ข่าว
100 year

"บิ๊กแป๊ะ" นําทีมนักสืบใหญ่ ไขคดีจ่านิว

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ก.ค. 2562 05:17 น.
SHARE

ต้องจับให้ได้ ไม่ว่าจะสีไหน "ทวี"-ฝ่ายค้าน เยี่ยมดูอาการ

บิ๊กแป๊ะดึ๋งดั๋งรับบัญชารัฐบาล ล่าแก๊งทำร้ายจ่านิว ควงบิ๊กปั๊ด-บิ๊กบัว เพื่อนร่วมรุ่นนักสืบ นรต.36 และผู้การสืบใหญ่นครบาล ร่วมประชุมที่มีนบุรี วอนกลุ่มการเมืองหยุดเคลื่อนไหว ขอให้เข้าสู่ระบบสภาฯเหมือนอนาคตใหม่ ขณะที่ทวี สอดส่อง นำทีม 7 พรรคฝ่ายค้านเยี่ยม “จ่านิว” สงสัยอยู่ในสายตาเจ้าหน้าที่รัฐ แต่กลับถูกปล่อยให้โดนทำร้าย หวั่นคดีไม่คืบให้โอนเป็นคดีพิเศษ “นิพิฏฐ์” ชี้จับคนร้ายไม่ได้การเมืองวุ่นแน่ “อ๋อย” เชื่อสายเหยี่ยวกำราบขอรัฐเร่งสางคดีหวั่นการเมืองใช้เป็นเหยื่อ ขณะ ที่ “อังคณา” ชี้รุมยำ “จ่านิว” นอกประเทศจับตา

กรณีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ถูก 4 ชายฉกรรจ์ใช้ไม้และดิ้ว รุมตียับกลางวันแสกๆหน้าปากซอยบ้านรามอินทรา 109 ดั้งหัก เบ้าตาขวาแตก ศีรษะแตกเย็บ 8 เข็ม อาการสาหัส เหตุเกิดช่วงเที่ยงวันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้าเพิ่งถูกรุมทำร้ายที่ป้ายรถเมล์ ปากซอยรัชดาภิเษก 7 เมื่อค่ำวันที่ 2 มิ.ย. ยังจับใครไม่ได้ แต่จำนวนผู้ต้องหา อาวุธ และพฤติกรรมตรงกันคาดเป็นชุดเดียวกัน ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งตำรวจเร่งตามล่าคนร้ายที่ก่อเหตุแก้คำครหารัฐบาลรู้เห็น ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าในการตามล่ากลุ่มลอบกัดทำร้ายจ่านิว โดยเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่กองกำกับการสืบ บก.น.3 มีนบุรี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รอง ผบก.น.3 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนเข้าร่วมประชุม ก่อนการประชุม พล.ต.อ.จักรทิพย์พูดขึ้นว่า จะนำผลการประชุมรายงานต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ก่อนให้นักข่าวออกจากห้อง

ผบ.ตร.กล่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมงว่า นายกรัฐมนตรีกำชับให้ความเป็นธรรมกับผู้บาดเจ็บและจับคนร้ายให้ได้ ให้รายงานเป็นระยะ ยืนยันว่าเหตุเกิดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคดีอะไร ต้องจับคนร้ายให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นสีไหนหรือใครต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ขอตำรวจทำงานสักระยะ เหตุเพิ่งเกิดได้ 2 วันเท่านั้น จากนี้ให้ พล.ต.ท.สุวัฒน์ กับ ผบช.น.ร่วมประชุมความคืบหน้าตอนเช้าของทุกวัน ขอบอกไม่ต้องห่วง จะนำคดีเก่าที่ห้วยขวางมาพิจารณาหาความเชื่อมโยง ส่วนมูลเหตุคดีนี้ ตัดเรื่องประสงค์ทรัพย์ได้ เพราะจ่านิวไม่มีทรัพย์สินอื่นๆ ตำรวจจะดูประเด็นเรื่องส่วนตัวและประเด็นการเมืองจะไม่ตัดประเด็นอื่นๆทิ้ง

