แม่เด็กชาติพันธุ์ฟ้องกองทัพบก คดีแพ่ง-ทหารฆ่าลูกชาย เรียกค่าเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

ข่าว

    แม่เด็กชาติพันธุ์ฟ้องกองทัพบก คดีแพ่ง-ทหารฆ่าลูกชาย เรียกค่าเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    23 พ.ค. 2562 05:01 น.

    แม่ “ชัยภูมิ ป่าแส-อะเบ แซ่หมู่” ฟ้องศาลแพ่ง เรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก และต้องร่วมรับผิดในฐานะผู้บังคับบัญชา หลังทั้งคู่ถูกทหาร อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ วิสามัญฯในลักษณะคล้ายคลึงกัน ระยะเวลาห่างกันเดือนเดียว อ้างผู้ตายทั้งคู่ใช้ปืนยิงและขว้างระเบิดใส่ขณะตรวจค้น โดยคดีนายอะเบเรียกค่าเสียหายรวมค่าสินไหมทดแทน 7,845,153.37 บาท ส่วนครอบครัวป่าแสเรียกค่าสินไหมทดแทน 4,363,772.26 บาท และให้ลงประกาศในหนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ ผู้ตายทั้งคู่ไม่ได้มีและใช้อาวุธต่อสู้ทหารและไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

    2 ครอบครัวกลุ่มชาติพันธุ์ฟ้องแพ่งกองทัพบก เรียกค่าเสียหายและสินไหมทดแทนรวม 12.2 ล้านบาท หลังลูกชายถูกทหารในสังกัดยิงเสียชีวิตชนิดมีเงื่อนงำ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 พ.ค. ที่ศาลแพ่ง นางอะหมี่มะ แซ่หมู่ อายุ 52 ปี โดยนางณัฐณันนน แซ่หมู่ อายุ 50 ปี ผู้รับมอบอำนาจเป็นโจทก์ยื่นฟ้องกองทัพบก ฐานละเมิดพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 จำนวนทุนทรัพย์ 7,845,153.37 บาท

    คำฟ้องบรรยายว่า เมื่อวันที่ 15 ก.พ.60 เวลา 14.00 น. พลทหารชนวีร์ ขำอเนก ขี่รถ จยย.มีจ่าสิบเอกสงวน อินทร์ฤทธิ์ เป็นผู้ซ้อนท้าย ออกปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนตามเส้นทางถนนลูกรัง บริเวณไร่ข้าวโพดระหว่างหมู่บ้านรินหลวงและหมู่บ้านป่าบงงาม ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ขี่สวนทางกับรถ จยย.กับรถของนายธนิสร แซ่เฉิน ผู้ขี่ มีนายอะเบ แซ่หมู่ อายุ 31 ปี ลูกชายนางอะหมี่มะซ้อนท้าย เจ้าหน้าที่ทหารได้สั่งให้ทั้งสองหยุดรถ พร้อมทั้งคว้าตะกร้าสานที่นายอะเบสะพายหลัง ด้วยความตกใจนายธนิสรได้เร่งความเร็วของรถเพื่อหนีเจ้าหน้าที่ทหาร พลทหารชนวีร์ใช้ปืนเอ็ม 16 ยิงใส่ด้านหลังผู้ตาย ถูกบริเวณทรวงอกขวาเป็นเหตุให้นายอะเบเสียชีวิต

    หลังเกิดเหตุโจทก์และเพื่อนบ้านจะเข้าไปดูศพ แต่เจ้าหน้าที่ทหารไม่ยินยอมและได้ปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุไว้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ทหารยังให้ข้อมูลแก่พนักงานสอบสวนว่านายธนิสรได้ชักปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ทหาร และจะขว้างระเบิดใส่ รวมถึงตรวจพบยาเสพติดเฮโรอีนในกระเป๋าย่ามผู้ตาย ซึ่งไม่เป็นความจริง ต่อมาศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคำสั่งไต่สวนการตายว่า นายอะเบเสียชีวิตที่บริเวณเส้นทางดินลูกรังระหว่างหมู่บ้านรินหลวงและหมู่บ้านป่าบงงาม เพราะถูกพลทหารชนวีร์์ใช้ปืนเอ็ม 16 ยิงใส่นายอะเบจนถึงแก่ความตาย

    การตายของบุตรชายโจทก์ เกิดจากการกระทำโดยเจตนาของเจ้าหน้าที่ทหาร ยิงใส่ผู้ตายซึ่งไม่มีอาวุธ และไม่ได้ใช้ระเบิดจะขว้างใส่เจ้าหน้าที่ทหารทั้งสองตามที่ถูกกล่าวอ้าง เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดของจำเลย จงใจกระทำละเมิดต่อชีวิตผู้ตายโดยผิดกฎหมายในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว จำเลยต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ในผลแห่งละเมิดของเจ้าหน้าที่ทหารในสังกัดจำเลยดังกล่าว ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ต้องรับผิดชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ดังนี้

    ค่าปลงศพผู้ตายและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการจัดการศพ, ค่าขาดไร้อุปการะโจทก์, ค่าเสียหายต่อชื่อเสียง,ค่าเสียหายต่อจิตใจ, ขอให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันกระทำละเมิด จนถึงวันฟ้อง 15 ก.พ.60-22 พ.ค.62 รวมค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น 7,845,153.37 บาท, ให้จำเลยลงประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันของหนังสือพิมพ์มติชน ไทยรัฐ ข่าวสด และหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งข่าวออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตของหนังสือพิมพ์ดังกล่าวด้วยเป็นเวลาสามวันต่อเนื่องกัน ว่านายอะเบ แซ่หมู่ ไม่ได้มีและไม่ได้ใช้ระเบิดจะขว้างใส่เจ้าหน้าที่ทหาร และไม่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมทั้งให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมศาลและค่าทนายความแทนโจทก์ ศาลแพ่งรับไว้พิจารณาเป็นคดี พ.2592/2562 นัดชี้สองสถานเพื่อกำหนดประเด็นสืบพยานวันที่ 22 ก.ค.62 เวลา 13.00 น.

