“ปัญหาที่สร้างความรำคาญใจให้กับคุณ
ไม่ว่าจะเป็น น้ำไม่ไหลไฟดับ, ขยะล้นถัง, ฝาท่อปิดไม่สนิท, ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ
หรือปัญหาอื่นๆ คุณสามารถแก้ได้ด้วยเทคโนโลยีในมือคุณ”
ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม นักวิจัยอาวุโสห้องปฏิบัติการวิจัยระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)

วันอาทิตย์ยามเย็น ระหว่างมื้ออาหาร ผู้สื่อข่าวเหลือบไปเห็นเพื่อนคนสนิท กดเข้าไปในแอปพลิเคชันไม่คุ้นตา พร้อมส่งรูปฝาท่อแตกเข้าไปในแอปฯ ดังกล่าว บทสนทนาของผู้สื่อข่าว และเพื่อนซี้ จึงเริ่มขึ้น

ผู้สื่อข่าว : ทำอะไร ทำไมต้องส่งรูปเข้าไปในนี้?
เพื่อน : ส่งเข้าไป สักพักจะมีคนมาซ่อมให้ไง กลัวคนเดินไม่ระวังแล้วเขาตกลงไปในท่อ เป็นไง เราเป็นคนดีมั้ย (หัวเราะ)
ผู้สื่อข่าว : แล้วรู้ได้ไงว่าจะมีคนมาซ่อมให้?
เพื่อน : ก็เคยทำแบบนี้มาแล้ว ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไร ส่งรูปถนนเป็นหลุมเข้าไปในแอปฯ ปรากฏว่า เทศบาลมาซ่อมให้จริง เออว้าวดี
ผู้สื่อข่าว : ไหน ต้องเข้าไปในไหน?
เพื่อน : “ทราฟฟี่ อะไรไม่รู้อะแก”

เพื่อนของผู้สื่อข่าวเรียกแอปฯ หนึ่งแบบนั้น พร้อมกับชี้ไปที่แอปฯ หน้าตาสีน้ำตาล ที่มีชื่อว่า Traffy Fondue (ทราฟฟี่ ฟองดู) และเมื่อผู้สื่อข่าวกดเข้าไปส่องแอปฯตัวนี้อยู่ชั่วครู่ จึงได้รู้ว่า มีผู้แจ้งปัญหาสารพัดเข้ามาในแอปฯดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นน้ำไม่ไหลไฟดับ ขยะกองพะเนิน มิหนำซ้ำยังมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไขปัญหาให้เรียบร้อย พร้อมแนบภาพยืนยันการแก้ไขเสร็จสิ้นส่งมาให้ผู้แจ้งปัญหาได้ดู เพื่อความสบายใจอีกด้วย

“ส่งปัญหาเข้าไป แล้วได้รับการแก้ไขจริง” นี่คือสิ่งที่ผู้สื่อข่าวสนใจ แต่แอปฯ นี้ทำได้อย่างไร ใครอยู่เบื้องหลัง ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ พาไปดู

ผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีสร้างสรรค์ที่เนรมิตความสะอาดสะอ้านให้บ้านเมือง คือ ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม นักวิจัยอาวุโสห้องปฏิบัติการวิจัยระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และทีมงานอีก 6 ท่าน

ที่มาแนวคิด “แจ้งปัญหา - แก้ไข - บริหารชุมชนได้อย่างมีศักยภาพ” มาจากไหน?

ดร.วสันต์ เริ่มอธิบายให้เราเห็นภาพว่า “ในปัจจุบัน การแจ้งปัญหาต่างๆ มักเป็นไปในลักษณะโทรแจ้ง, เขียนเป็นเอกสาร, เดินทางไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบอกเล่าถึงปัญหาที่ตนเองพบ ซึ่งทำให้เสียเวลา และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

“โดยกระบวนการต่อมา หลังมีการแจ้งปัญหาไปแล้ว คือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปแก้ไข แต่อุปสรรคของเจ้าหน้าที่ก็คือ ก่อนเดินทางไป พวกเขาไม่ได้เห็นภาพปัญหาที่แท้จริง และที่สำคัญที่สุด คือ แจ้งแล้ว แต่อาจไม่ได้รับการแก้ไข หรือแจ้งแล้ว แต่ไปแก้ไขผิดจุด โดยครั้งหนึ่งผมได้ลงพื้นที่ไปกับชุมชน ซึ่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่า มีชาวบ้านแจ้งว่า ไฟดับหน้าวัด แต่เจ้าหน้าที่ไปซ่อมแซมให้ช่วงกลางวัน จึงทำให้ซ่อมผิดหลอด”

ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม นักวิจัยอาวุโสห้องปฏิบัติการวิจัยระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)
ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม นักวิจัยอาวุโสห้องปฏิบัติการวิจัยระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)

...

“หากจะให้เห็นภาพอีกมุมที่เป็นเรื่องใกล้ตัวคุณ ก็คือ วันหนึ่งคุณอาจเดินผ่านท่อที่ปิดไม่สนิท หรือถนนที่พังเสียหาย คุณก็ทำได้แค่เดินผ่านไป แต่ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น”

“เมื่อเรามองเห็นถึงปัญหา การพัฒนาเทคโนโลยีจึงเกิดขึ้น ซึ่งเรามองว่า ทุกคนมีโทรศัพท์มือถือ เพราะฉะนั้น ทุกคนจึงเป็นผู้ที่ให้ข้อมูล(ปัญหา) เพื่อนำไปสู่การแก้ไขได้” ดร.วสันต์ กล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น

...

หัวใจสำคัญของ Traffy Fondue

โดยหัวใจสำคัญของแอปฯ ดังกล่าวนั้น ดร.วสันต์ ระบุว่า มี 3 ส่วน ดังต่อไปนี้

1.ประชาชน ผู้พบปัญหา - บุคคลท่านนั้นๆ อาจได้รับผลกระทบด้วยตนเอง หรือกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อคนอื่น แต่สุดท้ายปัญหาที่เขาพบจะได้รับการแก้ไข

2.เจ้าหน้าที่ ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรง - ด้วยความที่มีหน้าที่แก้ปัญหา แต่ด้วยภาระหน้าที่ต่างๆ อาจทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถสอดส่องดูแลได้ทั่วทุกพื้นที่ที่รับผิดชอบ ดังนั้น แอปฯ ดังกล่าวจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างมีศักยภาพ และตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุด

“ในอีกแง่หนึ่ง ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ท่านนั้นๆ จะสามารถทราบว่า เจ้าหน้าที่ในสังกัดของตนเอง ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาใดๆ ไปบ้างแล้ว และในแต่ละวัน เจ้าหน้าที่ภายในสังกัดทำงานใดๆ บ้าง” ดร.วสันต์ ขยายความ

3.ผู้บริหาร - ไม่ว่าจะเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด, นายกเทศบาล, นิติบุคคล, ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรม และผู้บริหารในภาคฝ่ายต่างๆ ของชุมชน สามารถรับทราบถึงปัญหา และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทันท่วงที อีกทั้งภายในแอปฯยังมีการเก็บข้อมูลในรูปแบบสถิติ ซึ่งข้อมูลดังกล่าว ผู้บริหารสามารถนำมาวิเคราะห์ เพื่อแก้ไข และไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำอีก

...

ขั้นตอนการใช้งาน

ขณะที่ วิธีใช้งานของแอปพลิเคชัน Traffy Fondue นั้น ดร.วสันต์ ยืนยันว่า ง่ายดายเป็นอย่างมาก โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1.ผู้ใช้งาน เข้าสู่ระบบ
2.ผู้ใช้งาน ถ่ายภาพ ระบุประเภทปัญหา แจ้งรายงานปัญหา
3.หน่วยงานผู้ดูแล ได้รับแจ้งเตือนปัญหา รับเรื่อง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมดำเนินการแก้ไข
4.ผู้ใช้งาน ได้รับแจ้งเตือนสถานะการแก้ปัญหาของหน่วยงานผู้ดูแล

ชมวิดีโอสอนวิธีการใช้งาน ที่นี่

Traffy Fondue ใช้แล้ว ใครได้ประโยชน์?

สำหรับประชาชน

- ปัญหาที่คุณพบได้รับการแก้ไข โดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลา ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการแจ้งเรื่องร้องทุกข์
- ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาที่พบได้ทันที โดยสามารถโหลดแอปฯ ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
- ภายในแอปฯ มีระบบแจ้งเตือนสถานะการแก้ปัญหาถึงผู้รับผิดชอบ และผู้ติดตามแบบอัตโนมัติ โดยแบ่งเป็น 1.รอดำเนินการ 2.กำลังดำเนินการ และ 3.เสร็จสิ้น
- ประชาชนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเมืองและพื้นที่ต่างๆ
- ในกรณีที่คุณไม่ได้ติดตั้งแอปพลิเคชัน Traffy Fondue เอาไว้ในโทรศัพท์มือถือ คุณสามารถกดเข้าไปที่ไลน์แอด Traffy Fondue เพื่อแจ้งปัญหาที่คุณพบผ่านแชตไลน์ ซึ่งช่องทางนี้ก็จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปแก้ปัญหาให้คุณเช่นกัน

