คดีทหารเรือหนุ่ม โดดถีบรถสาวเจ้าของแจ๊ส จบด้วยดี หลัง ตร.นัดทั้งคู่เคลียร์กันกว่า 4 ชม. ทั้ง 2 ยอมความกัน ไม่ติดใจเอาเรื่อง รับหลังเกิดเหตุส่งผลกระทบต่องาน สาวเผยทหารเรือสำนึกผิด ขอโทษแล้ว เหตุทำไปเพราะสงสัยปิดบังความผิด ส่วนตนนั้นอารมณ์ร้อนเกินไป ตร.แจ้งข้อหาพร้อมจับปรับทั้งคู่
จากกรณีมีคลิปเผยแพร่ในโลกโซเชียลเป็นรถเก๋งสีบรอนซ์เงิน ขับตามหลัง รถเก๋งสีขาว และบีบแตรดังลั่น ก่อนที่คนขับรถสีบรอนซ์เงิน เป็นชาย สวมเครื่องแบบสีกากี วิ่งเข้าไปกระโดดถีบที่รถเก๋งสีขาว จากนั้นจึงกลับขึ้นรถและพยายามขับหลบหนี แต่ถูกผู้หญิงที่ขับรถเก๋งสีขาว ตามทันแล้วเกิดทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกันกลางถนน
ต่อมาเวลา 13.30 น.วันที่ 30 พ.ค.62 ที่ สน.ศาลาแดง พ.ต.อ.กฤตินาท ตุลยลักษณ์ ผกก. สน.ศาลาแดง นัดเจรจาคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ให้ข้อมูลกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยจุดเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนเมื่อเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มมีปัญหากันตั้งแต่ถนนพุทธมณฑลสาย 3 ช่วงแยกทวีวัฒนาตัดกาญจนา เขตทวีวัฒนา ไปจนถึงจุดที่ภาพปรากฎในคลิป ที่ถนนบางแวก ใกล้หมู่บ้านชัยพฤกษ์ เขตบางแค ระยะทางประมาณ 3 กม. โดย เรือตรี ธีร์ เทพเสนา อายุ 23 ปี สังกัดทหารเรือ ผู้ขับรถเก๋ง โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 8 กถ 195 กรุงเทพมหานคร เดินทางมาที่ สน.ศาลาแดง โดยสวมชุดลำลองกีฬาสีดำ พร้อมปิดหน้ากากอนามัย เมื่อเห็นผู้สื่อข่าวจึงพยายามเดินหลบ และไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ
...
ต่อมาเวลา 15.30 น. น.ส.สุนาวรี อินดิบ อายุ 32 ปี อาชีพช่างเสริมสวย คนขับรถเก๋ง ฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ทะเบียน 1 กญ 5331 กรุงเทพมหานคร เดินทางมาถึงที่ สน.ศาลาแดง ให้การก่อนเจรจาว่า ตนไม่ได้ขับรถปาดหน้ากับคู่กรณี ขณะเกิดเหตุนายทหารคนดังกล่าวพยายามขับจี้ท้ายรถตน และบีบแตรใส่ตลอดทาง พร้อมตะโกนต่อว่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคาย พาดพิงบุพการี พ่อแม่ไม่สั่งสอนว่า ทำไมนำสติ๊กเกอร์ปิดเลขทะเบียนรถ ทั้งที่ตนติดเพราะเลข 1 และ 5 ไม่ถูกโฉลก ตนโกรธมากพยายามไม่สนใจ คิดว่าเดียวไฟเขียวก็จบ ก่อนที่ตนจะขับหนี แต่ชายคนดังกล่าวยังไม่ยอมลดละ บีบแตรไล่หลัง และยังตะโกนด่าทอกันระหว่างรถไปมา
