ข่าว
100 year

สรุปม้วนเดียวจบ “มิตร มิตรชัย” จากแม่ยก รักต่างวัย เงินทองยุ่งเหยิง สู่เรือนจำ

ไทยรัฐออนไลน์28 ก.ค. 2562 19:39 น.
SHARE

ที่มาที่ไปเกี่ยวกับ “คดีฉ้อโกงของพระเอกลิเกคนดัง” ยังคงอยู่ในความสนใจและความสงสัยของผู้คนจำนวนมาก ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2558 ลากยาวเรื่อยมาจนถึงปี 2562 หลายคนงง หลายคนไม่เข้าใจ ทำไมวันนี้ ชะตาชีวิต “มิตร มิตรชัย” ดาวลิเกถึงดับมืด ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ไล่เรียงเอาไว้ให้เข้าใจง่ายๆ ดังต่อไปนี้

ตัวละครสำคัญของเรื่อง

1. "มิตร มิตรชัย" หรือ นายคีรีรัก สมณะบารมี คือ น้องชายของลิเกชื่อดังอย่าง "เอ" ไชยา มิตรชัย และ "แอน มิตรชัย" อายุ 25 ปี

2. น.ส.รัญชิตา สิทธาเดชานนท์ หรือ ปุ้ย เจ้าของกิจการสารหล่อลื่นเครื่องจักรกล และเครื่องยนต์ อายุ 47 ปี 

คำบอกเล่าจากทั้งสองคน

สิ่งที่ รัญชิตา บอกเล่า
- รัญชิตา ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะข่าวเด่นเมื่อปี 2558 ว่า เธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ มิตร มิตรชัย และไม่ใช่สัมพันธ์ในฐานะแม่ยก

- เธอเคยไปดู มิตร มิตรชัย เล่นลิเก 2-3 ครั้ง จากนั้นได้มีการพูดคุยกันในไลน์ส่วนตัว

- “เราคุยกันลึกซึ้ง ต่อมาก็เป็นแฟนกัน เขาบอกรักเรา และบอกว่า เขารักเรา แต่ต้องช่วยเขาก่อน เขาบอกว่าจะสร้างครอบครัวกับเรา เราจึงเต็มใจที่จะช่วย(ลงทุนตั้งคณะลิเก) ต่อมาไม่ประสบความสำเร็จ” รัญชิตา ให้สัมภาษณ์

- ต่อมา มีการประชุมเรื่องที่จะลงทุน(ผลิตลิเกออนแอร์ทีวี) ตนเองไม่เคยได้เข้าไปร่วมฟังในห้องที่มีการประชุม แม้ว่าตัวเองจะถือเงินสดหลักล้านไปให้ แต่ก็จะรออยู่ด้านนอก

- เฉพาะโปรเจกต์นี้ เธอหาเงินมาให้มิตรเกือบ 25 ล้านบาท เธอเชื่ออย่างสนิทใจ เพราะฝ่ายชายบอกว่า จะสร้างครอบครัวไปด้วยกัน และจำนวนเงินที่คิดเป็นกำไร หากเป็นไปตามที่มิตรบอก ถือว่า สมน้ำสมเนื้อ

- เธอจึงไปหยิบยืมเงินคนอื่นมา และตั้งวงแชร์ มือละ 200,000 บาท เพื่อหาเงินสดมาลงทุน

- ณ เวลานั้น ทั้งคู่ซื้อบ้านอยู่ด้วยกัน โดยบ้านเป็นชื่อมิตร แต่รัญชิตาเป็นคนจ่ายเงินดาวน์

- “มิตร รู้ดีว่า เงินที่นำมาลงทุนต้องนำไปคืน เพราะเป็นเงินที่ยืมคนอื่นมา” รัญชิตา ให้สัมภาษณ์

