ถึงแม้ว่า "พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547" และระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยวิธีการเสริมสร้างและพัฒนาให้ข้าราชการตำรวจมีวินัยและป้องกันมิให้ข้าราชการตำรวจกระทำผิดวินัย พ.ศ.2549 ได้กำหนดมาตรฐานการลงโทษวินัยอย่างไม่ร้ายแรง และได้กำหนดโทษเกี่ยวกับความสัมพันธ์ฉันชู้สาว
ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ขอย้อนข้อมูลลงไล่เรียงเป็นข้อๆถึงรายละเอียด "พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547" รวมทั้งสิ้น 5 ข้อ นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขแนวทางการลงโทษทางวินัยร้ายแรง เกี่ยวกับความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ในข้อ 10.1 จากเดิมว่า "เป็นชู้หรือมีชู้กับภรรยาหรือสามีผู้อื่น" (ปลดออกหรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี)
ข้าราชการตำรวจคบชู้ ต้องเจออะไรบ้าง
1. ข้าราชการตำรวจเกี่ยวข้องกับหญิงอื่น หรือชายอื่น โดยที่ตนเองมีภรรยา หรือมีสามีอยู่แล้ว และเกิดเรื่องเสื่อมเสีย โดนกักขัง 30 วัน 2. ได้หญิง หรือชายเป็นภรรยา หรือสามีแล้วไม่เลี้ยงดู และเกิดเรื่องเสื่อมเสีย หรือเสียหาย โดนกักขัง 30 วัน 3. จดทะเบียนสมรสซ้อน โดนกักขัง 30 วัน 4. ไม่เลี้ยงดูคู่สมรสและบุตร และไม่ยกย่องฐานานุรูป โดนกักขัง 30 วัน
5. ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในใบสำคัญการหย่าเกี่ยวกับการอุปการะบุตร ความผิดครั้งแรก ภาคทัณฑ์ ความผิดครั้งที่สอง ไม่ว่าจะเป็นการหย่ารายเดียวกันหรือไม่ก็ตาม กักยาม 3 วัน และความผิดครั้งที่สามและครั้งต่อไป กักยาม 3 วัน และพิจารณาตั้งกรรมการสอบสวน ม.101 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 อ่านข้อมูลทั้งหมดตรงนี้
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2552 ยังมีการแก้ไขแนวทางการลงโทษทางวินัยร้ายแรง ในข้อ 10 เกี่ยวกับความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ในข้อ 10.1 จากเดิมว่า "เป็นชู้หรือมีชู้กับภรรยาหรือสามีผู้อื่น" (ปลดออกหรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี) เป็น "ชู้หรือมีชู้ หรือมีพฤติการณ์เป็นชู้หรือมีชู้กับภรรยาหรือสามีผู้อื่น" (ปลดออกหรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี) อ่านข้อมูลทั้งหมดตรงนี้
ถูกเมียน้อยข้าราชการสาว ท้าทายใส่
ทีมข่าวได้รับข้อมูลจากน้องฟ้า ซึ่งเป็นภรรยาหลวงและถูกสามีนอกใจ โดยน้องฟ้าระบุว่า "สามีเราเป็นตำรวจที่ภูเก็ตมานานเกือบ 10ปี มีลูกด้วยกัน ชีวิตเคยมีความสุขมาก จนกระทั่งผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในชีวิตเขา ซึ่งผู้หญิงคนนี้ก็รับราชการมีหน้ามีตาในสังคม ส่วนเราเป็นแค่ลูกจ้างเงินเดือนไม่ถึงหมื่นบาท"
เรารับภาระหนักมาก ไม่มีคนช่วยผ่อนบ้านผ่อนรถ ค่าเล่าเรียนลูกสามีก็ไม่ส่งเสีย ตั้งแต่ไปติดพันผู้หญิงคนนั้น เงินที่เคยให้เราใช้ก็ไม่เคยถึงมือ รู้สึกทุกข์ระทมใจ เพราะเขาทั้งคู่ทำอะไรกันโจ่งแจ้ง ไม่คิดถึงศีลธรรม ทั้งที่ผู้หญิงก็รับราชการ และรู้แก่ใจว่าสามีเรามีครอบครัวแล้ว เราเคยขอให้ผู้หญิงเลิกยุ่งกับสามี แต่ถูกปฏิเสธกลับมาด้วยท่าทีที่ท้าทายอย่างสม่ำเสมอ เราต้องนอนกอดลูกร้องไห้ทุกคืน และเป็นแบบนี้มาตลอดระยะเวลานานนับปี
