"เพราะคนเราเติบโตมา ไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จได้ลำพังเพียงคนเดียว ทุกชีวิตล้วนแล้วมีครูบาอาจารย์ประสิทธิ์ประสาทความรู้ นับเริ่มตั้งแต่พ่อแม่ บุคคลในครอบครัว และครูผู้สอนในโรงเรียน ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วเป็นส่วนประกอบที่ส่งผลทำให้ชีวิตคนหนึ่งคนประสบความสำเร็จแทบทั้งสิ้น ดังนั้นพิธีการระลึกถึงครูบาอาจารย์ในวันสำคัญ และเป็นประเพณีสืบทอดกันมาให้เด็กนักเรียนจากรุ่นสู่รุ่นสำนึกในพระคุณครูที่พร่ำสั่งสอน" อ.สืบสกุล ศรีสุข อาจารย์โรงเรียนมหาวชิราวุธ อดีตอาจารย์โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา
"วันไหว้ครู หรือ พิธีไหว้ครู" จัดขึ้นเพื่อเป็นการแสดงความเคารพครูอย่างหนึ่ง ในช่วงเดือนมิถุนายน ของทุกปี แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นวันพฤหัสบดีแรกของภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษานั้นๆ ให้เป็นวันไหว้ครู ซึ่งตามสถาบันการศึกษาต่างๆ จะกำหนดให้พิธีไหว้ครูจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี ส่วนจะเป็นพฤหัสบดีที่เท่าไรของเดือนก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละสถาบันไม่มีข้อจำกัด
...
และสำหรับวันไหว้ครูเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ 13 มิถุนายน 2562 กลับสร้างความฮือฮาจนเป็นกระแสร้อนบานปลายให้ชาวโซเชียลได้นำมาเป็นหัวข้อถกเถียงกันอย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสม หรือไม่เหมาะสม เพราะเด็กนักเรียนหลายแห่งทั่วประเทศ มีไอเดียความคิดแปลกใหม่โดยมิได้นัดหมาย จัดทำพานไหว้ครูทั้งพานธูป พานเทียน ตามแนวความคิดสร้างสรรค์ที่ออกมาจากความรู้สึกตัวเอง บ้างก็ว่าเป็นเรื่องดีเพราะควรเปิดกว้างให้เด็กได้มีอิสระทางความคิด ในขณะที่อีกฝ่ายมองว่าไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่เยาวชนคนไทย ไม่รักษาขนบธรรมเนียมโดยการนำดอกไม้ชนิดต่างๆ ที่บ่งบอกความหมายตกแต่งประดับพานไหว้ครูเพื่อเป็นสิริมงคลชีวิต
พานไหว้ครูในอดีต ต้องประดับประดาตกแต่งด้วยดอกไม้ชนิดใด เพื่อสื่อความหมายในด้านไหนบ้างนั้น เราแจกแจงรายละเอียดไว้คร่าวๆ โดยเฉพาะ "หญ้าแพรก ข้าวตอก ดอกมะเขือ และดอกเข็ม" ซึ่งเป็นองค์ประกอบในพานดอกไม้แต่ละอย่างล้วนเป็นปริศนาธรรมทั้งสิ้น
- หญ้าแพรก เป็นตัวแทนที่แสดงถึงความเข้มแข็ง อดทน ถึงแม้จะแห้งแล้ง คนเดินเหยียบย่ำ หญ้าแพรกก็จะไม่ตาย พอได้รับโอกาสที่เหมาะสม ได้รับความชุ่มชื้น ก็จะแตกยอดเจริญงอกงามเป็นอย่างดี ครูจึงต้องเป็นผู้ที่เข้มแข็งอดทนต่อปัญหาต่างๆ ของนักเรียนนักศึกษามากมาย และค่อยๆสะท้อนปลูกฝังความมุ่งมั่นอดทน เข้มแข็งไปสู่นิสัยของนักเรียน นักศึกษา ฝึกให้เขาเข้มแข็งอดทนให้จงได้
- ข้าวตอก เป็นข้าวที่เกิดจากการใช้เมล็ดข้าวสารไปคั่ว โดยมีฝาครอบไว้ เมื่อได้รับความร้อนระดับหนึ่ง เมล็ดข้าวก็จะพองตัวและแตกตัวออกเป็นข้าวตอก มีกลิ่นหอม เช่นเดียวกับการให้การศึกษา ครูผู้สอนต้องให้การอบรมคู่กันไปด้วย "อบเพื่อให้สุก รมเพื่อให้หอม" เช่นเดียวกับการทำข้าวตอก
การสั่งสอนอบรมของครู บางครั้งต้องมีการว่ากล่าวตักเตือน ติติงหรือทำโทษ ในการกระทำที่ไม่เหมาะสมเสมือนการใช้ความร้อนกับเมล็ดข้าว โดยมีกฎระเบียบหรือแนวปฏิบัติ เสมือนเป็นฝาครอบ ไม่ให้ลูกศิษย์กระเด็นกระดอนออกนอกลู่นอกทาง ครูจึงต้องทำหน้าที่สั่งสอนอบรมให้นักเรียน นักศึกษาเป็นดังเช่นข้าวตอก คือ "สุกและหอม" ซึ่งหมายถึง การสั่งสอนแนะนำให้เขามีความรู้ความสามารถและเป็นคนดีที่ยอมรับนั่นเอง
- ดอกมะเขือ ลักษณะของดอกมะเขือ เวลาบานจะสีขาวสะอาดและดอกจะโน้มคว่ำลงพื้นดินซึ่งก็เป็นปริศนาธรรม แสดงถึงความสะอาดบริสุทธิ์ของจิตใจ เป็นคนซื่อสัตย์ อ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ
...
