เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบสภาพศพผู้เสียชีวิต พบเป็นศพหญิงสาว อายุประมาณ 20 ปี ผมยาวประบ่า สวมกางเกงยีนส์ขาสั้น เสื้อยืดสีขาวด้านใน สวมเกาะอกเอวลอยสีดำด้านนอก ลอยติดอยู่กับผักตบชวา ลำห้วยพระคือ ท้ายสวนของชาวบ้านในพื้นที่ ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น สภาพศพขึ้นอืด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 วัน ตรวจสอบร่างกาย มีรอยสักภาพใบหน้าผู้หญิง และนาฬิกาคู่ดอกไม้บนแขนทั้ง 2 ข้าง ร่างกายมีรอยช้ำหลายจุด บริเวณหน้าผากคล้ายถูกของแข็งกระแทกยุบลงไป
ก่อนหน้านี้เคยมีผู้แจ้งความคนหายไว้ยัง สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ภายหลังสาววัยรุ่นออกไปเที่ยวกับเพื่อนในตัวเมืองขอนแก่น หายตัวไปไร้ร่องรอย โดยทราบชื่อเล่นผู้สูญหายว่า "น้องเอ๋ย" และใช้เฟซบุ๊ก "Oey Oey" ญาติพี่น้องและเพื่อนๆ ต่างช่วยกันแชร์ภาพของน้องเอ๋ย ก่อนจะออกตามหาต่อเนื่อง กระทั่งมาทราบข่าวว่าพบศพหญิงสาวมีรอยสักเหมือนกับน้องเอ๋ยดังข้อมูลข้างต้น
การพบศพครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 25 เม.ย. "นางเอมอร ชนะโยภา" อายุ 43 ปี ชาวบ้านที่พบศพให้ข้อมูลว่า ตนเองมาเช่าหอพักอาศัยอยู่ที่ ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น และทุกๆ วัน จะออกมาเก็บผักสวนครัว ที่สวนของเจ้าของหอพักที่อยู่ติดกับลำห้วยพระ โดยก่อนเกิดเหตุจู่ๆ ก็รู้สึกขนลุกไปทั้งตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ ระหว่างที่เดินไปเก็บผักเห็นเป็นเงาดำปริศนาพุ่งขึ้นจากแม่น้ำไปบนยอดไม้ แต่พอมองดูชัดๆกลับไม่พบอะไร จนกระทั่งมองลงพื้นพบวัตถุบางอย่างลอยอยู่ริมห้วย พอเข้าไปดูพบว่ากลายเป็นศพผู้เสียชีวิต จึงรีบแจ้งเจ้าของหอพักไปตามตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว
ต่อมาทางญาติของ "น้องเอ๋ย" ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ก่อนไปยืนยันอัตลักษณ์ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ว่าผู้ตายคือ "น้องเอ๋ย" หรือ น.ส.ปัชญา ปวงสุข อายุ 22 ปี เป็นชาว อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เบื้องต้นตำรวจตั้งประเด็นการเสียชีวิตน่าจะมาจากสาเหตุเรื่องชู้สาว และปมขัดแย้งส่วนตัว
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครขอนแก่นก่อนที่น้องเอ๋ยจะหายตัวไปและพบศพในเวลาต่อมา ซึ่งจากแนวทางการสอบสวน ตำรวจมีหลักฐานเพียงพอที่จะไปขออำนาจศาลออกหมายจับชาย 1 ราย อายุประมาณ 30 ปี และหญิงสาวอีก 1 ราย ที่เป็นเพื่อนสนิทของน้องเอ๋ยในวันนี้
ต่อมา พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ร่วมกับชุดสืบสวนภูธร จังหวัดขอนแก่น เร่งติดตามตัวคนร้ายชายและหญิงทราบชื่อต่อมาคือ นายตั้ม และน.ส.นิน ภายหลังได้หลักฐานจากภาพวงจรปิดจากอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ขณะที่ นายตั้มอุ้มร่างของน้องเอ๋ย ที่อยู่ในลักษณะคล้ายคนหมดสติ โดยมี น.ส.นิน เดินอยู่ข้างๆ เมื่อเวลา 04.17 น. ของวันที่ 22 เม.ย.62 ก่อนจะไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่ลานจอดรถข้างอาคาร ซึ่งนายตั้มเป็นคนขับขี่ ส่วนน้องเอ๋ยนั่งตรงกลาง และมีน.ส.นินซ้อนท้าย ออกไปทิ้งศพลงน้ำอำพรางคดี
"ตำรวจมีหลักฐานเพียงพอที่จะไปขอหมายจับนายตั้มและ น.ส.นิน ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ รายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้มากเพราะเกรงกระทบกับรูปคดี แต่คาดว่าจะได้ตัวคนร้ายในเร็วๆ นี้"
ในวันเดียวกัน ภายในโซเชียล ทั้งเฟซบุ๊กและไลน์ มีการแชร์ภาพนิ่งจากกล้องวงจรปิดเป็นภาพของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ในคดี ขณะอุ้มน้องเอ๋ย ออกจากคอนโดฯ แห่งหนึ่งแล้วขึ้นรถจักรยานยนต์ออกไป เพื่อนำศพน้องเอ๋ยไปทิ้งลงยังคลองน้ำดังกล่าว โดยมีรายละเอียดด้วยว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย. เวลาประมาณ 03.50 น. หลังจากนายตั้ม และ น.ส.นิน กิ๊กสาว พร้อมด้วยน้องเอ๋ยและพยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดกลับจากไปเที่ยวร้านอาหาร ได้พากันตั้งวงดื่มสุราต่อที่ห้องพักของนายตั้มภายในคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ริมถ.กลางเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น
ในข้อความระบุด้วยว่า "ทั้งหมดตั้งวงดื่มสุรากัน นายตั้มไม่พอใจน้องเอ๋ย ที่เข้าไปพูดคุยและถ่ายภาพกับผู้ชายคนอื่นขณะอยู่ที่ร้านอาหาร ทำให้นายตั้มคิดไปเองว่า น้องเอ๋ยจะไปแจ้งตำรวจมาจับตนเองที่ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย จนเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จากนั้นนายตั้มใช้ปืนยิงน้องเอ๋ยเข้าที่ศีรษะ 1 นัด ต่อหน้าน.ส.นิน ก่อนนายตั้ม และ น.ส.นิน จะช่วยกันนำศพไปทิ้ง ในคลองน้ำพระคือ ม.16 ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น โดยตอนนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานออกหมายจับนายตั้มและน.ส.นิน"
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอหมายจับ นายธงชัย กลางเมือง ฉายา ตั้ม ไส้แตก อายุ 30 ปี ชาว จ.ขอนแก่น และ น.ส.ธรรมภัสสร พุทธรักษา หรือ นิน อายุ 26 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย
ล่าสุด วันที่ 25 เมษายน 2562 เวลา 19.51 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวนายตั้ม และน.ส.นิน ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้แล้วในพื้นที่ จ.ตราด อยู่ระหว่างการนำตัวมาสอบสวนที่ จ.ขอนแก่น โดยยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด และจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้
...