สามีตำรวจ บังคับให้เซ็นใบหย่า
"ทุกครั้งที่โทรมาหาเรา สามีจะบังคับขู่เข็นให้ไปหย่า พร้อมบอกเหตุผลว่าจะไปอยู่กิน สร้างครอบครัวมีลูกกับหญิงสาวที่รับราชการคนนั้น อยากมีลูกร่วมกันใหม่ เพราะเขาภาษีสังคมดีกว่า สวยกว่า เราก็แค่พนักงานกระจอกๆจนๆ หาเช้ากินค่ำ อยากจะให้เราปล่อยเขาไปใช้ชีวิตกับคนที่เค้ารัก โดยไม่พูดถึงการส่งเสียเลี้ยงดูลูก เราควรทำอย่างไรดี นอกจากเราต้องเสียพ่อของลูกที่แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว"
เรายังต้องแบกรับภาระ ทุกอย่างในบ้าน มันหนักมากสำหรับผู้หญิงที่เงินเดือนไม่สูงอย่างเรา รู้มาตลอดว่าตำรวจเจ้าชู้ แต่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับสามีตัวเอง หลงข้าราชการผู้หญิงคนนั้นจนไม่สนใจอนาคตของลูก หันหน้าไปพึ่งใครไม่ได้แล้ว เขาจะบีบให้เราหย่าอย่างเดียว
ผู้บังคับบัญชาช่วยเหลือตลอด
"ตอนนี้รู้สึกปลงว่าคงต้องเสียสามีไปจริงๆ เพราะเคยพยายามอ้อนวอนขอให้ช่วยส่งเสียเลี้ยงดูลูก และผ่อนค่าบ้าน ค่ารถ จ่ายค่าเทอมลูก เขาดึงดันอย่างเด็ดขาดว่าไม่มีความจำเป็นต้องส่งเสีย จนกว่าดิฉันจะยอมเซ็นใบหย่าให้ แต่ก็ไม่รู้สึกมั่นใจว่า ถ้าเซ็นไปแล้ว เขาจะส่งเสียเลี้ยงดูลูกตามที่ตกลงหรือไม่"
ตอนนี้เราหยุดดำเนินการร้องเรียนแล้ว เพราะว่าเรื่องไม่คืบ ส่งเอกสารไปทั้งที่ทำงานผู้ชายและผู้หญิง เรื่องก็หายเงียบ ที่ไม่มีความคืบหน้า ตอนนี้ต้องอยู่แบบอดมื้อกินมื้อ บ้านรถคงจะต้องถูกยึดเร็วๆ นี้ เพราะสามีไม่ส่งเสียเงิน ลำพังตัวเองถือได้ว่าเป็นพนักงานจนๆ บางทีก็คิดว่าอยากจะฆ่าตัวตาย แต่พอเห็นหน้าลูกก็สงสาร ต้องกัดฟันหางานเสริมทำเพื่อลูก เพราะยอมรับจริงๆ ว่าเรามันจน
ผู้หญิงมือที่ 3 รับราชการ หน่วยงานดีหน้าตาสวย
เรารู้มาตลอดว่าเขาทั้งคู่แอบคบกัน ทั้งโทรมือถือ โทรไลน์ ไปรับไปส่งกันหลากหลายสถานที่ กระทั่งปีที่ผ่านมา เขาไปซื้อบ้านซื้อรถใหม่ และควงกันออกงานอย่างเปิดเผย โดยที่ผู้ชายหายออกไปจากชีวิตเราและลูก ไม่เคยโทรหาถามไถ่ว่าลูกเป็นอย่างไรบ้าง ไม่เคยคิดว่าชีวิตเรากับลูกจะอยู่อย่างไร
"ก่อนหน้านี้เราเคยขอร้องให้ผู้หญิงเลิกกับสามีเรา พูดกับเค้าดีๆแต่เค้าก็ยังดึงดันคบต่อไป ลูกเรายังเล็กต้องมีอนาคตมีการศึกษา แต่ทั้งคู่ไม่เคยสนใจในสิ่งที่เราร้องขอ
อยากรู้ว่า กฎหมายที่ออกมา หรือ พ.ร.บ. โทษเกี่ยวกับข้าราชการคบชู้ด้วยกัน ทิ้งขว้างเมียหลวงและลูก มันมีอยู่จริงหรือ มันใช้ได้จริงไหม เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา พยายามแล้วทุกทางอย่างเงียบๆ เพราะอายคน ไม่อยากให้พ่อแม่เราต้องมารับรู้แล้วทุกข์ใจกับเรื่องเราด้วย วันนี้จึงรู้สึกได้ว่าเรายืนอยู่ตรงจุดที่มืด 8 ด้าน ไม่รู้จะทำอย่างไร นอกจากดิ้นรนเลี้ยงลูกลำพัง
ทนายเชาว์ ระบุ ยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา เมียหลวงฟ้องศาลได้
ต่อมาทางทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ติดต่อไปยัง ทนายเชาว์ มีขวด ทนายความอาสา อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ในการลงเลือกตั้งเมื่อครั้งที่ผ่านมาอีกด้วย