- ดอกเข็ม ลักษณะของดอกเข็มจะมียอดดอกแหลม ซึ่งเป็นปริศนาธรรมว่า ครูต้องจัดการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝังความคิด ให้นักเรียนนักศึกษาเป็นคนฉลาด (หัวแหลม) รู้จักวิเคราะห์วิจารณ์ ใช้ความคิดให้เป็นประโยชน์แก้ปัญหาต่างๆ ที่พบเห็น ความเฉียบคมทางความคิดจะทะลุทะลวงทุกปัญหาได้
แต่เมื่อลองย้อนกลับไปดูเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมา พานธูป-เทียน ในลักษณะต่างๆ ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อเหน็บแนมการเมือง ล้อเลียนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทว่ามีรูปภาพของบุคคลสำคัญที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีถึง 2 คน แสดงให้เห็นเด่นชัดถึงความคิดเห็นทางการเมือง จนสื่อกระแสหลักได้เสนอข่าวข้อเท็จจริงที่ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกถึงโรงเรียนเพื่อสั่งให้เด็กลบภาพดังกล่าวออกจากเฟซบุ๊ก กระทั่งต่อมา ผู้อำนวยการโรงเรียนแถลงชัดว่า ข่าวที่ออกไปเป็นการเข้าใจผิด เจ้าหน้าที่ไม่ได้สั่งให้เด็กลบภาพตามกล่าวอ้าง
ขณะที่ อ.สืบสกุล ศรีสุข อาจารย์โรงเรียนมหาวชิราวุธ อดีตอาจารย์โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า การไหว้ครูนั้นถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง เพราะครูถือเป็นคนที่ศิษย์ต้องให้ความเคารพนับถือ เป็นผู้ถ่ายทอดสรรพวิชาความรู้ให้กับศิษย์ด้วยความรัก ความเมตตา และความปราถนาดี โดยใช้ดอกไม้ธูปเทียนตามแบบฉบับดั้งเดิม และควรจะสืบทอดกันไปจากรุ่นสู่รุ่น
...
"มาในวันนี้หลายอย่างเปลี่ยนไป ผมเองไม่ได้ไปขีดขอบหรือจำกัดความคิดเด็ก แต่อยากจะทบทวนให้ทราบว่า ในสมัยก่อนทุกๆ วันก่อนเข้าเรียน ผมต้องร้องเพลง "เด็กเอ๋ยเด็กดี ต้องมีหน้าที่ 10 อย่างด้วยกัน" ไม่ทราบว่าเด็กยุคนี้ยังร้องกันอยู่หรือไม่ ความหมายของการประพฤติตนเป็นคนดีในวัยเด็กอยู่ใน 10 ข้อนี้ครบถ้วน เราควรรู้หน้าที่ของตนเองเพื่อเติบใหญ่เป็นเยาวชนที่ดี ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ด้วยคำสั่งสอนของครู"
อ.สืบสกุล บอกด้วยว่า ส่วนตัวเรื่องพานลักษณะแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นในหลายโรงเรียน ในภาพมุมมองของตนเองก็ไม่ได้รู้สึกซีเรียส หรือคิดว่าเด็กไม่สมควรทำ หรือทำไม่ได้ เพราะนั่นเป็นความคิดเห็นของเขา อาจจะเป็นเพราะเด็กไม่ได้ถูกปลูกฝังให้เดินตามร่องรอยที่ถูกต้องจนเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำแล้วไม่เกิดผลกระทบกับความรู้สึกใคร ทว่าต่อไปหากได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของประเทศชาติและพิธีการไหว้ครูให้ลึกซึ้ง จะเข้าใจว่าการไหว้ครูต้องทำพานธูปเทียนแบบไหนจึงจะเหมาะสมกับประเพณีที่มีมา
"ถึงแม้ในทุกวันนี้เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้ามากขึ้น สื่อการเรียนการสอนมีอยู่แพร่หลาย แต่คนไทยก็ยังคงให้ความสำคัญกับครูด้วยเหตุผลที่ว่า ครูเปรียบเสมือนพ่อและแม่คนที่ 2 ของศิษย์ ผู้ที่ประสบความสำเร็จได้เป็นเพราะมีแม่เป็นผู้ให้กำเนิด มีครูเป็นผู้ให้ความรู้ ความคิด สติปัญญา และชี้ทางสว่างให้กับชีวิต ประเพณีการไหว้ครูจึงยังสืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบัน" อ.สืบสกุล กล่าวทิ้งท้าย
...
ในขณะที่ นายกนก กองคูณ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดฝาง จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า พิธีไหว้ครูจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีช่วงเปิดเทอมแรก ก่อนที่จะมีการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนได้แสดงออกถึงความเคารพรักและระลึกถึงพระคุณของบูรพาจารย์ สิ่งสำคัญที่ใช้ในการไหว้ครูตั้งแต่โบราณมา นอกจาก ธูป เทียน ได้แก่ ดอกเข็ม สื่อถึง สติปัญญาเฉียบแหลม เหมือนชื่อของดอกเข็ม ดอกมะเขือ สื่อถึง ความอ่อนน้อม ถ่อมตน เป็นคนสุภาพเรียบร้อย ส่วนหญ้าแพรก สื่อถึง ความอดทน และเรียนรู้ได้เร็ว สำหรับการจัดทำพานไหว้ครูของนักเรียน ถือว่านักเรียนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ รู้จักประยุกต์ใช้สิ่งต่างๆรอบตัวให้เกิดประโยชน์ ทั้งนี้ ทางโรงเรียนได้ปลูกฝังให้นักเรียนได้เห็นถึงความสำคัญของ “ครู” ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญเป็นที่สอง รองไปจากบิดามารดาที่เราทุกคน ควรจะได้แสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อท่าน