กองปราบปราม จับกุม 2 ผัวเมียหลอกลวงชาวบ้านที่นครราชสีมา อ้างสามารถพาไปไปทำงานที่เกาหลีใต้ เก็บเงินหัวละ 5-7 หมื่นบาทก่อนเชิดหนีพบมีหมายจับติดตัวรวม 13 หมาย ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2562 ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ป.พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ป. ร่วมแถลงข่าวจับกุม น.ส.พรทิพย์ หรือพรพิส ปัดตายะสา หรือสา อายุ 36 ปี และนายตะวัน หมอนทอง อายุ 29 ปี สองสามีภรรยา ตามหมายจับของศาลจังหวัดบัวใหญ่ที่ 28-29/2562 ลงวันที่ 1 มี.ค.2562 ในข้อหาร่วมกันจัดหางาน ให้คนงานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง และหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานให้ทำในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังกล่าวได้ไปซึ่งเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้กหลอกลวง จับได้ที่ริมถนนสาธารณะ ต.ฟากท่า อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์
พ.ต.อ.บุญลือ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีกลุ่มผู้เสียหายจาก จ.นครราชสีมา และจ.ชัยภูมิ จำนวนมากเข้าร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดนครราชสีมา หลังถูกหลอกให้ไปทำงานด้านเกษตรกรรมที่ประเทศเกาหลีใต้ ความเสียหายรวมกันหลายล้านบาท จากการสอบปากคำกลุ่มผู้เสียหายทราบว่า เมื่อประมาณ ปี 2560 ได้ไปรู้จักกับน.ส.พรทิพย์ และนายตะวัน สองสามีภรรยา อ้างว่า สามารถช่วยพาไปทำงานเกี่ยวกับการเกษตรที่ประเทศเกาหลีใต้ได้ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนตามกฎหมายที่ยุ่งยาก และไม่ถูกส่งตัวกลับแน่นอน เนื่องจากมีความชำนาญ แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าเอกสารคนละ 5-7 หมื่นบาท ถูกกว่าบริษัทจัดหางานที่อื่น
ผกก.3 บก.ป.กล่าวต่อว่า เมื่อกลุ่มผู้สียหายหลงเชื่อและโอนเงินให้กับ 2 ผู้ต้องหา นำไปจ่ายค่าดำเนินการ ปรากฏว่าหลายเดือนผ่านไปยังไม่ได้เดินทางไป เมื่อสอบถาม น.ส.พรทิพย์ ได้แต่บ่ายเบี่ยง อ้างว่าติดขัดเรื่องต่างๆ จนถึงปี 2561 กลุ่มผู้เสียหายรู้แน่แล้วว่า ถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี จากการตรวจสอบพบ น.ส.พรทิพย์ มีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันของพื้นที่ต่างๆ อยู่ถึง 9 หมายจับ ส่วนนายตะวัน มีหมายจับคดีฉ้อโกงติดตัวอีก 2 หมาย รวมทั้งหมด 13 คดี มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า 2 ผู้ต้องหาหลบหนีคดีมาอยู่ในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ จึงจับกุมได้ในที่สุด
สอบสวน ผู้ต้องหาทั้งคู่ รับสารภาพ นำตัว สภ.ประทาย จ.นครราชสีมา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.