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวต่อว่า คดีจ่านิวเหมือนคดีทั่วไปเป็นระบบอยู่แล้ว มีความคืบหน้าพอสมควร ตอนนี้ดำเนินการไล่วงจรปิด ตรวจสอบอาวุธทั้งหมด ส่วนใครจะพูดว่าคดีลักษณะนี้เกิดขึ้นแล้วเรียกร้องถ้าจับไม่ได้ให้ลาออก ได้ยินแล้วต้องทำใจ ใครจะพูดอะไรก็ได้ แต่ตำรวจไม่หยุดทำงาน คดีมีความยากง่ายไม่เหมือนกัน ในความเห็นส่วนตัวที่มีประสบการณ์มา คิดว่านักเคลื่อนไหวตอนนี้มีการเลือกตั้งไปแล้ว อยากให้ทุกกลุ่มเข้าสู่ระบบรัฐสภา จะสังกัดพรรคไหนก็ได้ หรือหากใครกลัวจะประสานตำรวจหรือกรมคุ้มครองสิทธิ์มาดูแลได้ แต่การเคลื่อนไหวท้องถนนทุกเสาร์อาทิตย์ ตนต้องสั่งให้ตำรวจไปดูแล นักท่องเที่ยวไม่กล้ามา เศรษฐกิจก็กระทบ เป็นการทำลายบรรยากาศ ไม่เข้าใจกลุ่มการเมืองเหล่านี้เคลื่อนไหวเพราะชอบส่วนตัว หรือรับงานใครมา ไม่อยากพูด แต่ขอยกตัวอย่างพรรคอนาคตใหม่ ได้ตอบรับเข้าสู่ระบบรัฐสภาแล้ว กลุ่มอื่นควรทำแบบนั้น ทั้งนี้แกนนำกลุ่มการเมืองก็โดนคดีกันหมด ทั้งจ่านิว และเอกชัย หงส์กังวาน ที่ผ่านมาก็รู้กันอยู่ว่าเป็นอย่างไร ฝากข้อคิดไว้ด้วย

ขณะที่ พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.ห้วยขวาง เปิดเผยว่า ในส่วนของการติดตามคนร้ายที่ทำร้ายร่างกายจ่านิว บริเวณป้ายรถเมล์ปากซอยรัชดาซอย 7 พื้นที่รับผิดชอบของ สน.ห้วยขวาง ขณะนี้ได้สอบปากคำพยานแวดล้อมครบทั้ง 2 ปาก เป็นเด็กรับรถในละแวกที่เกิดเหตุ รวมถึงสอบปากคำจ่านิวเรียบร้อย ในส่วนนี้พยานทั้ง 2 ปาก ระบุไม่เห็นตอนเกิดเหตุ และตัวจ่านิวให้การว่า จำผู้ที่ทำร้ายไม่ได้ ประกอบกับจุดเกิดเหตุกล้องวงจรปิดมองไม่เห็น ทั้งนี้ ในคดีพื้นที่ สน.ห้วยขวาง ยังคงทำในส่วนของการสอบสวน แต่ส่วนการสืบสวนได้โอนคดีให้กับ บก.สส.บช.น. ดำเนินการไปก่อน หน้า แต่ในส่วนนี้ สน.เอง ยังคงลงพื้นที่หาข้อมูล รวมถึงประสานข้อมูลจาก สน.มีนบุรี ที่จ่านิวถูกทำร้ายเมื่อเร็วๆนี้ เพื่อนำมาประกอบสำนวนการสอบสวนเพื่อติดตามตัวคนร้าย ส่วนคนร้ายจะเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้

วันเดียวกัน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ฝ่ายความมั่นคงไม่ได้นิ่งนอนใจกับกรณีนายสิรวิชญ์ถูกทำร้าย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สั่งการให้ ผบ.ตร. กับ ผบช.น.จัดประชุมด่วนวันนี้เพื่อเร่งรัดติดตามนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว ให้ขยายผลหากมีผู้บงการและรายงานให้ทราบอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นนโยบายฝ่ายความมั่นคงและตำรวจว่า การใช้ความรุนแรงทางสังคม จะปล่อยให้เกิดขึ้นกับใครไม่ได้เด็ดขาด โดยเฉพาะความรุนแรงที่เกิดจากกิจกรรมและความเห็นต่างทางการเมือง ให้เพิ่มความเข้มในมาตรการดูแลความปลอดภัยให้รัดกุมขึ้น ทั้งให้เร่งรัดทำงานด้วยความรอบคอบ แถลงความคืบหน้าผลคดีให้สังคมทราบเป็นระยะๆไม่ต้องการให้นายสิรวิชญ์ตกเป็นเหยื่อทางการเมือง จากการขยายผลนำไปวิพากษ์จากฝ่ายต่างๆโดยละเลยหลักคุณธรรมและสิทธิมนุษยชน

ด้านนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ผู้บาดเจ็บที่ย้ายจากโรงพยาบาลมิชชั่นมารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน ที่อาคาร 1 ชั้น 6 แผนกจักษุพิเศษ รพ.รามาธิบดี ตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้าน นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ และประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน และการมีส่วนร่วมของประชาชน นายสุนัย พาสุก ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ประเทศไทย เข้าเยี่ยมนายสิรวิชญ์และครอบครัว มี น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ แม่จ่านิว ที่เฝ้าดูแลลูกชายนักเคลื่อนไหวทางการเมืองให้การต้อนรับ

