เริ่มขึ้นปี พ.ศ.ใหม่ หลากหลายหน่วยงาน และสมาคม ต่างพากันประเมินผลงานของบุคลากรพร้อมกับมอบรางวัลให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ใครมีผลงานดีเด่นด้านไหน ก็ได้รางวัลการันตีกันไป เช่นเดียวกับ กองบัญชาการ สำนักงาน หรือ หน่วยงานสมาคม ฯลฯ ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่างพากันออกมาเสนอรายชื่อ พร้อมเหตุผลของตำรวจนายนั้นๆ ที่ควรค่าต่อการได้รับมอบรางวัลประจำปี ซึ่งหลายฝ่ายพากันลุ้นเหลือเกินว่า หนึ่งในนั้นจะมีชื่อ "บิ๊กโจ๊ก" หรือ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมเข้ารับรางวัลมั้ย?
ทว่ากันด้วยผลงานเด่นๆ ที่ บิ๊กโจ๊ก ได้ปิดจ๊อบช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนในประเทศไทย ก็มีไม่น้อยเลย ซึ่งผลงานทั้งหมดนี้ คงต้องให้ชาวบ้านประชาชนตาดำๆ ที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากบิ๊กโจ๊ก เป็นผู้ตอบคำถามว่า "เขารู้สึกอย่างไร" กับนายตำรวจคนนี้ เกี่ยวกับการช่วยเหลือภาคประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการไกล่เกลี่ยคืนโฉนดที่ดินของชาวบ้านภายใต้เงื่อนไข "เงินกู้นอกระบบ"ในภาคอีสาน บิ๊กโจ๊ก ก็ถือเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนจนประสบความสำเร็จมาใจหลายพื้นที่
ย้อนดูผลงานโดดเด่นของ พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ย้อนไปตั้งปี 2559-2561 ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขามีผลงานที่โดดเด่นเข้าเป้าในหลายๆ คดี ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีแผนผังโครงสร้างการทำงาน รับผิดชอบหน้างานถึง 12 ด้าน 12 ฐานความผิด ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์, ความผิดเกี่ยวกับโรแมนซ์สแกม, ความผิดเกียวกับการฉ้อโกงออนไลน์, ความผิดเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบ, ความผิดเกี่ยวกับโอเวอร์สเตย์ หรือการที่คนต่างด้าวพำนักอยู่ในประเทศไทยเกินระยะเวลาที่ได้รับวีซ่า
ความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ การปราบปรามสื่อลามกอนาจาร, ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบเล่นการพนันแข่งม้า, การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออนไลน์, ความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางสาธารณะ, ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเฉพาะยาทรามาดอล ซึ่งหมายถึงยาแก้ปวดชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาผสมกับสารอื่นให้เป็นของมึนเมาและความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทั่วไป เหตุนี้เองทำให้เขาต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าว เฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 2-3 คดี บางวันสูงถึง 7-8 คดี ตี 1 ตี 2 ก็ยังมีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวหลายครั้งต่ออาทิตย์
ส่วนคดีที่กลายเป็นข่าวโด่งดังทำให้คนทั่วโลกรู้จักบิ๊กโจ๊ก นั้นคือการขอลี้ภัยไปประเทศที่ 3 ของหญิงชาวซาอุดีอาระเบีย ซึ่ง พลตำรวจโทรสุรเชษฐ์ ก็โชว์ผลงานจบคดีนี้ได้อย่างดี รวมไปถึงการกวาดล้างแก๊งคลอเซ็นเตอร์ข้ามประเทศ ประสานความร่วมมือกับหลายฝ่ายกระทั่งสามารถทลายรังคนร้ายช่วยเหลือไม่ให้คนไทย และคนชาติอื่นๆ ต้องตกเป็นเหยื่อแก๊งนี้ไปด้วย ไหนจะนโยบายปราบเด็กแว้น รถซิ่งบนท้องถนนเยาวชนมั่วสุมที่ทำต่อเนื่องตลอดทั้งปี
ที่เกริ่นมาเป็นเพียงแค่ผลงานคร่าวๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังไม่รวมความเดือดร้อนที่ชาวบ้านร้องเรียนกันมาผ่านเพจเฟชบุ๊ก "สุรเชษฐ์ หักพาล" เรียกได้ว่าเป็นการช่วยเหลือแบบเคสบายเคส โดยการประสานตรงผ่านทีมตำรวจที่จัดชุดเฉพาะกิจเข้ามาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน แต่ขณะนี้เพจดังกล่าวได้ปิดตัวลงไปพร้อมกับข่าวคราวที่เงียบหายไม่มีการเคลื่อนไหวออกทางหน้าสื่อของเจ้าตัวอีกเลย
เชื่อว่า หากบิ๊กโจ๊ก ยังโลดแล่นอยู่ในวงการสีกากี แน่นอนว่าต้องมีรางวัลการันตีผลงานให้เขาได้ชื่นใจหายเหนื่อยเฉกเช่นตำรวจนายอื่นๆเหมือนทุกๆ ปี ทว่าในปีนี้ บิ๊กโจ๊ก ถูกม.44 โอนย้ายไปเป็นข้าราชการพลเรือนทำงานร่วมกับรัฐบาล ....ว่ากันด้วย "ผลงานล้วนๆ" ในรอบปีหลายปีที่ผ่านมาคุณคิดว่า "บิ๊กโจ๊ก" ควรจะได้รับรางวัลจากหน่วยงานหรือสมาคม ใดๆหรือไม่?