อั้ม อธิชาติ ขึ้นศาลฟังคำพิพากษา คดีเป็นโจทก์ ฟ้องบริษัทฯแถลงข่าว กล่าวหาเบี้ยวค่าตัวนักแสดง "เจ้าเวหา" เรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน จำเลยแถลงขอโทษ พร้อมขอเลื่อนศาล หาเงิน 1 ล้านชดใช้โจทก์ 

เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 707 ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.2954/59 ที่นายอธิชาติ หรืออั้ม ชุมนานนท์ อายุ 37 ปี นักแสดงชื่อดังเป็นโจทก์ฟ้องบริษัท บลูริบบอนฯ นายวินัย เอี่ยมประเสริฐ กก.ผจก.บริษัท และนายปฏิภาณ วนัสบดี ที่ปรึกษากฎหมาย เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332 ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษตามความผิด และให้พวกจำเลยชดใช้ค่าเสียหาย ต่างๆ แก่โจทก์จำนวน 50 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี แก่โจทก์ด้วย

ตามคำฟ้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2559 นายปฏิภาณ จำเลยที่ 3 ได้แถลงข่าวในฐานะตัวแทน จำเลยที่ 1-2 ต่อสื่อมวลชน ที่อาคารวอเตอร์ลีฟ ถนนบรมราชชนนี แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย ซึ่งเนื้อหามีการกล่าวถึงการจ่ายค่าจ้างนักแสดง ว่ายังมีการค้างจ่าย และข้อความทำนองว่าให้โจทก์ และผู้ที่เกี่ยวข้องมีความจริงใจในการแก้ปัญหาและให้หยุดกระทำการที่ทำให้จำเลยที่ 1-2 เสียหาย และเนื้อความการแถลงข่าวส่วนอื่นซึ่งเป็นการกล่าวหาโจทก์ ทำให้สาธารณะชนที่ได้รับชมการแถลงข่าวนั้น เข้าใจว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี เป็นคนโกหก ใช้อุบายบิดเบือน ข้อเท็จจริงว่า ที่โจทก์เคยออกมาแถลงข่าวว่า บริษัทหก หนุมานฯได้ชำระเงินค่าจ้าง นักแสดงแล้วนั้นแท้จริงโจทก์ยังเป็นหนี้จำเลยทั้งสองและไม่ยอมชำระหนี้

รวมทั้งยังติดค้างค่าจ้างนักแสดงซึ่งการกระทำของจำเลยนั้นทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่า โจทก์เป็นบุคคลประสบปัญหาทางการเงินไม่น่าทำธุรกิจด้วย และโจทก์ไม่มีความสามารถในการจัดทำ และผลิตละครโทรทัศน์ชุด “เจ้าเวหา” รวมทั้งไม่มีคุณธรรมเอาเปรียบจำเลยที่ 1-2 ในการค้างชำระเงินซึ่งเป็นหนี้บริษัทจำเลยที่ 1 อยู่แต่กลับนิ่งเฉย ไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา

ถ้อยคำการแถลงข่าวของจำเลยที่ 3 ในฐานะตัวแทนจำเลยที่ 1-2 จึงเป็นการใส่ความโจทก์ทำให้เสียชื่อเสียง โดยก่อนการแถลงข่าวของนายปฏิภาณ จำเลยที่ 3 นั้น บริษัทจำเลยที่ 1 ได้เผยแพร่ข้อความเชิญชวนสื่อมวลชนต่างๆ ให้มาร่วมรับฟังการแถลงข่าวซึ่งมีการระบุสถานที่ และเวลา การแถลงข่าวไว้ชัดเจน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนา ของจำเลยที่จะให้มีการเผยแพร่การแถลงข่าวต่อสาธารณชนในวงกว้าง

โจทก์ เป็นนักแสดงมายาวนานกว่า 15 ปี เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศได้รับรางวัลการแสดงเป็นจำนวนมาก และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโจทก์ประพฤติตัวเป็นแบบอย่างที่ดี โดยการหมิ่นประมาทของจำเลยทั้ง 3 นั้นทำให้กระทบต่อการประกอบอาชีพโจทก์อย่างร้ายแรง จึงขอเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้ง 3 ด้วยเป็นเงิน 50 ล้านบาท และขอให้จำเลยทั้ง 3 ร่วมกันโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์รายวัน 5 ฉบับเป็นเวลาติดต่อกัน 7 วันด้วย

วันนี้อั้ม อธิชาติ ซึ่งเป็นโจทก์ และฝ่ายจำเลยทั้งสาม ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา

เมื่อถึงเวลา ทนายจำเลยแถลงต่อศาลขอเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยยังติดขัดค่าโฆษณาลงหนังสือพิมพ์หน้าบันเทิง 3 ฉบับ และชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 1 ล้านบาท ที่ยังไม่ได้ชดใช้ จึงขอเวลารวบรวมเงินก่อน คาดว่าจะแล้วเสร็จได้ภายในวันที่ 5 ก.ค. นี้ ทนายโจทก์แถลงไม่คัดค้าน

ศาลพิจารณาแล้วคดีนี้คู่ความตกลงกันได้ เพียงแต่จำเลยยังไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ จึงอนุญาตให้เลื่อนไปอ่านคำพิพากษาในวันที่ 19 ก.ค. เวลา 09.00 น.

ด้านนายปฏิภาณ วนัสบดี ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท บลูริบบอนฯ ให้สัมภาษณ์ก่อนการพิจารณาคดีว่า ตนกับนายวินัย เอี่ยมประเสริฐ กรรมการ ผู้จัดการบริษัท บลูริบบอนฯ ได้เจรจาตกลงกันได้ด้วยดี กับฝ่ายโจทก์ และยอมรับว่า เมื่อครั้งที่แถลงข่าว ได้พูดเกินเลยไป เนื่องจากได้ข้อมูลมาไม่ครบถ้วน วันนี้จึงขอโทษทางฝ่ายโจทก์ที่เคยให้สัมภาษณ์จนทำให้ฝ่ายครอบครัว คนรอบข้างฝ่ายโจทก์ได้รับผลกระทบ ตนในฐานะตัวแทนของทางบริษัทฯ จึงขอโทษทางฝ่ายโจทก์ที่ทำให้เสียหาย วันนี้รู้ว่าตัวเองทำไม่ถูก พูดผิดไปหลายๆ อย่าง ทั้งนี้ ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีตนยังขอไม่เปิดเผย เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ส่วนรายละเอียดคำขอโทษอย่างเป็นทางการนั้น จะมีการตีพิมพ์ทางหนังสือพิมพ์ จึงขอให้สื่อมวลชนติดตามรายละเอียดภายในเดือนหน้า (ก.ค.)

ขณะที่นายอธิชาติ หรืออั้ม ฝ่ายโจทก์ กล่าวว่า หลังจำเลยให้สัมภาษณ์ขอโทษแล้ว ตนก็รู้สึกพอใจ ทางทนายเองก็อยากรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนรายละเอียดการเรียกร้องค่าเสียหาย หรือรายละเอียดเกี่ยวกับคดี ขอให้คดีเสร็จสิ้นก่อน ในวันนี้ขอให้เป็นการแสดงความจริงใจ อะไรต่างๆ ที่เกี่ยวกับคดีขอยังไม่พูดถึง