยทั่วบริเวณสถานที่จัดการประชุม พร้อมกับตรวจสอบพื้นที่ตามจุดต่างๆอย่างละเอียดมากขึ้น รวมถึงยกระดับการรักษาความปลอดภัยและคุ้มกันบุคคลสำคัญจากประเทศต่างๆที่มาร่วมประชุมดังกล่าวด้วย

สื่อต่างชาติประโคมข่าว

วันเดียวกัน สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์ รายงานเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ ว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน และเกิดขึ้นระหว่างไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม รมว.ต่างประเทศอาเซียน และชาติคู่เจรจา รวมถึงตัวแทนจากมหาอำนาจโลกอย่างนายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน และนายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อมุ่งเป้าโจมตีการประชุมหรือไม่

บิ๊กแป๊ะเข้มมาตรการรับมือ

เวลา 20.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า จากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นได้กำหนดมาตรการ และกำชับสั่งให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติ ได้แก่ 1. มาตรการป้องกันเหตุ เพิ่มความเข้มในการตรวจตราสถานที่สำคัญของทางราชการ เอกชน และสถานที่เชิงสัญลักษณ์ ระบบขนส่งมวลชน สถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน ห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร สถานบริการที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ จำนวนมาก สำรวจจุดเสี่ยง จุดล่อแหลม ในพื้นที่รับผิดชอบและกำหนดเป็นจุดเฝ้าระวัง ประสานแนะนำเจ้าของพื้นที่ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดในการป้องกันเหตุ รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ให้เชื่อมโยงทางยุทธวิธีใช้งานได้ตลอดเวลา

ให้ทุกหน่วยติดตามสถานการณ์

ผบ.ตร.ระบุต่อว่า ให้ทุกสถานีตำรวจเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ออกสืบสวน หาข่าวบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เข้ามาอาศัยในพื้นที่รับผิดชอบ ตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย รวมถึงการตรวจสอบร้านจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ที่สามารถนำมาก่อเหตุได้ ให้ตั้งด่าน และจุดตรวจความมั่นคงในเส้นทางต่างๆที่อาจจะมีการสร้างสถานการณ์ หรือก่อเหตุร้ายในลักษณะต่างๆ เน้นตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ เมื่อพบการกระทำความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายทุกกรณี ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้าออกราชอาณาจักร โดยเฉพาะบุคคลเฝ้าระวังหรือบุคคลต้องห้ามในบัญชีเป้าหมาย รวมทั้งตรวจสอบยานพาหนะบริเวณด่านชายแดนอย่างจริงจังให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล และสถานที่สำคัญต่างๆ ของประเทศที่มาประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน

ประสานข้อมูลกับความมั่นคง

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวต่อว่า 2.มาตรการสืบสวนให้บูรณาการและประสานข้อมูลด้านการข่าวกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และฝ่ายสืบสวน อาทิ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เร่งรัดสืบสวนหาข่าว การตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิด ข้อมูลบุคคล พยานหลักฐานต่างๆ โดยประสานข้อมูลการสืบสวน พยานหลักฐานต่างๆ กับพนักงานสอบสวน เพื่อเชื่อมโยงพยานหลักฐานกับการสอบสวนดำเนินคดี

เตรียมพร้อมในที่ตั้งทุกหน่วย

3.มาตรการเตรียมความพร้อมให้ข้าราชการตำรวจทุกหน่วย รวมทั้งชุดตรวจพิสูจน์ เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดที่ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ เตรียมความพร้อมและสามารถสนับสนุนการปฏิบัติได้เมื่อมีเหตุหรือได้รับการร้องขอ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับบัญชา ทุกระดับลงไปกำกับดูแลการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาโดยใกล้ชิด โดยให้มีการประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือน ทำความเข้าใจและแสวงหาความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนในการแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับบุคคล วัตถุต้องสงสัย และการสังเกต จดจำ

หลักสังเกตวัตถุต้องสงสัย

พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ โฆษก ตร. ฝากประชาสัมพันธ์มายังพี่น้องประชาชน หลักการสังเกตวัตถุต้องสงสัย “4 ไม่” 1.ไม่เคยเห็น 2.ไม่เป็นของใคร 3.ไม่ใช่ที่อยู่ 4.ดูไม่เรียบร้อย เมื่อพบวัตถุต้องสงสัย 1.ควรโทร.แจ้ง 191 หรือ 1599 2.ห้ามแตะต้อง 3.ตั้งสติรีบออกมาจากพื้นที่ 4.หาที่กำบัง และ 5.หากมีผู้บาดเจ็บ โทร.แจ้งสายด่วน 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันว่าพร้อมที่จะรับใช้พี่น้องประชาชนและเป็น “องค์กรบังคับใช้กฎหมาย ที่ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ระเบิดป่วนกรุงบีทีเอสช่องนนทรีอีโอดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติระเบิดแสวงเครื่องบิ๊กแดงข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 13:14 น.