นักวิชาการ เสนอแนวคิดภาครัฐ นำเทคโนโลยี "Blockchain" ประยุกต์ใช้กับการจัดการเงินบริจาควัด เพื่อสร้างความโปร่งใส เส้นทางการเงิน ลบภาพทุจริต ป้องวิกฤติศรัทธาวงการศาสนา...
เมื่อวันที่ 7 พ.ค.62 ผศ.ดร.วีรณัฐ โรจนประภา ผู้อำนวยการสถาบันคิดใหม่และประธานกรรมการมูลนิธิบ้านอารีย์ นักวิชาการอิสระผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีบล็อกเชน เสนอแนวคิดให้ภาครัฐนำเทคโนโลยีบล็อกเชนไปประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการเงินบริจาคของวัด เพื่อสร้างความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินของวัดได้
เทคโนโลยี "บล็อกเชน" (Blockchain) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้รองรับการทำธุรกรรมบนโลกดิจิทัล ซึ่งหลากหลายอุตสาหกรรมได้นำมาปรับใช้ เนื่องจากสามารถตอบโจทย์การทำงานที่ต้องการความโปร่งใส และมีการกระจายอำนาจในการตรวจสอบเส้นทางการทำธุรกรรม
สำหรับวงการพระพุทธศาสนาในช่วงหลายปีมานี้ มีกรณีที่ทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาในหมู่พุทธศาสนิกชนอยู่บ่อยครั้ง เช่น การทุจริตเงินวัด กิจกรรมพุทธพาณิชย์เพื่อเรี่ยไรเงิน หรือกรณีพระสงฆ์นำเงินไปซื้อสิ่งเสพติดและของมึนเมา ซึ่งล้วนสร้างความเคลือบแคลงใจ และเสื่อมศรัทธาในหมู่ชาวพุทธมากขึ้นเรื่อยๆ
ผศ.ดร.วีรณัฐ โรจนประภา จึงเสนอทางออก คือการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับรูปแบบการบริจาค และการทำบุญของพุทธศาสนิกชน ด้วยการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการเก็บข้อมูลการบริจาค และบริจาคด้วยสกุลเงินดิจิทัลที่มีค่าคงที่ (Stable Coin) เรียกว่า "บุดดิสต์ คอยน์" (Buddhist Coin)
หลักการ คือ เปลี่ยนการบริจาครูปแบบเดิมที่เป็นเงินบาทที่เมื่อวัด หรือพระสงฆ์รับไปแล้วสามารถนำไปซื้อของอะไรก็ได้ตามต้องการ ซึ่งอาจเป็นของที่ไม่เหมาะแก่สมณสารูป มาเป็นการบริจาคผ่าน บุดดิสต์ คอยน์ ซึ่งแปลงมาจากเงินบาท เมื่อวัดหรือพระสงฆ์ได้รับบุดดิสต์ คอยน์ แล้วจะสามารถใช้จ่ายซื้อสินค้าหรือบริการได้เฉพาะที่ถูกกำหนดไว้ ตามขอบเขตของหลักพระวินัยเท่านั้น และธุรกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนช่องทางนี้ จะถูกบันทึกไว้ในระบบบล็อกเชนที่กระจายการจัดเก็บ และไม่สามารถแก้ไขได้ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมในเครือข่าย สามารถอนุมัติและตรวจสอบการใช้เงินของวัดได้ โดยบุดดิสต์ คอยน์ จะมีค่าคงที่ ไม่มีการเก็งกำไรเช่นเงินสกุลดิจิทัลอื่นๆ ที่สำคัญผู้บริจาคสามารถตรวจสอบเส้นทางของเงินบริจาคได้ว่า วัดได้นำไปใช้จ่ายอะไรบ้าง
หลังจากนี้ ผศ.ดร. วีรณัฐ โรจนประภา จะเดินหน้าพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ให้บุดดิสต์ คอยน์ เป็นทางเลือกใหม่สำหรับการบริจาค นอกเหนือจากการบริจาคเป็นเงินบาทตามปกติ โดยเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนและบุดดิสต์ คอยน์ จะเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก และช่วยป้องกันการใช้เงินผิดประเภทของวัดได้ระดับหนึ่ง ซึ่งในอนาคตหากทุกการบริจาคทำด้วยบุดดิสต์ คอยน์ จะทำให้ไม่เกิดการใช้เงินผิดประเภท ทั้งยังสามารถผสมผสานพัฒนาระบบนี้ร่วมกับเทคโนโลยี IoT และ AI เพื่อตอบโจทย์ "ความโปร่งใส" และ "ความน่าเชื่อถือ" รวมถึงยกระดับการบริจาคเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อีกด้วย