ข่าว
100 year

ให้กำหนดอายุใช้งานเครน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ก.ค. 2562 09:01 น.
SHARE

“รายงานวันจันทร์”-วสท.ถอดบทเรียนแก้อุบัติเหตุเครน

ทุกวันนี้หากมองไปรอบตัวจะเห็นเครนก่อสร้างทั่วฟ้าเมืองกรุง จึงเป็นคำถามว่าทำอย่างไรจึงจะลดอุบัติเหตุจากเครนก่อสร้างที่มีอยู่ทั่วเมือง เพื่อเสริมสร้างให้กรุงเทพฯเป็นมหานครแห่งความปลอดภัย

รศ.เอนก ศิริพานิชกร ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) กล่าวว่า สังคมไทยควรให้ความสำคัญและพัฒนาระบบความปลอดภัยในไซต์ก่อสร้าง ปัจจุบันมีผู้ประกอบการให้เช่าและตัวแทนจำหน่ายเครนกว่า 200 ราย และมีการใช้งานเครนรวมทั่วประเทศกว่า 1,500 เครื่อง ตลอด 2 ปีที่ผ่านมามีสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากเครนก่อสร้าง กว่า 20 ครั้ง และยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นตามปริมาณกิจกรรมของการก่อสร้างและพัฒนาเมือง

ดังนั้น เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมากมาย ทุกฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและหลักความปลอดภัย เช่น ตามข้อบัญญัติ กทม.ห้ามส่วนหนึ่งส่วนใดของเครนยื่นออกนอกพื้นที่ก่อสร้าง, ในการติดตั้งเครนควรให้มีการแจ้งเพื่อติดตั้งเครน ซึ่งต้องมีผู้รับผิดชอบความปลอดภัยลงนามกำกับ, ผู้ดำเนินการก่อสร้างหรือเจ้าของอาคารต้องทำประกันภัยบุคคลที่ 3, ใช้งานเครนสำหรับยกให้ถูกต้อง ไม่ใช้งานลากหรือดึง และต้องบำรุงรักษาเครนตามระยะเวลาที่คู่มือกำหนด เป็นต้น

หฤษฏ์ ศรีนุกูล คณะอนุกรรมการยกหิ้วและปั้นจั่นไทย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ (วสท.) กล่าวว่า การใช้เครนให้ปลอดภัยนั้นมีบุคลากร 4 คน ที่ต้องทำงานประสานกันและผ่านการอบรมตามมาตรฐานคือ1.ผู้ขับเครน ซึ่งต้องมีใบอนุญาตผ่านการอบรมและมีทักษะความเชี่ยวชาญตามมาตรฐาน 2.ผู้ให้สัญญาณแก่คนขับ ส่วนใหญ่ใช้วิทยุสื่อสารกับคนขับเครน 3.ผู้ผูกรัดวัสดุ 4.ผู้ควบคุมการใช้เครน ทั้งนี้ ในการประกอบหรือติดตั้งหรือแก้ไขดัดแปลงเครนนั้น จะต้องมีวิศวกรเครื่องกลมาควบคุมการปฏิบัติงานตลอดเวลาซึ่งต้องมีใบอนุญาตตามวิชาชีพวิศวกร

แนวทางที่จะลดอุบัติเหตุจากเครนก่อสร้างได้ แต่ละฝ่ายต้องมีจิตสำนึก ปฏิบัติตามหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงคุณภาพและความปลอดภัยตามกฎกระทรวง รวมทั้งภาครัฐควรกำหนดอายุใช้งานเครน 25 ปี เหมือนนานาประเทศ ส่วนในสิงคโปร์กำหนด 15 ปี และต่ออายุได้อีก 5 ปี หลังการทดสอบคุณภาพแล้ว

ส่วนข้อแนะนำสำหรับประชาชน เมื่อข้างบ้านมีการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ มีดังนี้ 1.ก่อนเริ่มการก่อสร้าง ผู้ควบคุมงานหรือผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างจะต้องติดต่อกับเจ้าของบ้านหรืออาคารข้างเคียงโดยรอบ เพื่อสำรวจสภาพปัจจุบันไว้เป็นข้อมูล ขอแนะนำให้ถ่ายภาพสภาพปัจจุบันของบ้านตนเก็บไว้เป็นหลักฐาน 2.สำรวจสภาพภายใน และภายนอกบ้านหรืออาคาร หากพบว่ามีพื้นที่ส่วนใดที่เสี่ยงต่อการพังทลายได้ แนะนำให้ติดต่อผู้รับเหมาให้มาค้ำยันให้แข็งแรง

3.ช่วงการก่อสร้างชั้นใต้ดิน หากเจ้าของบ้านพบความผิดปกติต้องรีบแจ้งผู้รับเหมาก่อสร้างให้มาตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อปรับแก้วิธีการทำงานเพื่อลดผลกระทบ 4.หากได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง เช่น ฝุ่นผง, เสียง, กลิ่น, แรงสั่นสะเทือน เจ้าของบ้านควรแจ้งให้ปรับปรุงวิธีการทำงาน เช่น ติดตั้งแผงกันวัสดุตก, แผงบังฝุ่น,ผนังกันเสียงเพื่อลดเสียงหรือย้ายผู้ได้รับผลกระทบออกจากพื้นที่ชั่วคราวเป็นต้น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รายงานวันจันทร์เครนก่อสร้างวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยไซต์ก่อสร้างความปลอดภัยอุบัติเหตุกำหนดอายุการใช้งาน

คุณอาจสนใจข่าวนี้