น.ส.พัฒน์นรีกล่าวว่า ตอนนี้อาการลูกชายทรงตัว ยังมีอาการปวดเหมือนเดิม วันนี้จะเข้ารับการผ่าตัดจมูกที่ยุบลงไปจากการถูกตีทำให้หายใจลำบาก หมอจะผ่าตัดงัดกระดูกมาให้หายใจคล่องขึ้น ขอความร่วมมือจากคนที่รักและห่วงนิว ไม่ต้องมาเยี่ยมเพราะจะต้องเข้ารับการผ่าตัดทำให้ไม่สะดวก และตนจะต้องดูแลตลอด ไม่มีเวลาต้อนรับดูแล ในส่วนของอาการ มีเรื่องของตาข้างขวาที่ยังน่าเป็นห่วง เพราะเบ้าตากระดูกแตก มีเลือดคั่งไปทับเส้นประสาท มีผลกระทบมองเห็นไม่ชัด ต้องผ่าตัดเกรงว่าเส้นประสาทจะเสื่อม ทั้งนี้ หมอยังไม่ให้เดิน ไม่ให้เลือดกระจายอยู่จุดเดียวเป็นก้อน ให้นอนอยู่นิ่งๆ แต่มาถึงมือหมอตาแล้วสบายใจขึ้น ร่างกายตอบสนองดี เชื่อว่าหลังผ่าตัดน่าจะราบรื่นดี ถึงตอนนี้คุยรู้เรื่อง แต่ตอบสนองช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบคดีได้เข้ามาขอข้อมูลแล้ว แต่นิวได้ปฏิเสธเพราะยังไม่พร้อมให้ปากคำ ขอให้ผ่าตัดเรียบร้อยก่อน

พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า เหตุที่เกิดกับจ่านิวทำให้ภาพพจน์ประเทศไทยเสียหายมาก เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่าจ่านิวอยู่ในการจับตาของเจ้าหน้าที่รัฐมาโดยตลอด แต่กลับปล่อยให้ถูกทำร้ายได้หลายครั้ง เชื่อว่าไม่เกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะหาคนมาลงโทษ คดีอุกฉกรรจ์กว่านี้ยังจับได้ในวันเดียว และในสัปดาห์หน้าพรรคประชาชาติจะเสนอญัตติตั้งกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงการใช้อำนาจรัฐ เพื่อหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กระจ่าง โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ ผ่านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และจะพยายามใช้ช่องทางให้ญัตติดังกล่าวบรรจุในวาระการประชุมวันพุธที่ 3 ก.ค.นี้ ให้ได้ ขณะที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.คลองสามวา พรรคเพื่อไทย เตรียมจะเสนอกระทู้ถามสดในที่ประชุมวันพุธนี้ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตอบกระทู้

อดีตตำรวจนักสืบที่ก้าวเข้าสู่วงการเมืองกล่าวต่อว่า กรณีที่มีผู้เรียกร้องให้โอนการสอบสวนไปเป็นคดีพิเศษ ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของจ่านิว และมารดาผู้เสียหายโดยตรง หากต้องการให้เป็นคดีพิเศษสามารถไปยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ข้อดีคือ จะดึงข้าราชการจากหน่วยงานอื่น ร่วมเป็นพนักงานสอบสวนได้ และสามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญจากสาขาวิชาชีพต่างๆ ร่วมเป็นที่ปรึกษาคดีพิเศษ ข้อเรียกร้องเช่นนี้ไม่ได้เกิดจากความไม่เชื่อมั่นการทำงานของข้าราชการประจำ แต่ข้าราชการอาจกลัวและไม่ทำคดีไปตามมาตรฐาน

ส่วนนายสุนัย พาสุก ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ประเทศไทย กล่าวว่า ไทยมีพันธกรณีที่ต้องคุ้มครองนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน แต่กรณีที่เกิดขึ้น ผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นกลายเป็นเหยื่อความรุนแรง กังวลว่าสถานการณ์ดังกล่าว อาจจะกระทบกระเทือนต่อเรื่องของสิทธิมนุษยชนในไทย หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รวมถึงฮิวแมนไรท์วอทช์ ได้นำเสนอกรณีนี้เป็นกรณีเร่งด่วนแล้ว และจะซักถามผ่านกระทรวงการต่างประเทศอีกครั้ง เพราะที่ผ่านมา รัฐบาลได้ทำหนังสือถึงองค์กรระหว่างประเทศชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสวนทางกับรายงานของรัฐบาล

เช่นเดียวกับนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า เชื่อว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนอยากจะฟังว่า ผบ.ตร. จะออกมาชี้แจงหรืออธิบายถึงวิธีการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างไร หรือให้ความมั่นใจว่าจะหาตัวผู้กระทำผิดได้หรือไม่ ทราบว่าตำรวจได้ลงพื้นที่เร่งหาเบาะแส หาหลักฐาน เพราะเป็นเรื่องที่ถูกให้ความสนใจระดับประเทศ รวมทั้งนอกประเทศด้วย ได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงออกมาให้ความมั่นใจในการหาคนทำผิดมาลงโทษ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้กลางวันมีผู้คน มีรถสัญจรไปมาอยากขอให้ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์มาเป็นพยานและมีการคุ้มครองพยานด้วย

วันเดียวกัน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า สังคมอยากให้จับตัวคนร้ายให้ได้ ถ้าจับไม่ได้ ประชาชนจะเพ่งเล็งไปที่คนกำกับดูแลคนบริหารงานตำรวจว่า เหตุใดถึงจับคนร้ายมาลงโทษไม่ได้ อำนาจทางการเมืองจะสั่นคลอนจนเกิดคำถามว่า แล้วเรามีนักการเมืองไว้ทำไม อย่าไปคิดถึงว่า คนร้ายเป็นฝั่งไหน ชอบใครไม่ชอบใคร หลักการคือใครทำผิดต้องถูกลงโทษ อยู่เหนือกฎหมายไม่ได้ การเมืองจะมีประสิทธิภาพหรือไม่ต้องดูกันตรงนี้ ถ้าเปลี่ยนผ่านไม่ดีบ้านเมืองจะยุ่งเหยิง

ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวเช่นกันว่า แม้มีคนบอกอย่าเพิ่งสันนิษฐานว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่ที่ผ่านมา มีการทำร้ายผู้เห็นต่างทางการเมือง และจ่านิวคัดค้านรัฐประหารมาโดยตลอด ทำให้คนที่ติดตามต่างสันนิษฐานว่าเป็นเรื่องการเมืองแน่นอน นอกจากจับคนร้ายได้ พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าไม่ใช่การเมือง ถึงจะเชื่อได้ว่าไม่เป็นการเมือง นายกฯและหัวหน้า คสช. ไม่ควรอยู่เฉย ต้องแสดงความรับผิดชอบเอาจริงเอาจังป้องกันปัญหา กรณีนี้เท่ากับว่า 5 ปีมานี้ คสช. และรัฐบาลล้มเหลวที่จะทำให้คนที่เห็นต่างอยู่ร่วมกันในสังคมได้ เหตุการณ์ทำร้ายจ่านิวเพื่อต้องการกำราบฝ่ายเห็นต่างให้กลัว แต่อาจส่งผลเสีย พล.อ.ประยุทธ์ คสช. และรัฐบาลเอง เข้าใจว่าพวกที่ทำน่าจะเป็นสายเหยี่ยวที่ต้องกดให้ฝ่ายเห็นต่างหยุดเคลื่อนไหว เพราะจาก นี้ คสช.ไม่สามารถใช้สิทธิ์อำนาจโดยเด็ดขาดได้อีกรัฐบาลต้องรีบจัดการเรื่องนี้ เพราะมันส่งผลเสียต่อสังคมโดยรวมอย่างมาก

ด้าน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ แถลงว่า ได้เกิดเหตุการณ์ทำร้ายนักกิจกรรมเรียกร้องประชาธิปไตยหลายครั้ง เช่นนายเอกชัย หงส์กังวานถูกทำร้ายร่างกาย 7 ครั้ง เผารถยนต์ 2 ครั้ง นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง ถูกทำร้ายร่างกาย 2 ครั้ง นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว 2 ครั้ง ล่าสุดบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในย่านชุมนุมที่มีกล้องวงจรปิดมากมาย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคยจับคนร้ายได้แม้แต่ครั้งเดียว ได้ติดตามไปเยี่ยมเยียน ดูแล บุคคลเหล่านี้และเตือนให้ระวังตัว แต่ก็มีการทำลายนักเคลื่อนไหวฝ่ายประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อยๆ น่าเป็นห่วงว่าจะมีการสูญเสียมากไปกว่านี้จนถึงขั้นเสียชีวิต หรือขอประณามการกระทำดังกล่าว และขอเชิญชวนผู้รักความเป็นธรรมและประชาธิปไตยร่วมชูป้ายจุดเทียนเรียกร้องยุติการทำร้ายนักกิจกรรมเพื่อให้สังคมเกิดความสันติ ที่สี่แยกราชประสงค์บริเวณหน้าห้างเกษรพลาซ่า ในวันที่ 1 ก.ค. เวลา 18.00-20.00 น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์จ่านิวนักเคลื่อนไหวทางการเมืองโดนทำร้ายจักรทิพย์ ชัยจินดาประยุทธ์ จันทร์โอชาข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้