คำค้นหา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ข่าว

พรรคพลังประชารัฐ ชู 3 เหตุผลสำคัญ หนุน บิ๊กตู่ เข้าชิงเก้าอี้นายกฯ

คลิปวีดีโอ

กีฬา

ย้อนชีวิต "ซีอุย" ถูกรังแก กินตับเพื่อน เจอรุมสกรัม ฆาตกรรมโหด ฉบับตำนานไทย

ไทยรัฐออนไลน์16 พ.ค. 2562 07:00 น.
SHARE

ชื่อของ “ซีอุย” กลายเป็นตำนานเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับมนุษย์กินคนที่ยังคงหลอกหลอนอยู่ในใจของคนไทยมาเนิ่นนาน จนมาวันนี้ มีผู้เรียกร้องทวงสิทธิความเป็นมนุษย์ ให้นำร่างซีอุยออกจากพิพิธภัณฑ์ศิริราช ไปประกอบพิธีศพ หลังตกเป็นเหยื่อความอยุติธรรม และถูกจัดแสดงประจานมานานกว่า 60 ปี

ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ย้อนเล่าเส้นทางชีวิตซีอุยตามบันทึกของตำนานไทย ย้ำว่าเป็นตำนานที่ถูกบันทึกจากหน้าประวัติศาสตร์ เขาผ่านช่วงชีวิตอันโหดร้ายใดๆ มาบ้าง ติดตามได้ที่นี่...

“ซีอุย แซ่อึ้ง” เป็นชาวแต้จิ๋ว เกิดที่ ต.ฮุยไหล จ.ซัวเถา ประเทศจีน เมื่อปี 2470 บิดาชื่อนายฮุ้นฮ้อ มารดาชื่อนางไป่ติ๋ง มีอาชีพทำไร่ ฐานะค่อนข้างยากจน

เมื่อความยากจนกลืนกินครอบครัว ซีอุยจึงขาดการเอาใจใส่ดูแลจากพ่อแม่อย่างที่ควรจะเป็น ชีวิตของเขาเร่ร่อนไปตามที่ต่างๆ ตามแต่ใจ หลายครั้งเขาจะโดนเด็กในวัยเดียวกัน หรือเด็กที่โตกว่าทำร้าย และเอารัดเอาเปรียบอยู่เสมอ จนเกิดเป็นความเจ็บแค้นอยู่ในใจของซีอุยตลอดมา

ขณะที่ เด็กชายจากซัวเถาเดินทางไปเรื่อยๆ นั้น เขาได้ไปพบกับนักบวชรูปหนึ่ง ซึ่งนักบวชรูปนี้ได้แนะนำให้เขากินหัวใจและตับมนุษย์ โดยให้เหตุผลว่า จะทำให้มีพละกำลังต่อสู้กับศัตรูผู้มารังแกได้อย่างง่ายดาย และด้วยคำแนะนำนี้เอง ทำให้ซีอุยหันมากินเนื้อสดๆ และเริ่มต้นด้วยการฆ่าสัตว์ เพื่อกินเครื่องใน โดยเฉพาะตับและหัวใจ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เมื่ออายุครบ 18 ปี ซีอุยถูกคัดเลือกเข้าประจำการในหน่วยรบทหารราบกองพันที่ 8 ซึ่งขณะนั้น จีนกับญี่ปุ่นทำสงครามกันอยู่ โดยครั้งหนึ่งขณะประจำอยู่ในสมรภูมิหน่วยรบ ซีอุยและเพื่อนร่วมรบพลาดท่าตกอยู่ในวงล้อมข้าศึก เสบียงเริ่มหมดลง เพื่อนทหารล้มตายราวกับผักปลา

ด้วยความหิวกระหายซีอุยใช้มีดพกคู่กายกรีดศพเพื่อนทหารกันอย่างเลือดเย็น ตั้งแต่หน้าอกถึงหน้าท้อง ควักหัวใจตับและไส้ออกมาต้มกิน โดยไม่สนใจสายตาเพื่อนทหารคนอื่นๆ

ภายหลังสงครามยุติ “ซีอุย” ถูกปลดประจำการกลับไปอยู่บ้านเกิด แต่ซัวเถาสมัยนั้น ผู้คนยากจนและอดอยากอย่างมาก ชาวบ้านส่วนใหญ่พยายามอพยพเข้ามาทำมาหากินในเมืองไทย และซีอุยก็เช่นกัน

ซีอุย เดินทางมาถึงเมืองไทยเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2489 ด้วยวิธีการลักลอบเข้ามาในฐานะจับกังเรือเดินทะเล และเมื่อเทียบท่าส่งสินค้าที่คลองเตย ซีอุยกับเพื่อนหลบหนีขึ้นฝั่งไปพักอยู่ที่โรงแรมเทียนจิน จังหวัดพระนคร ก่อนจะเดินทางต่อไปที่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ และรับจ้างทำสวนผัก แต่ไม่นานก็เดินทางไปหาที่ทำงานใหม่ในจังหวัดระยอง

เวลาผ่านไป 8 ปี ซีอุยใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทย ด้วยการรับจ้างทำไร่ทำสวน แต่จากการตรากตรำทำงานหนัก ร่างกายของเขาเกิดทรุดโทรม บวกกับจิตใจว้าวุ่นหงุดหงิด และด้วยเหตุนี้ คำแนะนำของนักบวชจีน จึงผุดขึ้นมาในสมองอีกครั้ง

