ข่าว
100 year

เปิดโครงการ จม.ลาครู คืนเด็กกลุ่มเสี่ยงฐานะยากจน กลับสู่โรงเรียน

ไทยรัฐออนไลน์18 มิ.ย. 2562 16:28 น.
SHARE

กสศ.จับมือ บก.ตชด.และ สพฐ. เร่ิมโครงการ “จดหมายลาครู” จัดสรรนักเรียนทุนเสมอภาค พาเด็กกลุ่มเสี่ยงไม่ได้เรียนต่อ เพราะยากจน-ครอบครัวมีปัญหา กลับสู่โรงเรียนหวังลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา


เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2562 ที่สวนเฉลิมหล้า สะพานหัวช้าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ร่วมแถลงข่าวโครงการรณรงค์ “จดหมายลาครู” ความร่วมมือแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คืนเด็กๆ กลุ่มเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษากลับสู่โรงเรียนภายในงานมีการแสดงนิทรรศการ “จดหมายลาครู” จาก 7 พื้นที่ 4 ภูมิภาค ทั่วประเทศ

นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ.กล่าวว่า โครงการรณรงค์จดหมายลาครู ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของนักเรียนด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งต้องลาออกไปหารายได้ เป็นเสาหลักช่วยเหลือครอบครัว จากฐานข้อมูล กสศ.และกระทรวงศึกษาธิการพบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กนักเรียนมากกว่า 2 ล้านคน ที่อาศัยอยู่กับครอบครัวที่มีปัญหาความยากจนและมีความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา อุปสรรคสำคัญที่ทำให้นักเรียนไม่ไปโรงเรียน เช่น ความห่างไกล ไม่มีค่าเดินทาง ไม่มีค่าอาหาร ต้องออกไปทำงานแบ่งเบาภาระครอบครัว เป็นต้น

ผู้จัดการ กสศ.กล่าวต่อว่า เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำดังกล่าว ในปีการศึกษา 2562 กสศ.ได้ขยายความร่วมมือกับ สพฐ. บช.ตชด.และ สถ.ในโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขสำหรับนักเรียนทุนเสมอภาค ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์การคัดกรอง ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายขจัดอุปสรรคในการมาเรียนเพิ่มขึ้นจากเดิม 510,000 คนในปีการศึกษาที่ผ่านมา เป็นประมาณ 800,000 คน

นพ.สุภกร กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญยิ่งกว่าเงินอุดหนุน คือ การเยี่ยมบ้าน เพื่อค้นหา คัดกรองให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่เดือดร้อนที่สุดตามเกณฑ์ของกสศ.โดยจะมีการรวมพลังคุณครูทั้ง 3 สังกัด กว่า 4 แสนคนเพื่อค้นหาเด็กกลุ่มเสี่ยงกลับสู่โรงเรียน นอกจากนี้กสศ.กำลังพัฒนาระบบฐานข้อมูล เพื่อเป็นช่องทางให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมช่วยเหลือเด็กทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้ประชาชนทั่วไปหากพบเห็นเด็กกลุ่มเสี่ยงสามารถแจ้งไปยังโรงเรียนหรือเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่ รวมถึง สายด่วน กสศ. 0-2079-5475 กด 1

ด้านนายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ฐานข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยเหลือเด็กได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ดังนั้นปีนี้ สพฐ.ได้กำชับให้เขตพื้นที่การศึกษาทุกจังหวัด สถานศึกษา และคุณครูทั่วประเทศ ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและคัดกรองเด็กที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ เพื่อไม่ให้มีใครต้องตกหล่น เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ายังมีนักเรียนกว่า 1 แสนคนที่น่าจะเข้าข่ายได้รับเงินอุดหนุน แต่ไม่ได้รับโอกาสนี้

ขณะที่นายขจร ศรีชวโนทัย รองอธิบดี สถ. กล่าวว่า เด็กยากจนด้อยโอกาสมีความเสี่ยงที่จะหลุดออกนอกระบบการศึกษาได้ทุกวินาที หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจึงต้องทำงานเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ให้ทันท่วงที ซึ่งช่วงเดือนก.ค.ครูสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 377 โรงเรียน ใน 10 จังหวัดนำร่องจะลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน คัดกรองนักเรียนเพื่อแก้ปัญหาเป็นรายคน

ขณะที่ พล.ต.ต.วันชาติ คำเครือคง รองผู้บัญชาการ ตชด. กล่าวว่า นักเรียนในสังกัดบช.ตชด.มีจำนวนทั้งสิ้น 26,552 คน จากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 218 แห่งทั่วประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร และด้อยโอกาส จากนี้ครูตชด. จะลงพื้นที่ เยี่ยมบ้าน เพื่อค้นหา คัดกรองอย่างรัดกุมให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่กำลังเดือดร้อนตามเกณฑ์ของกสศ. เงินอุดหนุนนี้แม้จำนวนไม่มากแต่อย่างน้อยก็ช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองได้

สำหรับเสียงสองตัวแทนนักเรียนที่เขียนจดหมายลาครู กระทั่งครูต้องออกติดตามช่วยเหลือและนำกลับสู่โรงเรียน ด.ช.พงษ์ศกร อาสาพิทักษ์ไพร อายุ 13 ปี จากโรงเรียนบ้านนาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ต้องออกไปช่วยแม่รับจ้างทำงาน เพราะที่บ้านยากจน อีกทั้งพ่อเสีย ไม่มีใครช่วย จากนี้เมื่อได้รับทุนก็จะตั้งใจเรียนถึง ม.6 เพราะอนาคตอยากเป็นนักฟุตบอล

ส่วนด.ช.อาทิตย์ มืดคุ้ม อายุ 12 ปี จากร.ร.บ้านใหม่ปฏิรูป อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ต้องช่วยเลี้ยงน้องๆ 5 คนในฐานะพี่คนโต เพราะพ่อแม่ต้องไปทำงานในเมือง ปล่อยให้ตายายเลี้ยงคงไม่ไหว จึงได้เขียนจดหมายลาครูไปเลี้ยงน้อง จากนี้มีเงินอุดหนุนมาช่วยเหลือก็จะกลับไปเรียนเพราะตั้งใจอยากเป็นทหาร.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เด็กนักเรียนเด็กยากจนไม่ได้เรียนต่อจดหมายลาครูโรงเรียน ตชด.เงินอุดหนุนนักเรียนทุนเสมอภาคการศึกษา

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้