ชาวบ้านขุดพบกะโหลกมนุษย์ในบ่อปลาร้างย่านถนนพระราม 3 คาดเป็นศีรษะของเพศหญิง ด้าน ลุงคนที่ดูแลพื้นที่มา 30 ปี บอก2 วันก่อนหลานฝันว่าตรวนี้มีคนตาย แล้วก็ไม่รู้อะไรมาดลใจให้ขุดจนเจอ...

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 26 เม.ย. ร.ต.อ.หัตถชัย นาคแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.บางโพงพาง รับแจ้งเหตุประชาชนพบกะโหลกศีรษะมนุษย์ใกล้กับโรงเรียนสอนขับรถเอชอาร์โปร สาขาพระราม 3 ถนนพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางโพงพาง ตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.บางโพงพาง แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ กองพิสูจน์หลักฐาน อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ป่ารกร้างห่างจากโรงเรียนสอนขับรถดังกล่าวประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบกะโหลกศีรษะของมนุษย์ เบื้องต้นยังไม่ทราบเพศและอายุ รวมถึงระยะเวลาของการเสียชีวิต อยู่ภายในหลุมที่ถูกขุดของชาวบ้านลึกประมาณ 2 เมตร จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เก็บและส่งตรวจพิสูจน์ เพื่อยืนยันตัวบุคคลต่อยังนิติเวช รพ.จุฬาฯ

นายถาวร สวัสดิ์ใช้ อายุ 57 ปี ผู้ดูแลพื้นที่เกิดเหตุอาศัยในจุดดังกล่าวมากว่า 30 ปี ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า สำหรับพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นชุมชนโรงปูนเก่า และบริเวณจุดที่พบชิ้นส่วนกะโหลกมนุษย์นั้น เดิมเป็นบ่อปลาแต่ช่วงนี้น้ำแห้งขอดเนื่องจากอากาศร้อนจัด จึงมาขุดเพื่อจะนำน้ำไปใช้โดยขุดมาแล้ว 3 วันเมื่อขุดลึกลงไป พบเศษชิ้นส่วนขนาดเล็ก คล้ายหม้อ ไหดินเผาโบราณสีแดง ก่อนจะขุดซ้ำกระทั่งพลั่วไปกระทบกับอะไรบางอย่างใต้ดิน ทีคิดว่าเป็นไหโบราณ จึงหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะพบเข้ากับกะโหลกศีรษะมนุษย์ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยตนก็ไม่รู้ว่าอะไรมาดลใจให้มาขุดบริเวณดังกล่าว ก่อนหน้านี้ เมื่อ 2 วันก่อนหลานชายฝันว่า มีผู้ชายเสียชีวิตอยู่ภายในบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ไม่ได้เจาะจงว่าจุดไหน ก่อนที่วันนี้ไม่รู้อะไรดลใจให้ขุดและพบหัวกะโหลก

...

พ.ต.อ.สมโภช กล่าวว่า จากการสอบสวน ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล คนภายนอกไม่สามารถเข้ามาได้เนื่องจากมีการล้อมรั้วและมีคนดูแล อีกทั้งเป็นบ่อน้ำเก่า อย่างไรก็ตามต้องให้เจ้าหน้าที่สูบน้ำในบ่อขุดพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มเติม เพื่อหาชิ้นส่วนที่เหลือ ที่คาดว่าอาจถูกดินทับ ก่อนจะส่งไปตรวจพิสูจน์เพื่อหาอายุของกะโหลกว่าเสียชีวิตมานานเท่าใด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นกระโหลกของผู้หญิง ก่อนส่งตรวจต่อยังนิติเวช รพ.จุฬาฯ เพื่อตรวจสอบหาดีเอ็นเอเพื่อระบุตัวบุคคล และระยะเวลาของการเสียชีวิตที่แท้จริง ขณะเดียวกันยังไม่มีรายงานการแจ้งคนหายแต่อย่างใด.