ทนายรณณรงค์ นำแม่ผู้ต้องขังคดีเมาขับตายขณะถูกกักขังที่ สถานกักขัง จ.ศรีสะเกษ ร้องขอความเป็นธรรมต่อ ก.ยุติธรรม ด้านอธิบดีราชทัณฑ์ จ่อแถลงความคืบหน้าเช้าพรุ่งนี้ (25 เม.ย.)...
กรณี นางสุรินทร์ เกษหอม อายุ 62 ปี ชาวบ้านหมู่ 9 บ้านนิคมหนองฉลอง ต.หนองฉลอง อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ร้องทุกข์ว่า ลูกชายคือ นายพรหมปัญญา เกษหอม อายุ 40 ปี ถูกจับข้อหาเมาแล้วขับ เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา ตรงกับช่วงเทศกาล 7 วันอันตราย ในเขต สภ.ปรือใหญ่ ต่อมาวันที่ 15 เมษายน ถูกส่งตัวไปศาลจังหวัดศรีสะเกษ โดยศาลสั่งปรับข้อหาเมาแล้วขับเป็นจำนวนเงิน 6,000 บาท แต่ครอบครัวมีฐานะยากจน ไม่มีเงินเสียค่าปรับ จึงติดคุกแทนค่าปรับ ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน กระทั่งเช้าวันที่ 18 เมษายน นางเทวรรณ์ แสนสะอาด ผู้ใหญ่บ้านนิคมหนองฉลอง ได้รับแจ้งจาก สภ.ปรือใหญ่ ให้ไปแจ้งญาติว่า นายพรหมปัญญา เสียชีวิตแล้วขณะถูกคุมขังอยู่ในสถานกักขัง จ.ศรีสะเกษ ขณะที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และระบุว่า นายพรหมปัญญา ถูกรุมทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตนั้น
ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 เม.ย. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความในฐานะประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม นำ นางสุรินทร์ เกษหอม มารดาของนายพรหมปัญญา ผู้ต้องขังคดีเมาแล้วขับ ซึ่งได้เสียชีวิตในเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา เข้าร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรม ขอความยุติธรรมให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต
นายรณณรงค์ กล่าวว่า ครอบครัวของนายพรหมปัญญา ยื่นหนังสือเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรมใน 4 ประเด็นหลัก คือ 1. ขอให้ตั้งกรรมการจากส่วนกลางร่วมตรวจสอบสาเหตุการตายที่แท้จริงของนายพรหมปัญญา 2. ขอให้เอาผิดเจ้าหน้าที่เรือนจำเกี่ยวข้องทุกระดับชั้นทั้งหมด ไม่ใช่แค่ผบ.เรือนจำหรือหัวหน้าสถานกักขัง 3. ขอให้มีการเร่งรัดมาตรการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาเนื่องจากครอบครัวไม่เชื่อว่าผู้ตายหกล้มเสียชีวิต แต่น่าจะเป็นเหยื่อในคดีอาญา และ 4. ขอให้กระทรวงยุติธรรมตั้งงบประมาณเพื่อช่วยเหลือญาติในการต่อสู้คดีกับเจ้าหน้าที่ เนื่องจากยังมีความกังขาในสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชายว่า อาจเกิดจากการถูกทำร้ายร่างกายในระหว่างถูกคุมขัง มากกว่ามีโรคประจำตัว หรือหลับแล้วพลัดตกจากขอบอ่างที่ปีนขึ้นไปนอนแต่อย่างใด
ด้าน นางสุรินทร์ กล่าวว่า ครอบครัวข้องใจสาเหตุการตายของบุตรชาย วันที่ถูกจับร่างกายไม่ได้มีบาดแผลใดๆ สภาพปกติ หลังจากทางเรือนจำแจ้งว่านำลูกส่งโรงพยาบาลด้วยอาการสมองบวม และต่อมาได้เสียชีวิตนั้น ได้เข้าไปดูสภาพศพและพบว่าร่างกายมีความผิดปกติหลายแห่งทั้งตามลำตัวและใบหน้า ญาติๆ จึงถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน ทั้งรูปภาพใบหน้าที่มีอาการบวมช้ำ ริมฝีปากฉีก แขน คอ และตามลำตัวมีรอยช้ำ ไม่ใช่บาดแผลที่เกิดจากการหกล้มหรือพลัดตกจากที่สูง และเชื่อว่าไม่มีคู่อริที่อยู่ในคุกจนทำให้มีเหตุทะเลาะวิวาทกัน จึงอยากมาขอความเป็นธรรมและขอความยุติธรรมให้กับลูกชายด้วย
ต่อมาเวลา 17.40 น. พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยว่า ทราบว่าขณะนี้ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดศรีสะเกษออกหมายจับหนึ่งในผู้ต้องหาที่ทำร้ายนายพรหมปัญญา ในสถานกักขัง จ.ศรีสะเกษ แล้ว โดยเวลา 09.00 น.วันที่ 25 เม.ย.นี้ ตนจะเดินทางไปที่เรือนจำกลางศรีสะเกษ เพื่อรวมตรวจสอบและแถลงข่าวด้วย.