ตำรวจ สน.บางรัก ชี้ ไม่ได้รับความร่วมมือจากบริษัทผู้รับเหมาเท่าที่ควร หลังเรียกมาให้ข้อมูล กรณีเครนทำเหล็กหล่นใส่หลังคา อัสสัมชัญคอนแวนต์ ขณะที่คนขับเครน ตรวจสอบแล้วเป็นเขมร ไม่มีความรู้ขับเครน เชื่อยังหนีอยู่ในไทย
จากกรณี เครนยกแผ่นเหล็กนั่งร้าน อาคารสูง 20 ชั้น ที่รีโนเวทใหม่เป็นโรงแรมรับน้ำหนักไม่ไหว แขนเครนหัก แผ่นเหล็กกว่า 30 แผ่นร่วงใส่หลังคาลานอเนกประสงค์โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ที่อยู่ติดกัน ทะลุใส่กลุ่มนักเรียนหญิง ม.3 เจ็บระนาว 10 คน 1 ในนั้นสาหัส กะโหลกร้าว ส่งเข้าไอซียู เฝ้าระวังอาการ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่ สน.บางรัก พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก ระบุว่า หลังจากที่เมื่อวานนี้ ตัวแทนบริษัท พุทธเตชะ จำกัด ประสานจะเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางรัก เพื่อให้ข้อมูลแต่สุดท้ายก็ไม่ได้มาพบตามที่นัดหมาย มีเพียงตัวแทนบริษัทไปขอเจรจากับทางโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์เท่านั้น ซึ่งการเจรจาก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ อีกทั้งตำรวจก็ยังไม่สามารถสอบปากคำตัวแทนของบริษัทได้ เนื่องจากตัวแทนที่มาเป็นเพียงที่ปรึกษาของบริษัท และไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุเลย
ในวันนี้จึงให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมเครนในวันเกิดเหตุ และกรรมการผู้มีอำนาจของทั้ง 6 บริษัท ผู้รับเหมาของโครงการนี้ ให้เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน โดยจะแบ่งประเด็นการสืบสวนออกเป็น 2 ประเด็น คือ 1.ประเด็นอะไรทำให้เครนหักโค่นลงมาจนทำให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตำรวจจะเร่งสอบสวนประเด็นนี้ก่อน ส่วนอีกประเด็นคือการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน และต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามที่สำนักงานเขตบางรักมาแจ้งความไว้ ซึ่งประเด็นนี้จะต้องใช้เวลาในการสอบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ
พ.ต.อ.ดวงโชติ กล่าวอีกว่า ในคดีนี้ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มบริษัทผู้รับเหมาเท่าที่ควร ซึ่งตอนแรกมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงอ้างว่า ผู้ขับเครนเป็นพนักงานไทยคนหนึ่ง แต่เมื่อตรวจสอบแล้วกลับพบว่า พนักงานคนดังกล่าวลากลับบ้านที่จังหวัดปัตตานี ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ตอนหลังถึงมายอมรับว่า เป็นคนงานชาวกัมพูชาที่ขับเครนในวันเกิดเหตุ ซึ่งไม่มีความรู้เรื่องการขับเครนเท่าที่ควร โดยหลังจากที่ตำรวจได้ออกหมายจับคนขับเครนชาวกัมพูชาไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี พร้อมกำลังขอความร่วมมือให้ทางบริษัทเครนช่วยตามตัวคนขับเครนให้มาพบเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้าน พ.ต.ท.ศุภชัย กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญเจ้าหน้าที่สำนักการโยธากรุงเทพมหานคร เข้ามาสอบปากคำ ในประเด็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่กรมโยธาเข้าไปตรวจสอบการก่อสร้างอาคาร และพบการดัดแปลงอาคารหรือไม่ ดัดแปลงเพื่อประโยชน์อะไร เพื่อเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ก่อนหน้านี้สอบปากคำเจ้าของบริษัทเครน วิศวกรควบคุมงาน และควบคุมวิทยุ ณ ขณะเกิดเหตุไปแล้ว หากมีพยานหลักฐานไปถึงนิติบุคคลรายใด ก็จะออกหมายเรียก คาดว่าอย่างช้าสุดวันจันทร์นี้ (24 มิ.ย.) จะสามารถออกหมายเรียกได้
ส่วนคดีทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ต้องได้ตัวคนขับเครนมาสอบสวนก่อน รวมถึงต้องรอดูผลตรวจพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐานว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจากความบกพร่องของอุปกรณ์ หรือความไม่พร้อมของตัวผู้ขับเครน ซึ่งในเบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบใบอนุญาตของคนขับเครนที่หลบหนีไป
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.บางรัก พร้อมด้วย สภาวิศวกร และสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร จะลงตรวจพื้นที่หาสาเหตุของเครนหัก ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ คอนแวนต์ ในเวลา 15.00 น. วันนี้
กระทั่งเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.ดวงโชติ เปิดเผยว่า ล่าสุด ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตบางรัก ได้ติดต่อขอเลื่อนเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน จากวันนี้เป็นวันที่ 24 มิ.ย. แต่ยังไม่ระบุเวลาที่แน่ชัด ส่วนการดำเนินคดีได้ออกหมายเรียก 6 บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างให้มาพบพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 2 ก.ค.นี้ เพื่อสอบถามว่าบริษัททำหน้าที่อะไร รับผิดชอบส่วนใด ซึ่งหากไม่มาพบพนักงานสอบสวน ก็จะมีการประชุม พิจารณาว่าจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หรือออกคำสั่งฝ่าฝืนหมายเรียก นอกจากนี้ได้สอบปากคำผู้ปกครอง ครู กว่า 10 ปากแล้ว และภายในสัปดาห์หน้าพนักงานสอบสวนจะเข้าสอบนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยประสานสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบด้วย
ในส่วนการเร่งติดตามจับกุมตัวคนขับเครนที่ตอนนี้ยังหลบหนี ทางฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่หาเบาะแส เชื่อว่าผู้ต้องหายังหลบหนีอยู่ในประเทศ สำหรับวิศวกร ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากต้องรอสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะพิจารณาว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป.