ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    "ฮุนเซน" ส่งสัญญาณ ล่าตัวส่งไทย จับตา "จักรภพ" นักโทษหนีคดีซุกกัมพูชา

    ไทยรัฐออนไลน์25 เม.ย. 2562 12:35 น.
    SHARE

    ยังคงเป็นหอกข้างแคร่ให้รัฐบาลวุ่นวายใจไม่จบไม่สิ้น สำคัญนักโทษหนีคดีทางการเมืองที่อพยพพากันไปอยู่ต่างประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ต้องมาตรา 112 ทำความผิดในการกล่าวพาดพิงสถาบันฯ และวิจารณ์สถาบันฯ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ที่หลบหนีไปมากที่สุด เพราะถือเป็นภัยความมั่นคงที่รัฐบาลต้องจับตาดูอยู่ตลอด 

    และสำหรับอดีตนักการเมือง แกนนำเสื้อแดง หรือบรรดาแดงเซเลบ ฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยข้อมูลมีการหลบหนีไปปักหลักยังประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, นิวซีแลนด์, สวีเดน, เดนมาร์ก, กัมพูชา และลาว ขณะเดียวกันคนในประเทศไทยกำลังจับจ้องไปยังผู้นำประเทศกัมพูชา ที่เหมือนว่าจะมีความสัมพันธ์อันดี ไปมาหาสู่กับรัฐบาลไทย จนปรากฏภาพ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย หลายครั้งหลายครา

    เหตุนี้เองจึงถูกตั้งประเด็นทางการเมือง กรณีนักโทษหลบหนีคดีที่กบดานอยู่ในประเทศกัมพูชา กับความร่วมมือในการส่งตัวกลับ โดยเมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องนี้สั้นๆ ว่า ทางการกัมพูชาก็บอกอยู่จะไม่สนับสนุนกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาลไทย ซึ่งปักหลักอยู่ในประเทศกัมพูชา แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประสานที่จะดำเนินการใดๆ นอกเหนือจากที่ทำอยู่

    โดยปรากฏรายชื่อผู้ต้องหาคนสำคัญ ผิดมาตรา 112 ทำความผิดในการกล่าวพาดพิงสถาบันฯ ประกอบไปด้วย  

    1.จักรภพ เพ็ญแข ผู้ประสานงานองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้บริหารสถานีโทรทัศน์พีทีวี อดีตผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ อดีตนักวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศที่มีชื่อเสียง และเป็นผู้เปลี่ยนแปลงการบริหารงานสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จากเดิมคือ Television of Thailand (Channel 11) ไปสู่ National Broadcasting Services of Thailand

    เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ที่เขาพำนักอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมกับนิยามตนเองว่า "เป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยนอกประเทศ" ซึ่งตัดสินใจหนีออกจากไทยไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 เพราะมีคดี 112 ติดตัว   

    "ผมออกจากประเทศไทยโดยสมัครใจ ในวันที่ 14 เมษายน 2552 เพราะได้รับทราบข้อมูลข่าวสารว่า ชีวิตจะไม่ปลอดภัย ตอนนั้นอยู่ระหว่างการชุมนุมของ นปช. หน้าทำเนียบรัฐบาล เป็นรัฐบาลของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งได้จับมือกับพรรคภูมิใจไทยของเนวิน ชิดชอบ ข่าวที่แจ้งมาว่าอาจจะไม่ปลอดภัยจากกลุ่มเสื้อสีน้ำเงิน เขาต้องการโมเดล 6 ตุลา เหมือนประชาชนอีกฝ่ายหนึ่งไม่พอใจ แล้วบุกตะลุยเข้ามาจัดการแกนนำ ตัวผมเองไม่ได้ลี้ภัยเพราะกลัวตาย แต่มีความรู้สึกว่ามันจะไม่ได้ทำงานต่อ จึงคุยกับจตุพร พรหมพันธุ์ ส่วนตัวจตุพรก็แสดงความกล้าหาญอีกแบบในการรอรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น นี่เป็นความเชื่อของผมว่า ที่ไม่มีการล้มตายในวันสลายการชุมนุมในวันนั้น เป็นเพราะวีระ (วีระกานต์) มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. ประกาศยุติการชุมนุม ขณะที่กำลังทหารเคลื่อนมาจากสี่ทิศ" เขาได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในเว็บไซต์ประชาไท 

    ชีวิตของ จักรภพ เพ็ญแข ถูกมองว่าเมื่อหนีไปอยู่ต่างแดน ก็ถูกกำหนดให้เป็นผู้นำทางการเมืองนอกประเทศ จึงได้รับสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าคนลี้ภัยทางการเมืองอื่นๆ ซึ่งจักรภพให้ข้อมูลตรงนี้ว่า "มันนานมากแล้ว แต่เขายังช่วยเหลือเหมือนเดิม ผมเดินทางไปยังประเทศต่างๆ เป็นประจำ ผมถือว่าที่นี่เป็นฐานทางการเมือง ไม่ใช่แหล่งลี้ภัยทางการเมือง แหล่งลี้ภัยทางการเมืองคือทุกที่ที่เดินทางไปทำงานได้

    "เรื่องที่เจ็บปวดที่สุดและลำบากที่สุดในการต่อสู้สำหรับผมเองเป็นการส่วนตัว คือการที่มีผู้นำทางการเมืองเป็นคนรวย มันทำให้คนอื่นดูเป็นลูกจ้างไปหมด ทำให้ใครลงความเห็นว่า ทำเพราะเงินไปเสียทั้งหมด ต่อสู้นี่สบายนะ คงได้เงินเป็นสิบเป็นร้อยล้าน มันเกิดภาพลวงตา สมัยนี้มันสู้แบบเมือง สมัยก่อนมันสู้แบบป่า ความจริงแล้วความโดดเดี่ยวอ้างว้างมันติดตามมนุษย์ไปทุกที่ มันไม่ขึ้นกับสิ่งแวดล้อม" นี่คือคำพูดของ จักรภพ เพ็ญแข ระหว่างหนีคดีในกัมพูชา 

    2.นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋ เรดการ์ด” แกนนำแดงวิทยุชุมชนปทุมธานี

    นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ เกิดเมื่อปี 2512 ที่จังหวัดปทุมธานี เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มปทุมธานีรักษ์ประชาธิปไตย ในปี 2552 เพื่อต่อต้านรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยเป็นดีเจวิทยุเสื้อแดง สถานีวิทยุประชาชน เอฟเอ็ม 104.10 คลองสาม ปทุมธานี เป็นเจ้าของสถานีวิทยุเพื่อมวลชน เรดการ์ด เรดิโอ และแกนนำ นปช.ที่มีบทบาทในจังหวัดปทุมธานี

    โกตี๋ นับได้ว่าเป็นกลุ่มแดงฮาร์ตคอร์ ในระดับเดียวกับกลุ่มของนายขวัญชัย สารคำ ประธานชมรมคนรักอุดร สร้างผลงานเข้าตานายใหญ่ จากการนำมวลชนเสื้อแดงปฏิบัติการร่วมล้มการประชุมอาเซียน ซัมมิต ที่พัทยา เมื่อปี 2552 แต่หลังจากการปฏิบัติการกระชับพื้นที่ที่สี่แยกราชประสงค์ของกองทัพ ในปี 2553 จึงทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงต่างๆ รวมถึงกลุ่มของโกตี๋ต่างกระจัดกระจายกันไป เบื้องต้นหนีไปปักหลักที่กัมพูชา และลาว ไปกลับระหว่าง 2 ประเทศ 

    อย่างไรก็ตาม เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 30 ก.ค.2560 สื่อออนไลน์บางสำนักนำเสนอข่าวชายชุดดำ "อุ้มโกตี๋" โดยอ้างข้อมูลจากเฟซบุ๊กของคนเสื้อแดงรายหนึ่ง หลังจากนั้น ข่าวโกตี๋ถูกอุ้มได้แพร่กระจายไปในหมู่คนเสื้อแดง ซึ่งต้นตอของข่าวนี้มาจาก ชูพงศ์ ถี่ถ้วน นักเคลื่อนไหวเปลี่ยนระบอบ ซึ่งได้ไลฟ์สดทางยูทูบ แจ้งข่าวการหายตัวไปของ “โกตี๋” หรือ “สหายหมาน้อย” วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำองค์กรสหพันธรัฐไท เมื่อเวลา 23.00 น. วันเสาร์ที่ 29 ก.ค.2560 โดยเพื่อนของโกตี๋เล่าให้เขาฟังว่า มีกลุ่มชายชุดดำมาดักอุ้มโกตี๋ขึ้นรถหายไปในความมืด ยังที่พักประเทศเพื่อนบ้าน

    ผู้ที่ให้รายละเอียดของเหตุการณ์ลักพาตัวโกตี๋ได้ละเอียดที่สุดคือ จอม เพชรประดับ เจ้าของเว็บไซต์ไทยวอยซ์ ที่มีความใกล้ชิดกับกลุ่ม “เรดยูเอสเอ” ทั้งชูพงศ์ ถี่ถ้วน และจอม เพชรประดับ ต่างก็ได้ข้อมูลเกี่ยวกับโกตี๋ถูกอุ้มจาก “สหายเผด็จ” อดีตสหายอีสานใต้ ซึ่งเป็นคู่หูของโกตี๋ 