- “เวลาที่หาเงินให้ไม่ได้ เขาก็จะบอกว่า แยกย้ายกัน เพราะถือว่าเราไม่ช่วยเขา และจะมีปัญหาเรื่องเงินแบบนี้ตลอด” รัญชิตา ให้สัมภาษณ์

- เหตุผลที่ต้องฟ้องร้อง เพราะมิตรไม่ยอมจ่ายหนี้ตามที่ตกลงกันไว้ ทำให้เกิดดอกเบี้ยตามมามากมาย แถมยังใส่ร้ายว่าตนเป็นเมียน้อยของเจ้าหนี้อีก  

- ส่วนหนี้สินจำนวน 27 ล้าน คือ เงินที่มิตรขอไปลงทุนทำคณะลิเก ผลิตลิเกออนไลน์ และมิวสิกวิดีโอ ตนจึงไปหยิบยืมมาให้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีโปรเจกต์ใดๆ เกิดขึ้น

- สุดท้าย เกิดดอกเบี้ย รวมแล้วกว่า 35 ล้านบาท ซึ่งตนมีหลักฐานทุกอย่าง

สิ่งที่ มิตร มิตรชัย บอกเล่า
- รัญชิตา เข้ามาเป็นแม่ยกก่อน ต่อมามีการพัฒนาความสัมพันธ์จนเป็นแฟน

- มิตร มิตรชัย ยอมรับในรายการเจาะข่าวเด่นเมื่อปี 2558 ว่า คนรักของเขาคนนี้ดูแลดีทุกอย่าง แม้แต่ค่ากาแฟไม่กี่ร้อยก็โอนเงินให้, ซื้อเสื้อผ้า ซื้อเทคโนโลยี ซื้อแบรนด์เนมที่แพงที่สุดให้ เธอคนนี้ดูแลดีทุกอย่าง

- มิตร มิตรชัย ยืนยันว่า ไม่มีการกู้ยืมเงิน และไม่มีมีการลงทุนใดๆ ทั้งสิ้น เพราะว่าตัวเองเป็นเพียงแค่ตัวละครที่จะถูกนำไปแสดง

- “ผมจะยืมทำไม และทำไมต้องยืม เพราะพี่เขาดูแลผมทุกอย่าง ผมอยากได้อะไรก็ซื้อให้ผม และผมอยากรู้ว่าเงิน 35 ล้านมาจากไหน” มิตร มิตรชัย ให้สัมภาษณ์

- “เงินที่ให้ผมมา เป็นเงินที่พี่เขารับปากว่า ดูแลผม ไม่ว่าจะหลักร้อย หลักพัน หลักหมื่น หลักแสน ไม่เคยมีหลักล้าน” มิตร มิตรชัย ให้สัมภาษณ์


- มิตร มิตรชัย ยืนยันว่า ไม่เคยได้รับเงินสด ไม่เคยได้รับเงินหลักล้านจาก รัญชิตา อดีตคนรัก แต่ได้เพียงแค่มาลัยเท่านั้น

ไล่เรียงเหตุการณ์

- ส.ค. 2558 น.ส.รัญชิตา แจ้งความที่ สภ.คูคต เอาผิด มิตร มิตรชัย พระเอกลิเก ในข้อหาฉ้อโกงเงิน 35 ล้านบาท ต่อมา มิตร มิตรชัย ปฏิเสธว่าไม่ได้ฉ้อโกงตามที่ถูกกล่าวหา

- ต.ค. 2558 มิตร มิตรชัย เข้าพบตำรวจกองปราบ ขอคำปรึกษาข้อกฎหมาย เกี่ยวกับกรณีที่ถูกนายตำรวจรายหนึ่งข่มขู่กรรโชกทรัพย์

- การเข้าพบตำรวจในครั้งนี้ มิตร ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้คบหาดูใจกับสาวใหญ่คนหนึ่ง ซึ่งทราบภายหลังว่าเธอเป็นคนสนิทของนายตำรวจคนหนึ่ง(ยศ พ.ต.อ.) จึงพยายามตีตัวออกห่าง แต่นายตำรวจคนดังกล่าวทราบเรื่องและไม่พอใจ