น.ส.สุนาวรี กล่าวต่อไปว่า กระทั่งติดไฟแดง ชายทหารคนดังกล่าวลงจากรถพร้อมกระโดดถีบท้ายรถตน และพยายามจะขับรถหลบหนี ตนพยายามเรียกให้ลงมาคุยกัน แต่ทหารคนดังกล่าวขับหนี จึงวิ่งตามพร้อมใช้ข้อศอกกระแทกกระจกรถคู่กรณีแตก ซึ่งนายทหารตกใจและย้ายไปนั่งเบาะข้างคนขับ พร้อมตะโกนกลับมาใส่ร้ายว่า เราทำร้ายร่างกายเขา พยายามฆ่า และต่อว่าตนเมายา นอกจากนี้ยังข่มขู่ว่า รู้ไหมว่าเขาเป็นใคร เขาใส่ชุดข้าราชการสีกากี เป็นทหาร เขารู้จักอัยการและผู้ใหญ่หลายคน และจะเอาเรื่องเราให้ถึงที่สุด
ภายหลังการเจรจากว่า 4 ชั่วโมง พ.ต.อ.กฤตินาท เปิดเผยว่า เบื้องต้นชายสวมชุดข้าราชการเป็นทหารเรือ แต่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ สาเหตุเกิดจากนายทหารดังกล่าว ไม่พอใจเกี่ยวกับการที่ฝ่ายหญิง นำสติ๊กเกอร์มาติดไว้เท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาแก่คู่กรณีทั้ง 3 คน นายทหารเรือ น.ส.สุนาวรี และ นายกำพล แซ่ตั่น อายุ 28 ปี เพื่อนชายของฝ่ายหญิง "กระทำความอื้ออึงจนประชาชนแตกตื่น" ปรับคนละ 100 บาท และแจ้งข้อ พ.ร.บ.รถยนต์แก่ฝ่ายหญิง ที่ติดป้ายทะเบียนไม่ถูกต้อง" เนื่องจากนำสติ๊กเกอร์มาปิดเลขทะเบียนไว้
ด้าน น.ส.สุนาวรี กล่าวภายหลังว่า ภายหลังจากที่ได้เจรจากับทางฝ่ายตรงข้ามแล้ว มีการตกลงยอมความกัน ไม่มีฝ่ายไหนเอาเรื่องกัน เนื่องจาก เหตุการณ์ดังกล่าว มีผลกระทบต่อเรื่องหน้าที่การงานทั้งคู่ อีกฝ่ายเป็นข้าราชการ ส่วนตนมีอาชีพธุรกิจส่วนตัว ตนเกรงว่าลูกค้าจะมองภาพลักษณ์ไม่ดี และทางตนก็ยอมรับว่าอารมณ์ร้อนมากจนเกินไป เพราะเครียดหลายเรื่อง และทางฝ่ายตรงข้ามก็ได้เอาความเรื่องชดใช้ค่าเสียหาย เนื่องจากเห็นว่า แม่ของตนป่วยต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล จึงตกลงกันได้ด้วยดี ไม่ได้มีการข่มขู่ใดๆ ตนก็บาดเจ็บเพราะใช้มือและศอกทุบกระจกรถคู่กรณีจนแตก
น.ส.สุนาวรี กล่าวต่อว่า เมื่อมีการขอโทษ สำนักผิดแล้ว พร้อมบอกว่า สาเหตุที่ทำไปเพราะเห็นว่าป้ายทะเบียนตนไม่ถูกต้อง เนื่องจากตนได้นำแผ่นสติ๊กเกอร์สีทองมาติดป้ายทะเบียน เลข 5 และ เลข 1 เนื่องจากเป็นเลขที่ไม่มงคลกับตนเอง เมื่อติดนานสีทองจึงลอกออกเป็นสีขาว ตนมองว่า ทางฝ่ายคู่กรณีเอง ก็สำนึกผิดแล้ว เขาอาจเป็นเพียงคนพลเมืองดีที่เห็นว่าป้ายทะเบียนไม่ถูกต้อง จึงคิดว่าตนจงใจที่จะปกปิดป้ายทะเบียนเพราะทำความผิดมาหรือไม่ เมื่อขอโทษแล้ว ตนก็ให้อภัยไม่เอาเรื่อง
...
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังการเจรจาเสร็จสิ้น นายทหารคนดังกล่าว ได้เปลี่ยนชุดลำลองกีฬาดำ เป็นเสื้อเชิ้ตขาว และกางเกงสแล็คดำ หลบขึ้นรถยนต์ออกไปทันที โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับผู้สื่อข่าว