“ผบช.น.” เผย คดีทำร้ายจ่านิวคืบหน้า แต่ยังระบุตัวคนร้ายไม่ได้ ส่วนกรณีแม่จ่านิวโวย ตำรวจยื่นข้อต่อรองให้เลิกเคลื่อนไหวแลกการคุ้มครอง ยันถ้าตำรวจพูดจริงยอมขอโทษ ส่วนคดีข่าวเท็จ “บิ๊กช้าง” ตำรวจ ปอท.เรียกคนแชร์ 8 คนรับทราบข้อหาแล้ว ส่วนอีก 5 คนรวมคนทำข่าวเท็จเตรียมเข้าจับกุมเร็วๆนี้ ด้าน “เอกชัย หงส์กังวาล” หอบหลักฐานไปกองปราบฯ ขอให้โอน 9 คดีทำร้ายและเผารถตัวเองมาสอบสวนแทน บช.น. เชื่อผู้มีอิทธิพลบงการ ที่ประชุมสภาผู้แทนฯ พรรคอนาคตใหม่ตั้งกระทู้ซัก “บิ๊กป้อม” กดดันนัก เคลื่อนไหว “รมช.กลาโหม” ตอบแทน ป้องนายเปล่าห้ามเคลื่อนไหว ทำได้ถ้าอยู่ในกรอบของกฎหมาย

กรณีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว อายุ 27 ปี นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 4 คน ทำร้ายบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณปากซอยรามอินทรา 109 ตำรวจอยู่ระหว่างตามจับกุมคนร้าย ความคืบหน้าที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 10 ก.ค. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. ว่า สอบปากคำพยานไป 15-16 ปาก ส่วนการติดตามตัวคนร้ายคืบหน้าไปมากพอสมควรแต่ยังไม่สามารถระบุชื่อคนร้ายได้ ถามว่า น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ แม่นายสิรวิชญ์พูดลักษณะตำรวจยื่นข้อเสนอให้หยุดเคลื่อนไหวแล้วจะคุ้มครอง ผบช.น.ตอบว่า การยื่นเงื่อนไขต่างๆ ถ้าตำรวจพูดตนพร้อมขอโทษ จริงๆแล้วเป็นเรื่องของกรมคุ้มครองสิทธิฯจะกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ตนไปก้าวล่วงไม่ได้

ส่วนกรณีนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า มีตำรวจจาก สน.ดอนเมืองไปหาเป็นครั้งที่สอง แจ้งว่า “นาย” สั่งให้มาตรวจสอบดูว่ายังพักอยู่บ้านหลังนี้หรือไม่ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.กล่าวว่า เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาการประชุมสภามีกระทู้ว่าผู้มีความคิดเห็นต่างทางการเมืองจะถูกปองร้ายหรือทำร้าย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เป็นห่วง จึงสั่งการให้ บช.น.และทุกบช. ลงไปดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของกลุ่มบุคคลต่างๆ ถือโอกาสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละ บก.ลงไปตรวจสอบดูแลความปลอดภัย ไม่ใช่แค่ผู้มีความคิดเห็นต่างทางการเมือง แต่รวมถึงบุคคลสำคัญต่างๆที่อยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบด้วย

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) วันเดียวกัน นายเอกชัย หงส์กังวาน อายุ 42 ปี และนายอนุรักษ์ หรือฟอร์ด เจนตวนิชย์ อายุ 51 ปี นักกิจกรรมทางการเมือง พร้อมพวก 10 คน เข้าพบ พ.ต.ท.ชนินทร ง่วนสน สว. (สอบสวน) กก.1 บก.ป.ขอให้กองปราบฯช่วยรับโอนคดีที่ถูกทำร้ายจาก บช.น. ทั้งหมด 9 คดีมาสอบสวนแทน เนื่องจากหลายคดีไม่คืบหน้า นายเอกชัยกล่าวว่า ที่ผ่านมาตนเคยถูกลอบทำร้ายรวม 9 คดี แบ่งเป็นถูกทำร้ายร่างกาย 7 คดี เผารถยนต์ 2 คดี มีเพียง 2 คดีที่จับกุมผู้ก่อเหตุได้ ส่วนอีกคดีจับกุมได้เพียง 1 คนทั้งที่มีผู้ร่วมก่อเหตุ 3 คน คิดว่าคดีที่เหลือคงไม่มีความคืบหน้า เชื่อว่าน่าจะมีผู้มีอิทธิพลบงการ รวมทั้งน่าจะมีการขัดขวางกระบวนการสอบสวน อยากให้กองปราบปรามรับโอนทุกคดีจาก บช.น. วันนี้นำหลักฐานเอกสาร บันทึกประจำวัน และภาพถ่ายที่ถูกทำร้ายแต่ละคดีมามอบให้ เพราะเชื่อว่ากองปราบฯสามารถทำคดีได้ดีกว่าหน่วยงานอื่น อยากให้เร่งจับผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วด้วย