สำหรับเจ้าหน้าที่
- ระบบจะนำทางไปยังจุดที่เกิดปัญหา
- เจ้าหน้าที่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
- เจ้าหน้าที่สามารถประหยัดเวลา และลดขั้นตอนในการทำงานได้

สำหรับเจ้าหน้าที่ และผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง
- บริการข้อมูลทางสถิติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การวางแผนงบประมาณ และกำลังคนให้กับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
- หน่วยงานของรัฐและเอกชน สามารถเข้าใช้งานแอปฯ เพื่อรับแจ้งและบริหารจัดการปัญหาของตนเองได้
- นำเสนอภาพลักษณ์ที่ดีของหน่วยงาน
- หน่วยงานเจ้าของพื้นที่สามารถทราบถึงปัญหาที่พบได้บ่อยครั้ง

แอปฯธรรมดา ที่จะพลิกหน้าสังคม

ดร.วสันต์ และทีมงานผู้พัฒนาฯ บอกกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ล่าสุด ทีมงานของเรากำลังมีการเซ็น MOU กับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำแอปฯ ดังกล่าวไปใช้ในส่วนราชการน้อยใหญ่ทั่วทั้งประเทศ ซึ่งในอนาคต ทางกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดแนวทางให้หน่วยราชการส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ใช้งาน แอปฯ Traffy Fondue เพื่อแก้ไขปัญหาทุกข์สุขให้กับประชาชน โดยคาดว่า จะเสร็จสิ้นภายในปีนี้ (2562)”

“ปัจจุบันมี ผู้ใช้งานในไลน์แอด Traffy Fondue เป็นจำนวน 347 ราย และใช้งานจากแอปฯ เป็นจำนวน 543 ราย ส่วนหน่วยงานในพื้นที่ต่างๆ ที่ใช้งานแอปฯ Traffy Fondue นั้น มีจำนวน 234 ราย และมีแนวโน้มผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ” ดร.วสันต์ บอกรายละเอียดเกี่ยวกับผลงานของเขาได้อย่างแม่นยำ

“หากวันหนึ่ง แอปฯ Traffy Fondue มีผู้ใช้งานอย่างแพร่หลาย ในแง่ของการแจ้งและการบริหารจัดการปัญหา มันจะเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างมาก ปัญหาที่เกิดขึ้น ประชาชนมองเห็น ภาครัฐให้ความสำคัญ บ้านเมืองของเราจะน่าอยู่ขึ้นอีกมาก”

“เราพัฒนาแอปฯ Traffy Fondue มานานกว่า 2 ปี เราอาจจะบอกได้ว่า ความยากในการพัฒนาแอปฯ Traffy Fondue ไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่เรามองว่า สิ่งที่พวกเราพัฒนาขึ้นมา มันเปลี่ยนแปลงสังคมได้จริงๆ มันมีประโยชน์ต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนได้จริงๆ”

“ของสิ่งหนึ่งจะมีประโยชน์ เมื่อมันตอบโจทย์ เมื่อมันแก้ปัญหา ฉะนั้น ไม่ว่าเราจะทำของสิ่งใดขึ้นมาใช้ก็ตาม มันจะมีคุณค่าในตัวของมันเองก็ต่อเมื่อมันสามารถแก้ปัญหา หรือตอบโจทย์ผู้ใช้ได้”

“ยกตัวอย่างเช่น น้ำ หากคุณให้ผมกินน้ำตอนที่ผมไม่กระหาย น้ำก็ไม่ได้มีความสำคัญสำหรับผม หากคุณนำน้ำไปวางไว้ตอนที่ผมเหนื่อยล้า น้ำก็จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายผม ทั้งๆ ที่มันก็เป็นน้ำเหมือนเดิม แต่แค่ไปอยู่ในสถานที่ที่มันมีความสำคัญ” ดร.วสันต์ ทิ้งท้าย.

------------

อย่างไรก็ดี ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม หัวหน้าทีมวิจัยและทีมผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน Traffy Fondue จากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ เนคเทค มีดังต่อไปนี้

นายณพงศ์ วาณิชยพงศ์
นายอรรถพล ก้อมมังกร
นายสุเมธ ปานกวีรัตน์
นายอัครพล ปิยวินท์
นายกมนัช พรหมบำรุง
นายก้องเกียรติ คันทะศรี