10 เมษายน 2497 เวลาทุ่มเศษ ซีอุยออกมาเดินเล่นในตลาดทับสะแก ระหว่างเดินผ่านหน้าโรงสีนายกิ่ว ซีอุยได้พบกับ ด.ญ.บังอร บุตรสาวของนายตำรวจคนหนึ่งเดินสวนทางมา ซีอุยปรี่เข้าไปอุ้มเด็ก พร้อมใช้มือปิดปากปิดจมูก กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในความมืดข้างโรงสี

เด็กหญิงโชคร้ายไม่สามารถต้านทานแรงของซีอุยได้ เธอตกใจและหายใจไม่ออกจนหมดสติไปในที่สุด ร่างของเธอถูกวางลงบนพื้นดินใกล้ลำคลองเล็กๆ ท่ามกลางความเงียบสงบ

ซีอุยไม่รอช้า หยิบมีดพับปลายแหลมยาว 5 นิ้ว แทงไปที่คอหอยเด็ก แต่เป็นโชคดีของเด็กเมื่อมีคนเดินผ่านมา ซีอุยจึงผละจากไป

ด.ญ.บังอร รอดตายปาฏิหาริย์ ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ แผลเป็นบริเวณคอหอยยังปรากฏชัดเจนพอๆ กับความทรงจำอันเลวร้าย และในปัจจุบัน เธอประกอบอาชีพขายอาหารอยู่ในกรุงเทพฯ

หนึ่งเดือนถัดมา ซีอุยกระทำการในลักษณะเดียวกันกับ ด.ญ.บังอร แต่คราวนี้โชคร้ายตกอยู่กับ ด.ญ.นิด ซีอุยปราดเข้าไปอุ้ม ด.ญ.นิด ในขณะที่ห่างจากสายตาพ่อแม่

จากนั้น ก็พาร่าง ด.ญ.นิด มุ่งตรงไปข้างคลองในป่ารกหลังสถานีรถไฟทับสะแก วางเด็กหญิงลงใต้ต้นไม้ใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยหญ้าสูง พร้อมกับใช้มีดพับปลายแหลมแทงไปที่คอหอยของเด็กเคราะห์ร้ายจนเสียชีวิต ก่อนจะอุ้มร่างไร้วิญญาณเดินไปตามทางรถไฟอีก 3 กม. แล้วเลือกสะพานใต้ทางรถไฟเป็นที่ชำแหละศพ

ซีอุยใช้มีดกรีดหน้าอกของเด็กยาวลงไปถึงหน้าท้อง ใช้มือควักหัวใจและตับออกมาใส่ในกระเป๋ากางเกงทั้ง 2 ข้าง ทิ้งศพไว้ก่อนจะกลับไปบ้าน เอาหัวใจและตับใส่กาน้ำร้อนต้มกินและเข้านอน

3 ปีผ่านไป ซีอุยยังก่อคงก่อเหตุเช่นนี้อีกหลายครั้ง และเดินทางวนเวียนไปมาหลายจังหวัดอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสิ่งที่กระทำลงไป แต่ในท้ายที่สุด วันปิดเกมซีอุยก็เดินทางมาถึง...

วันหนึ่ง ในต.ทับวา จ.ระยอง ด.ช.สมบุญ เด็กน้อยผู้ใสซื่อบริสทุธิ์เดินทางกลับจากโรงเรียน แต่ยังไม่ทันได้ไปวิ่งเล่นเหมือนทุกวัน ผู้เป็นพ่อได้ไหว้วานให้ไปซื้อผักที่สวนแห่งหนึ่งที่อยู่ในละแวกบ้าน ซึ่งสวนแห่งนี้มีนายซีอุยเป็นลูกจ้าง แต่ทว่าการไปซื้อผักของ ด.ช.สมบุญ ในครั้งนี้ กลับยาวนานกว่าครั้งไหนๆ...

เมื่อซีอุยพบเข้ากับ ด.ช.สมบุญ ความอยากกระหายก็เข้าครอบงำเขาอีกครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาเลือกเหยื่อที่เป็นเด็กชาย ซีอุยใช้มีดแทงคอหอย ด.ช.สมบุญ ขณะที่เด็กน้อยเผลอ ก่อนจะใช้มีดพับเล่มเดิมกรีดจากหน้าอกจนถึงท้อง ควักตับกับหัวใจออกจากร่าง จากนั้น จึงเริ่มหันมาทำลายศพ แต่ยังไม่ทันได้ทำลายศพ ซีอุยก็ถูกพ่อและอาของเด็กตามมาพบเสียก่อน

นายนาวา ผู้เป็นพ่อของ ด.ช.สมบุญ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ตอนเห็นศพลูกชายนอนจมกองเลือดอยู่อย่างน่าอเนจอนาถ มีฟางกลบยังไม่ทั่วตัว เท่าที่รู้เขากำลังจะเผาลูกชายผม”

“ผมระงับอารมณ์ไม่อยู่ ผมเข้าไปรุมสกรัมฆาตกรโดยไม่ฟังเสียงอะไรทั้งสิ้น ถึงขนาดที่ว่ารองเท้าบูตยางเต็มไปด้วยเลือด”

และนั่นคือวันสุดท้ายสำหรับอิสรภาพของซีอุย สุดท้ายเขาถูกจับส่งให้ตำรวจ และเข้าสู่การพิจารณาคดีในชั้นศาล โดยตลอดระยะเวลาหลายปี ซีอุยฆ่าเด็กไปถึง 6 คน รอดตาย 1 คน สุดท้ายเขาถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2502 และหลังจากถูกประหารชีวิต ศพของซีอุยถูกนำมาดองเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ ภายในโรงพยาบาลศิริราช ปิดฉากคดีฆาตกรรมอำมหิตในที่สุด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ซีอุยซีอุย มนุษย์กินคนซีอุย ศิริราชซีอุย ประวัติข่าวร้อนข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้