ข่าว
100 year

เชือด 7 ตำรวจ เข้ากรุ บก.น.9 พิษยำ "ไอ้คลั่ง"

ไทยรัฐฉบับพิมพ์12 ก.ค. 2562 05:11 น.
SHARE

คลิปตำรวจฝ่ายปราบปราม สน.หลักสอง ทำร้ายผู้ต้องหาคลั่งยาเสพติดพ่นพิษ ผบก.น.9 สั่งย้ายตำรวจ 7 นาย มีทั้งระดับ สวป. รอง สวป.และชั้นประทวน เข้ากรุ ศปก.บก.น.9 ขาดจากตำแหน่งเดิม พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ถ้าพบผิดจริงจะถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา “ผบช.น.” ฉุนกึก รับภาพที่ปรากฏค่อนข้างชัดเจน ต้องไปตรวจร่างกายผู้ต้องหาที่เรือนจำว่าเจ็บแค่ไหน เบื้องต้นพบผู้ต้องหาฉี่สีม่วงและมีประวัติถูกจับคดียาเสพติด ด้าน ผกก.สน.หลักสอง

แฉเหตุตำรวจฟิวส์ขาด เพราะผู้ต้องหาที่ตัวใหญ่ขัดขืนการจับกุม ด่าทอ และพ่นน้ำลายใส่ตำรวจมาตลอดทางก่อนถึงโรงพัก กรณีเพจ “เห็บหมา” เผยแพร่ภาพผ่านโลกออนไลน์ ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปราบปราม สน.หลักสอง ทำร้ายผู้ต้องหาที่ถูกใส่กุญแจมือไพล่หลัง บนรถกระบะไปจนถึงตัวอาคารโรงพัก ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 ก.ค. พ.ต.อ.อรรถวุฒิ นิวาตโสภณ ผกก.สน.หลักสอง เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 ก.ค. หลังตำรวจรับแจ้งเหตุว่า มีคนเมายาหรือสารเสพติดอาละวาดในวัดบุณยประดิษฐ์ (วัดใหม่บุญน่วม) ถนนพุทธมณฑลสาย 2 เมื่อไปถึงพยายามจับกุมนายคณาพจน์ อินเรือน อายุ 33 ปี แต่ผู้ต้องหาต่อสู้ขัดขืน ประกอบกับเป็นคนรูปร่างใหญ่ทำให้การจับกุมเป็นไปด้วยความยากลำบาก ขณะนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถมายังโรงพักยังด่าทอเจ้าหน้าที่และถ่มน้ำลายใส่มาตลอด เมื่อถึงสถานีตำรวจเจ้าหน้าที่หมดความอดทนทำให้เกิดเหตุตามคลิป

“เบื้องต้น ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีมีสารเสพติดในร่างกายแล้ว และสั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ทำร้ายชายในคลิปว่า ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ อยู่ระหว่างรอผลการสอบสวน หากพบว่ามีความผิดจริงจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ยืนยันว่าจะไม่ปกป้องลูกน้องเด็ดขาด” ผกก.สน.หลักสองกล่าว

พ.ต.อ.อรรถวุฒิกล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผบก.น.9 ออกหนังสือคำสั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 ที่ 126/2562 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ระบุว่า ด้วย พ.ต.ท.สันติ ประทุมรัตน์ สวป.สน.หลักสอง ร.ต.อ.วิชาญ ชุ่มช่วง รอง สวป.ฯ ร.ต.อ.ภิญโญ ทั่งถิน รอง สวป.ฯ ด.ต.สมชาย ด้วงมูล ผบ.หมู่งานป้องกันปรามปราบ ส.ต.ท.กิตติธัช ปานันต๊ะ ผบ.หมู่งานป้องกันปรามปราบ ส.ต.ท.อนุชา วิชัยคำจร ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปรามและ ส.ต.ท.สัญญา ใจจันทร์ ผบ.หมู่งานจราจร ปฏิบัติหน้าที่ ผบ.งานป้องกันปราบปราม รวม 7 นาย ไปช่วยราชการ ศปก.บก.น.9 โดยขาดจากต้นสังกัดจนกว่าจะสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น อีกทั้งยังแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว มี พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช รอง ผบก.น.9 เป็นประธานกรรมการสอบสวน

ที่ บช.น.วันเดียวกัน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ล่าสุด พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผบก.น.9 มีคำสั่งให้ตำรวจที่ปรากฏในคลิปวิดีโอทั้งหมด 7 นายไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 (ศปก.บก.น.9) และตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ตนยืนยันว่า การกระทำแบบนี้ถือว่าผิด มีบทลงโทษแน่นอน ตำรวจทั้ง 7 นายไม่มีสิทธิ์ทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา เพราะไม่เป็นไปตามขั้นตอนการควบคุม และภาพที่ปรากฏค่อนข้างชัดเจน จะต้องตรวจร่างกายผู้ต้องหารายนี้ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำด้วยว่า บาดเจ็บมากน้อยเพียงใด เพื่อนำมาประกอบการสอบสวนตำรวจชุดนี้ สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกทำร้ายจากการตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง และเคยมีประวัติถูกจับเกี่ยวกับยาเสพติดมาแล้ว ถึงแม้จะเป็นผู้ต้องหาต้องให้ความเป็นธรรม

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจตามหลักยุทธวิธี จะคำนึงถึงความปลอดภัยและระดับการใช้กำลัง ขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่การจับกุม การตรวจค้น การควบคุมผู้ต้องหาที่ผ่านมา ตำรวจเองไม่มีเจตนาทำให้ผู้ถูกจับกุมหรือประชาชนได้รับบาดเจ็บ กระทบสิทธิขั้นพื้นฐานตามหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้สังคมเกิดความสงบเรียบร้อย แต่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมโปร่งใสตอบคำถามสังคมได้

“ขณะนี้ พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผบก.น.9 สั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ต้องดูข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องและพฤติการณ์ของผู้ต้องหาว่า ขัดขืนการจับกุม ต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หากผลการสืบสวนพบว่า มีข้อบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่หรือเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ จะดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เน้นย้ำการปฏิบัติมาตลอด ถึงการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระทำที่จะกระทบต่อสิทธิมนุษยชน ให้ทำตามอำนาจหน้าที่ตามกรอบที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น อาศัยหลักยุทธวิธีเพื่อประเมินระดับการใช้กำลัง และเน้นย้ำให้หมั่นฝึกทบทวนการปฏิบัติตามยุทธวิธีอยู่เสมอเพื่อให้เกิดความเคยชิน ลดการสูญเสียและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ต้องยึดหลักกระทำตามอำนาจหน้าที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และใช้หลักยุทธวิธีตำรวจควบคู่กันไป” พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ย้ายตำรวจหลักสองยาเสพติดทำร้ายผู้ต้องหาเพจเห็บหมาอรรถวุฒิ นิวาตโสภณข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้