"จากกรณีตัวอย่าง หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า ความเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย (จดทะเบียนสมรส)นั้น ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิและหน้าที่จะต้องปฏิบัติต่อกัน สามีภริยาต้องอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา สามีภริยาต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและ ฐานะของตนในกรณีที่สามีภริยาไม่สามารถที่จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยปกติสุขได้ อีกฝ่ายหนึ่งก็สามารถยกเอาเหตุไปร้องต่อศาลได้" นายเชาว์ อธิบายให้เราฟัง
"การที่สามีไปมีหญิงอื่นถึงขั้นอยู่กินอุปการะเลี้ยงดู และยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา ตามข้อเท็จจริงที่ยกตัวอย่างมานั้นในทางกฎหมายถือเป็นเหตุฟ้องหย่าได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(1) บัญญัติว่า "เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้"
(1) สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ “และถ้าศาลพิพากษาให้หย่ากันด้วยเหตุดังกล่าว ฝ่ายภรรยามีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากสามีและหญิงอื่นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคแรก บัญญัติว่า” เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตาม มาตรา 1516 (1) ภริยาหรือสามี มีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากผู้ซึ่งได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น” นอกจากนี้สิทธิของบุตรผู้เยาว์ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูจากฝ่ายสามีผู้เป็นบิดาด้วย ซึ่งศาลจะเป็นผู้กำหนดตามความสามารถของผู้มีหน้าที่ให้รวมถึงฐานะของผู้รับและพฤติการณ์แห่งคดี แต่ละรายไป
พยานหลักฐานสำคัญมาก
ส่วนพยานหลักฐานในการฟ้องร้องก็มีความสำคัญเป็นอย่างมากที่จะนำสืบประกอบในชั้นพิจารณาเพื่อให้ศาลเห็นว่าฝ่ายหญิงอื่นที่มีชู้กับสามีเรารู้อยู่แล้วว่าสามีเรามีภรรยาหรือครอบครัวอยู่แล้ว เช่น ภาพถ่าย ภาพวงจรปิด หรือคลิปภาพ คลิปเสียง ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ พยานบุคคลที่รู้เห็น อย่างนี้เป็นต้น เพื่อให้เห็นว่ามีการอยู่กินหรือใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเปิดเผย ตามข้อกฎหมาย ไม่ใช่เพียงแต่กล่าวอ้างลอยๆ แต่ในกรณีคดีตัวอย่างที่เล่ามาถือว่ามีพยานหลักฐานที่ชัดเจนพอสมควรจึงขอแนะนำให้ภรรยาฟ้องหย่าและเรียกสิทธิต่างๆตามกฎหมายที่ได้ให้คำแนะนำเบื้องต้น
ฝ่ายหญิงเป็นข้าราชการ มีโทษไล่ออก
ในกรณีเคสตัวอย่างที่เล่ามาถือว่ามีพยานหลักฐานที่ชัดเจนพอสมควร ยิ่งฝ่ายหญิงเป็นข้าราชการด้วยแล้ว ก็จะผิดวินัยข้าราชการพลเรือน โทษมีตั้งแต่ตัดเงินเดือนจนถึงไล่ออก จึงขอแนะนำให้ภรรยาฟ้องหย่าต่อศาลเพื่อเรียกร้องสิทธิต่างๆ ตามกฎหมายและร้องเรียนพฤติกรรมของฝ่ายหญิงไปยังผู้บังคับบัญชาหรือต้นสังกัด เพื่อให้มีการสอบสวนลงโทษทางวินัยอีกโสดหนึ่ง ส่วนข้อกังวลใจว่าฝ่ายข้าราชการจะปกป้องกันเอง หากพยานหลักฐานชัดเจนอย่างนี้เชื่อว่าปกป้องยาก หากเป็นเช่นนั้นผู้บังคับบัญชาอาจถูกดำเนินคดีฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบอีกคดีหนึ่ง จึงขอแนะนำให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนที่ได้ให้คำแนะนำมาข้างต้น.