    หลังยื่นฟ้อง นางอะหมี่มะ แม่ของนายอะเบ เปิดเผยว่า วันนี้ต้องการความยุติธรรม หลังสูญเสียลูกชายไป 2 ปี และย้ำว่านายอะเบไม่มียาเสพติด หรือระเบิด แต่ถูกจัดฉากในการเสียชีวิต ส่วนความเป็นอยู่ครอบครัว ต้องลำบากที่ต้องสูญเสียลูกชาย ที่ถือเป็นเสาหลักของครอบครัวไป

    นอกจากนี้ ยังมีการยื่นฟ้องอีก 1 สำนวน โดยนางนาปอย ป่าแส อายุ 47 ปี โดยนายไมตรี จำเริญสุขสกุล อายุ 53 ปี เป็นผู้รับมอบอำนาจเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กองทัพบก เป็นจำเลยฐานละเมิดพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 จำนวนทุนทรัพย์ 4,363,772.26 บาท คำฟ้องบรรยายว่า เจ้าหน้าที่ทหารภายใต้สังกัดของจำเลย ร่วมกันกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยผิดกฎหมาย โดยเมื่อวันที่ 17 มี.ค.60 เวลาประมาณ 08.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารตั้งด่านตรวจที่บ้านรินหลวง ถนนหมายเลข 1178 สายรินหลวง-แม่นะ หมู่ 3 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มีจ่าสิบโทณัฐพล นพไธสง เป็นหัวหน้าชุด

    ต่อมาเวลา 10.00 น. มีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้ารุ่นแจ๊ซ สีดำ ทะเบียน ขก 3774 เชียงใหม่ มาถึงจุดตรวจเจ้าหน้าที่ทหารสั่งให้หยุดรถ จากนั้นจ่าสิบโทณัฐพลสั่งให้นายพงศนัย แสงตะหล้า คนขับกับนายชัยภูมิ ป่าแส อายุ 21 ปี ลูกชายนางนาปอย นั่งโดยสารมาด้วยลงจากรถ เจ้าหน้าที่ทหารร่วมกันตรวจค้น ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ไม่ยินยอมให้ทั้งคู่ออกจากด่านตรวจ เกิดการโต้เถียง และเจ้าหน้าที่ทหารได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายนายชัยภูมิ ซึ่งนายชัยภูมิได้ดิ้นรนสะบัดตัวหลุด ก่อนวิ่งไปที่ป้อมตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไม่พบใคร ได้วิ่งหนีต่อโดยมีเจ้าหน้าที่ทหารวิ่งไล่ตาม ก่อนที่พลทหารสุรศักดิ์ รัตนวรรณ จะใช้ปืนเอ็ม 16 ยิงใส่นายชัยภูมิ ถูกต้นแขนซ้ายด้านนอก กระสุนปืนแตกทะลุเข้าไปในลำตัวบริเวณสีข้างด้านซ้ายเหนือราวนม กระสุนปืนทำลายเส้นเลือดใหญ่หัวใจและปอด จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

    หลังเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารอ้างว่า สาเหตุที่ต้องยิงเพื่อป้องกันตัวเอง เนื่องจากผู้ตายใช้ระเบิดที่จะขว้างใส่ทหารและมียาเสพติดไว้ในครอบครอง ความจริงแล้วนายชัยภูมิไม่มีระเบิดและยาเสพติด การตายของนายชัยภูมิเกิดจากการกระทำโดยเจตนาฆ่าของพลทหารสุรศักดิ์ เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดของจำเลยได้จงใจกระทำการละเมิดต่อผู้ตาย ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ จำเลยในฐานะผู้บังคับบัญชา และควบคุมดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหารผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายดังนี้

    ค่าปลงศพผู้ตาย, ค่าขาดไร้อุปการะ, ค่าขาดรายได้ในครัวเรือน, ค่าเสียหายต่อชื่อเสียง, และค่าเสียหายต่อจิตใจ ขอให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันกระทำละเมิด จนถึงวันฟ้อง 17 มี.ค.60-22 พ.ค.62 รวมเป็นค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น 4,363,772.26 บาท และให้จำเลยจัดการให้ชื่อเสียงโจทก์กลับคืนดี ลงประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวัน ไทยรัฐ มติชน ข่าวสด และหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ 4 ฉบับ ฉบับละ 3 วันติดต่อกันว่านายชัยภูมิ ป่าแส ไม่ได้ใช้อาวุธจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร และไม่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น รวมทั้งให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมศาลและค่าทนายความแทนโจทก์ ศาลแพ่งรับไว้พิจารณาเป็นคดี พ.2591/2562 นัดชี้สองสถานเพื่อกำหนดประเด็นสืบพยาน วันที่ 22 ก.ค.62 เวลา 13.00 น.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ฟ้องกองทัพบกศาลแพ่งชัยภูมิ ป่าแสเรียกค่าชดเชยชาติพันธุ์ลาหู่ค่าสินไหมทดแทนข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 18:07 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์