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. และ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. แถลงความคืบหน้ากรณีสังคมโซเชียลโพสต์ข้อความพาดพิง พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.มีส่วนกรณีคนร้ายรุมทำร้ายร่างกายจ่านิว พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นข่าวเท็จ บก.ปอท.สืบสวนจนทราบตัวบุคคลที่นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ สำหรับบุคคลที่แชร์ข้อมูลต่อทั้งที่รู้ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ดังนั้นทั้งบุคคลนำเข้า ข้อมูลอันเป็นเท็จและบุคคลที่แชร์ข้อมูลมีอัตราโทษเท่ากันคือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“บก.ปอท.ดำเนินการพิสูจน์ตัวบุคคลทั้งผู้ที่นำเข้าและผู้แชร์ เบื้องต้นพิสูจน์ตัวบุคคลที่แชร์ข้อมูลได้ 13 คน บางคนใช้บัญชีอวตาลหรือบัญชีปลอม คิดว่าไม่สามารถสืบสวนติดตามได้ แต่ขอยืนยันว่า บก.ปอท.สามารถสืบสวนติดตามได้ ผู้ต้องหา 8 ใน 13 คนเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนแล้ว เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินการตามกฎหมายส่วนคนนำเข้าเรารู้ตัวแล้วจะดำเนินการจับกุมเร็วๆนี้”

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย เป็นประธานประชุม พิจารณากระทู้ถามสดเรื่องการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ เพื่อกดดันผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองของนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ถึงความคืบหน้าคดีทำร้ายจ่านิวระบุว่า ยังมีเจ้าหน้าที่รัฐไปคุกคามนักเคลื่อนไหวอีกหลายคน รวมทั้ง ส.ส.เชียงรายพรรคอนาคตใหม่อยากถามว่า เหตุใด พล.อ.ประวิตร และเจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นเงื่อนไขให้เลิกเคลื่อนไหวทางการเมืองแลกการคุ้มครองพยาน และส่งเจ้าหน้าที่คอยตามประชาชนที่ต่อต้าน คสช. เหตุใดการต่อต้านคสช.ถูกโยงเป็นเรื่องเดียวกับความมั่นคงของรัฐ หาก กดดันประสบผล ทำให้ประชาชนเลิกแสดงออกทาง การเมืองได้ ผู้ได้รับประโยชน์คือ คสช. เช่นนี้แล้ว คสช.เกี่ยวข้องหรือรู้เห็นปฏิบัติการดังกล่าวหรือไม่

พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ตอบกระทู้แทน รมว.กลาโหมว่า เรื่องของสิทธิเสรีภาพประชาชน รัฐบาลยืนยันว่า ทำได้ในกรอบของกฎหมาย ดูแลความปลอดภัยเสมอกันไม่เลือกปฏิบัติ ความคืบหน้าคดีนายสิรวิชญ์เชื่อว่าเร็วๆนี้จะออกหมายจับได้ ส่วนการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตรตอบ 2 คำถามในคราวเดียวกันว่า ตำรวจจะดูแลความปลอดภัย ส่วนกรมคุ้มครองสิทธิฯจะดูแลเรื่องการคุ้มครองพยาน ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ห้าม ไม่สามารถห้ามบุคคลแสดงออกโดยความบริสุทธิ์ใจได้ ส่วนที่เป็นเรื่องความมั่นคงของรัฐ เพราะเมื่อแสดงออกกิจกรรมทางการเมือง อาจเกิดเหตุกระทบกระทั่งของผู้เห็นด้วยและเห็นต่าง เป็นอำนาจหน้าที่และความจำเป็นของตำรวจจะดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุมตามกฎหมาย ใครได้ประโยชน์หรือได้เสียอย่างไรอยู่ที่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเป็นสำคัญ