    ขณะเดียวกัน "สุรชัย แซ่ด่าน" ที่ลี้ภัยในเวียงจันทน์ เปิดเผยผ่านยูทูบว่า โกตี๋กับลุงสนามหลวงเกิดความขัดแย้งกันในเรื่องเงินๆ ทองๆ ทำให้ลุงสนามหลวง นำพวกอีก 5 คน ออกไปหาที่อยู่ใหม่ ตกดึกวันที่ 29 ก.ค. โกตี๋ ภรรยา และสหายเผด็จ กลับจากไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ก็เจอกลุ่มชายชุดดำกรูเข้ามาจับตัวโดยไม่ทันตั้งตัว โกตี๋ถูกอุ้มขึ้นรถหายไป โดยทิ้งภรรยาโกตี๋ และสหายเผด็จไว้ภายในบ้าน หลังจากนั้น ข่าวสาร “โกตี๋” ถูกชายชุดดำอุ้ม ก็แพร่กระจายผ่านสื่อออนไลน์อย่างรวดเร็ว จนถึงบัดนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมว่าเขาเป็นตายร้ายดีอย่างไร 

    นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องหาทางการเมืองที่หลบหนีคดีเข้าไปอยู่ในกัมพูชาอีกหลายราย แต่ไม่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนหมู่มาก ซึ่งทางรัฐบาลไทยยังคงให้ฝ่ายข่าวความมั่นคงคอยติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง 

    สรุปรายชื่อนักโทษหนีคดีที่มีการแจ้งจากรัฐบาล ประกอบไปด้วย 

    สหรัฐอเมริกา : 7 ราย

    1.ชูพงศ์ ถี่ถ้วน ดีเจวิทยุออนไลน์ มหาวิทยาลัยประชาชน

    2.เสน่ห์ ถิ่นแสน หรือ เพียงดิน รักไทย ประธานภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนแกนนำมหาวิทยาลัยประชาชน

    3.มนูญ ชัยชนะ หรือ เอนก ซานฟราน ประธานบอร์ดภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนแกนนำมหาวิทยาลัยประชาชน

    4.ริชาร์ด สายสมร หรือ “อเมริลาว” ดีเจวิทยุออนไลน์

    5.จุติเทพ (เลอพงษ์) วิไชยคำมาตย์ หรือ “โจ กอร์ดอน” ดีเจวิทยุออนไลน์

    6.พิษณุ พรหมศร หรือ “แอนดี้” ดีเจวิทยุออนไลน์

    7.สุดา รังกุพันธุ์ หรือ “อาจารย์หวาน” แกนนำกลุ่มไผ่แดง

    ออสเตรเลีย : 1 ราย

    องอาจ ธนกมลนันท์ หรือ “อาคม ซิดนีย์” ดีเจวิทยุออนไลน์

    ญี่ปุ่น : 1 ราย

    ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการอิสระ

    ฝรั่งเศส : 3 ราย

    1.จรัล ดิษฐาอภิชัย ผู้ประสานงานองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

    2.ศรัณย์ ฉุยฉาย หรือ “อั้ม เนโกะ”

    3.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการอิสระ

    นิวซีแลนด์ : 1 ราย

    เอกภาพ เหลือรา หรือ ตั้ง อาชีวะ

    ฟินแลนด์ : 1 ราย

    จรรยา ยิ้มประเสริฐ เอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชน

    สวีเดน : 1 ราย

    จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

    เดนมาร์ก : 1 ราย

    “โด่ง” อรรถชัย อนันตเมฆ แกนนำแดงอิสระ

    กัมพูชา : 2 ราย

    1.จักรภพ เพ็ญแข ผู้ประสานงานองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย

    2.วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ “โกตี๋ เรดการ์ด” แกนนำแดงวิทยุชุมชนปทุมธานี

    ลาว : 6 ราย

    1.สุรชัย แซ่ด่าน แกนนำแดงสยาม

    2.วัฒน์ วรรลยางกูร อดีตเลขาธิการเครือข่ายเดือนตุลา

    3.นิธิวัต วรรณศิริ แกนนำเครือข่ายเสรีราษฎร

    4.ชฤต โยนกนาคพันธุ์ หรือ “โยนก ไฟเย็น”

    5.ชัยอนันต์ ไผ่สีทอง หรือ “อุ๊ ไฟเย็น”

    6.ไตรรงค์ สินสืบวงศ์ หรือ “ขุนทอง ไฟเย็น”


    อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทางกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้ดำเนินการประสานงานทางการทูตกับประเทศที่ “ผู้ต้องหา” ใช้เป็นพื้นที่หลบหนี แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือจากประเทศเหล่านั้นเท่าที่ควร กระทั่งวันนี้สังคมจับตาดูท่าทีของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะให้ความร่วมมือในการส่งตัวคนไทยหนีคดีในประเทศเค้ากลับมาตามที่ลั่นวาจาไว้หรือไม่.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    นักโทษหนีคดีมาตรา112คดีการเมืองกัมพูชาข่าวร้อน

    คุณอาจสนใจข่าวนี้