king10
Thairath Logo
กีฬา

ราชการกับงานวิจัย

โดย สะ-เล-เต
2 พ.ค. 2562 05:01 น.
Share :
line-share-logo

โลกยิ่งเปลี่ยนไว งานวิจัยยิ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ข้อมูลจาก www.nfs.gov  ระบุปี 2559 สหรัฐฯให้งบประมาณในการวิจัยมากที่สุดในโลกคิดเป็นเงิน 496,585 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 2.74% ของจีดีพี ขณะที่จีนทุ่มงบฯ คิดเป็นเงิน 408,829 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 2.07% ของจีดีพี ให้กับงานวิจัย เจ้าแห่งเทคโนโลยีอย่างญี่ปุ่นเทงบฯ 170,003 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 3.29% ของจีดีพี

มาทางฟากฝั่งอาเซียน มาเลเซียมีงบประมาณใช้จ่ายเพื่อการวิจัย 10,637 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 1.30% ของจีดีพี ตามมาด้วยสิงคโปร์ให้งบฯ 10,102.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 2.18% ของจีดีพี

ส่วนไทยให้งบฯ แค่ 0.63% ของจีดีพี คิดเป็นเงินประมาณ 6,947.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่นักวิจัยไทยส่วนหนึ่งเลยสมองไหลไปเป็นลูกจ้างต่างชาติ

นอกจากจะด้วยเหตุผล ค่าจ้างมหาศาลบวกกับสวัสดิการมากมาย รวมไปถึงความท้อแท้ในระบบราชการ ที่กฎระเบียบหยุมหยิม วิจัยไปไม่ได้ใช้ประโยชน์ บางครั้งขาดงบวิจัยต่อยอด

แม้จะมีงบประมาณน้อยก็ตาม แต่ยังมีนักวิจัยไทยอีกไม่น้อยที่ยังคงรังสรรค์ผลงานดีๆออกมา และถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงเป็นรูปธรรม ทั้งเชิงเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม

ข้อมูลสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ที่ผ่านมามีผลงานวิจัยได้รับทุนจาก สวก. สามารถทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมไปแล้วไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดผลพวงตามมามากมาย ทั้งการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ความร่วมมือกับภาคการศึกษา และภาคเอกชน

สำหรับกรอบการวิจัย สวก. ประจำปีงบประมาณ 2563 จะเน้นไปที่ 7 คลัสเตอร์การเกษตรไฮไลต์ ได้แก่ ข้าว, ปาล์มน้ำมัน, อาหารเพื่อเพิ่มคุณค่าและความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคและการค้า, พืชสวนพืชไร่, สมุนไพรไทย, สัตว์เศรษฐกิจ และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

แต่งานวิจัยไทยจะรุดหน้าเหมือนอารยประเทศได้แค่ไหน ดูเหมือนอุปสรรคใหญ่หลวงยังคงติดขัดอยู่กับเรื่องเดิมๆ...ระบบราชการล้าหลัง ปรับตัวก้าวตามโลกไม่ทัน.

สะ–เล–เต

อ่านเพิ่มเติม...
งานวิจัยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรสวก.งานวิจัยไทยงบประมาณหน้ามองฟ้า เท้าหยั่งดินสะ-เล-เต