จากกรณี นายธงชัย กลางเมือง หรือ ไอ้ตั้ม ไส้แตก อายุ 30 ปี ก่อเหตุฆ่าโหด ใช้ปืนยิงหัว ‘น้องเอ๋ย’ น.ส.ปัชญา ปวงสุข อายุ 22 ปี แล้วนำศพไปโยนทิ้งน้ำลอยขึ้นอืดอยู่ริมห้วยพระคือ บ้านพระคือ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 25 เม.ย. พ.ต.อ.ประภาศ ผิวเหมือน ผกก.สส.ภ.จว.ตราด นำตัวนายธงชัย กลางเมือง คนร้ายฆ่าน้องเอ๋ย แถลงข่าวการจับกุม มีพลตำรวจตรีประสาน บุญเหมือน ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตราด เป็นผู้แถลงข่าวการจับกุมในครั้งนี้
พลตำรวจตรีประสาน กล่าวว่า ได้รับการแจ้งเหตุจากตำรวจชุดติดตามคนร้ายฆ่านางสาวปัชญา ปวงสุขว่า ได้เดินทางเข้ามาหลบหนีอยู่กับเพื่อนที่ จ.ตราด โดยใช้รถกระบะไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน จึงได้สั่งการให้สถานีตำรวจที่มีพื้นที่ติดต่อกับชายแดน คือ สภ.บ้านท่าเลื่อน สภ.ไม้รูด และสภ.คลองใหญ่ ตั้งจุดสกัดเข้มงวด
เนื่องจากคนร้ายอาจจะหลบหนีไปทางชายแดนได้ แต่มีติดตามหาข่าวโดยทีมตำรวจชุดสืบจากกก.สส.จ.ตราด และได้พบเบาะแสว่า คนร้ายได้จ้างแท็กซี่มาหาเพื่อนที่จ.ตราด โดยมีเพื่อนอยู่ที่หมู่บ้านประมวลดี ในเขตเทศบาลเมืองตราด พ.ต.อ.ประภาศ เหมือนผิว และตำรวจสืบสวนจึงได้ออกติดตามหาข่าวและพบการใช้พิกัดการใช้โทรศัพท์มือถือที่อยู่ใกล้หมู่บ้านประมวลดี จึงตรวจสอบและในช่วงเย็นได้พบว่าอาศัยอยู่กับเพื่อนจริง
...
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามคดี ให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้อยู่ในที่เกิดเหตุรวม 4 คน รวมผู้ตายด้วย ซึ่งเพื่อนอีกคนที่ไม่ปรากฏภาพในวงจรปิดเป็นผู้ชาย อยู่ในห้องระหว่างเกิดเหตุด้วย และเป็นคนที่ลงมาดูลาดเลาก่อนที่ไอ้ตั้มจะอุ้มศพลงมา กระทั่งเพื่อนผู้ชายคนดังกล่าวไม่ย้อนกลับมาอีก สำหรับหญิงสาวอีกคนที่ปรากฏในวงจรปิด ไม่ใช่กิ๊ก ไม่ใช่แฟนใหม่ ข่าวที่ออกไปเรื่องราวผิดหมดเลย
"ทั้ง 3 คนในห้องให้การตรงกันว่า หลังกลับจากเที่ยวก็มานั่งรวมตัวกันในห้องเกิดเหตุ ผู้ตายและไอ้ตั้มมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ปมเหตุเกิดจากไอ้ตั้มหึงหวงเพราะผู้ตายไปพูดคุยและถ่ายรูปคู่กับหนุ่มๆ โต๊ะอื่นในร้านเหล้า เมื่อกลับมาถึงห้องทะเลาะกันหนัก ไอ้ตั้มทั้งใช้มีด และปืนขู่ผู้ตาย ท้ายที่สุดก็ลั่นไกใส่จนเสียชีวิต แล้วบังคับให้เพื่อนผู้ชายลงไปดูลาดเลาส่วนเพื่อนผู้หญิงบังคับให้เป็นคนขี่ จยย. พาศพไปทิ้งตามข่าวที่ออกมา"
สำหรับการไล่ล่าจับกุมผู้ต้องหา ตำรวจได้สืบสวนทางลับ ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ ภายหลังจับกุมผู้ต้องหาให้การสารภาพแต่โดยดี อย่างไรก็ตาม ทุกคนไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง แต่พบว่ามีความเกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับวงจรซื้อขายยาเสพติดและเสพยา ก่อนก่อเหตุผู้ต้องหาก็เสพยาจนเสียสติ กระทั่งเกิดเรื่องราวทั้งหมดขึ้น
...