จากกรณีที่ตัวแทน 6 ผู้ประกอบการกิจการโทรคมนาคม เดินทางไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ชะลอและทบทวนโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ ระยะทางกว่า 2,450 กม. เนื่องจากการนำสายสื่อสารลงใต้ดินอาจทำให้มีต้นทุนสูงขึ้น 50 เท่าหากจำเป็นต้องนำสายลงดิน ควรให้ผู้ขอใช้ท่อร้อยสายทุกรายสามารถเข้าถึงท่อร้อยสายของหน่วยงานรัฐได้โดยตรงไม่ต้องผ่านเอกชนรายใดนั้น

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด หรือเคที ชี้แจงกรณีที่ระบุว่าการนำสายสื่อสารลงดินมีต้นทุนที่สูงนั้น เมื่อเทียบต้นทุนการพาดเสา การบำรุงรักษาและคำนวณระยะเวลาการใช้งานของท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน ซึ่งอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 50 ปี ไม่แตกต่างกันแต่การนำสายสื่อสารลงใต้ดินทำให้การบริหารมีเสถียรภาพมากกว่า และบ้านเมืองมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งนี้ เราพยายามทำให้ต้นทุนต่ำที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน ทั้งนี้ โครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ที่ กทม.มอบหมายให้เคทีเป็นผู้บริหารจัดการ เคทีจะก่อสร้างวางท่อร้อยสายด้วยเทคโนโลยีท่อร้อยสาย (Micro duct) ซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน เป็นมาตรฐานเดียวกับมหานครอื่นๆทั่วโลกใช้กัน การทำงานไม่กระทบต่อการจราจร เพราะจะขุดวางท่อร้อยสายบริเวณทางเท้าความลึกประมาณ 80 เซนติเมตร ความกว้างไม่เกิน40 เซนติเมตร โดยเทคโนโลยีการวางท่อร้อยสายจะใช้พื้นที่ทางเท้าไม่มากและไม่กระทบต่อคนที่สัญจรบนทางเท้า เช่นเดียวกันในการซ่อมบำรุง ก็ใช้พื้นที่ไม่มากและมีความปลอดภัย.