- มิตร มิตรชัย ยังระบุอีกว่า นายตำรวจนายนี้พูดจาข่มขู่ ไม่ให้ตนยุ่งกับสาวใหญ่ และยังขู่บังคับให้เซ็นยอมรับหนี้ก้อนโต จำนวน 35 ล้านบาท หากไม่ยอมเซ็น เขาจะเปิดโปงความสัมพันธ์ และส่งคนไปทำร้ายครอบครัว ตนจึงยอมเซ็นรับสภาพหนี้

- พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บังคับการกองปราบปราม(ตำแหน่ง ณ สมัยนั้น) ออกมาให้ความเห็นว่า หากข้อเท็จจริงตรวจสอบพบว่า ไม่มีมูลหนี้จริง ก็ไม่ต้องรับสภาพหนี้ สัญญาดังกล่าวจะถือเป็นโมฆะ

- ม.ค.2559 ศาลจังหวัดธัญบุรี นัดทั้งคู่ไกล่เกลี่ย คดีฉ้อโกงเงินจำนวน 35 ล้านบาท แต่ทั้งสองฝ่ายไม่ประสงค์ไกล่เกลี่ย ซึ่งในวันนั้น รัญชิตา ระบุกับสื่อที่ปักหลักรอทำข่าวว่า “ตนไม่ได้อยากให้เรื่องบานปลายขนาดนี้ เพราะอายที่หลงผู้ชายจนโดนหลอกหมดเนื้อหมดตัว ถึงขั้นถูกฟ้องล้มละลาย” 

- ส.ค.2559 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ มิตร มิตรชัย มีความผิดฐานฉ้อโกง ก่อนตัดสินให้จำคุก 6 ปี โดยไม่รอลงอาญา พร้อมชดใช้เงิน 27 ล้านบาท จากนั้น ทนายความของมิตร ได้ยื่นโฉนดที่ดินมูลค่า 3.5 ล้านบาท ประกันตัว มิตร มิตรชัย โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว พร้อมมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ

- รัญชิตา ระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มิตร มิตรชัย ไม่เคยใช้หนี้แม้แต่บาทเดียว แต่ได้มีการเข้ามาเจรจาขอใช้หนี้ ขอลดหย่อนหนี้จาก 27 ล้าน เหลือหลักแสน ทำให้การเจรจาไม่ลงตัว

- มิ.ย.60 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น มิตร มิตรชัย จึงยื่นฎีกา

- 25 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดธัญบุรีอ่านคำพิพากษาศาลฎีกายืนตามศาลชั้นต้นว่า “มิตร มิตรชัย” มีความผิดจริง พิพากษาให้จำคุกจำเลย 6 ปี โดยไม่รอลงอาญา พร้อมชดใช้เงินกว่า 27 ล้านบาทให้แก่โจทก์

- มิตร มิตรชัย ถูกควบคุมตัวไปยังเรือนจำธัญบุรีทันที

- นายบุญมี วิบูลย์จักร ผู้บัญชาการเรือนจำธัญบุรี ระบุว่า ในช่วงแรกๆ มีอาการซึมเศร้า แต่กำชับเจ้าหน้าที่ในแดนแรกรับคอยดูแลพูดคุยให้คลายกังวลลงบ้าง โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาให้ นายคีรีรัก (มิตร มิตรชัย) ปฏิบัติตัวเหมือนผู้ต้องขังทั่วไป ทั้งอาบน้ำ กินข้าว สวดมนต์และออกกำลังกาย เพื่อจะได้ปรับตัวให้ได้เร็วๆ หลังจากนี้ประมาณ 30 วัน จึงจะจำแนกไปแดนอื่น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มิตร มิตรชัยคีรีรัก สมณะบารมีคดีมิตร มิตรชัยคดีฉ้อโกง มิตร มิตรชัยข่าวร้อนข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้